เดินขาสับบนรันเวย์ แบบไม่มีฟูลเทิร์น— ว่าด้วย The Devil Wears Prada 2 (2026)
⏳ยี่สิบปีผ่านไป โลกเปลี่ยนจนแทบจำไม่ได้ และ The Devil Wears Prada 2 รู้เรื่องนี้ดี มันเปิดเรื่องด้วยภาพที่ตรงไปตรงมาและเจ็บปวดมากที่สุดของยุคนี้ — แอนดี้ แซคส์ นักข่าวรางวัลดัง ถูกไล่ออกพร้อมเพื่อนร่วมกองบรรณาธิการทั้งหมด ผ่านข้อความ SMS ระหว่างที่เธอยืนรับรางวัลอยู่
ไม่มีการเรียกประชุม ไม่มีการจับมือ มีแค่ notification เดียวที่บอกว่าคุณไม่จำเป็นอีกต่อไป…
🔹Disruption ที่ไม่รอใคร
หนังรู้ว่ามันกำลังพูดถึงอะไร โลกของสิ่งพิมพ์ที่เคยอลังการกำลังสั่นคลอน มันเป็นไปไม่ได้แล้วที่จะทำนิทานเกี่ยวกับโลกนิตยสารสี่สีฟุ่มเฟือยแบบเดิม เพราะโลกนั้นแทบไม่มีอยู่อีกแล้วบนโลกใบนี้
บทความที่เราอ่านกันทุกวันนี้ไม่ใช่บทความที่เขียนด้วยหัวใจ แต่เป็นเนื้อหาที่ผลิตเพื่อให้เราไถ่ผ่านระหว่างรอลิฟต์ AI เข้ามาลดต้นทุน นายทุนเข้ามาหาผลกำไร และสิ่งที่เสียไปคือคนที่มีฝีมือจริงๆ ซึ่งใช้ชีวิตทั้งชีวิตสร้างมันขึ้นมา
ช่วงที่หนังทำได้ดีที่สุดคือเมื่อมันพูดถึงความโศกเศร้าของ Miranda ที่กำลังจะสูญเสียตำแหน่ง เธอมองเห็นคุณค่าในงานของตัวเองและความงามทางศิลปะที่เธอพยายามส่งต่อกำลังจะถูกลดทอนลง และแอนดี้ก็เข้าใจเรื่องนี้เป็นอย่างดี เพราะเธอก็เพิ่งสูญเสียงานที่รักไปจากน้ำมือของนายทุนเช่นกัน
นั่นคือช่วงที่หนังพูดถึงสิ่งสำคัญ — ว่าแฟชั่นไม่ใช่ความฟุ้งเฟ้อ มันคือศิลปะ และศิลปะจะไม่มีวันเป็นแค่ตัวเลขในสเปรดชีตได้ ไม่ว่า AI จะก้าวหน้าแค่ไหน
🔹 หนังที่กลัวความลึกของตัวเอง
แต่หลังจากนั้น ทุกประกายของบทวิจารณ์สังคม ไม่ว่าจะเรื่องความโลภของบรรษัท การปลดพนักงาน หรือ AI ล้วนถูกละทิ้งเพื่อวิ่งไปหานอสทัลเจียและภาพเสื้อผ้าสวยงาม
มันน่าเสียดายมาก เพราะหนังมีวัตถุดิบชั้นดีในมือ แต่กลับเลือกทำแค่ของตกแต่งโต๊ะ
ปัญหาเชิงโครงสร้างของบทหนังชัดเจน — Miranda ซึ่งอยู่คู่กับ Runway มาตลอดชีวิต ผู้หญิงที่เข้าใจแฟชั่นและอำนาจดีกว่าใครในห้อง กลับต้องการแอนดี้มาช่วยกู้ทุกอย่าง ถามว่าสมเหตุสมผลไหม? แอนดี้มีหลักการ มีปากกาที่ดี แต่แค่นั้นไม่น่าจะพลิกสถานการณ์ได้ขนาดนี้
และตัวละครแฟนหนุ่มเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ที่น่าจะมีบทบาทสำคัญในการเปิดประตูให้แอนดี้เข้าถึงคนระดับสูง กลับถูกลดบทลงจนแทบมองไม่เห็น เพื่อไม่ให้บดบัง “พลังหญิง” ของหนัง ซึ่งน่าสงสัยว่าจริงๆ แล้วใครกันแน่ที่ทำให้ประตูบานนั้นเปิดได้?
💃🏻รันเวย์ที่เดินตรงเกินไป
Meryl Streep ยังคงสวม Miranda Priestly ได้เหมือนสูทที่ตัดมาเพื่อเธอโดยเฉพาะ และ Anne Hathaway, Emily Blunt, Stanley Tucci ล้วนอยู่ในฟอร์มที่ดี นักแสดงทุกคนในเรื่องนี้ทำงานได้เกินร้อย
…แต่หนังที่มีนักแสดงระดับนี้ ควรได้รับบทที่มีความลึกและความกล้ามากกว่านี้ มันเดินบนรันเวย์แบบตรงๆ ไม่มีการหักเลี้ยว ไม่มีช่วงที่ทำให้หัวใจสะดุด Hero Journey ที่ชัดเจนเกินไป ศัตรูชัดเจน ทางออกชัดเจน และทุกอย่างจบลงอย่างเป็นระเบียบเกินไปสำหรับโลกที่มันพยายามจะวิจารณ์
📨 บทสรุป
แฟชั่นที่สวยบนผิว ว่างเปล่าข้างใน
The Devil Wears Prada 2 คือกระจกเงาที่สะท้อนตัวเองอย่างไม่ตั้งใจ
มันพูดถึงอุตสาหกรรมที่ถูกลดทอนคุณค่าทางศิลปะเพื่อเอาใจนายทุนและตลาด แต่ตัวมันเองก็ทำแบบเดียวกัน — เลือกเอาใจคนดูด้วยนอสทัลเจียและเสื้อผ้าสวย แทนที่จะกล้าพูดความจริงที่ซับซ้อนกว่านั้น
มันคือ Runway ฉบับที่ถูก disruption แล้ว — ยังดูดีอยู่ แต่บางอย่างที่เคยทำให้มันพิเศษนั้นหายไปแล้ว
และนั่นก็อาจเป็นความตลกร้ายที่ลึกที่สุดของหนังเรื่องนี้
📌เป็นกำลังใจให้น้องหมีได้ตามช่องทางนี้เลยฮะ
[CR] เดินขาสับบนรันเวย์ แบบไม่มีฟูลเทิร์น— ว่าด้วย The Devil Wears Prada 2 (2026)
CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้