"The Devil Wears Prada" : ดูแล้วเข้าใจเลยว่าทำไมผู้ชายอย่างผมถึงอินได้ขนาดนี้!


: "The Devil Wears Prada" : ดูแล้วเข้าใจเลยว่าทำไมผู้ชายอย่างผมถึงอินได้ขนาดนี้!

สวัสดีครับชาว Pantip ทุกท่าน วันนี้ผมมีหนังดีๆ มาเล่าให้ฟังครับ เป็นหนังเก่าหน่อย แต่เชื่อเถอะว่าดูยังไงก็ไม่เบื่อ นั่นก็คือ "The Devil Wears Prada" ครับ หลายคนอาจจะคิดว่าหนังชื่อประมาณนี้ น่าจะเป็นหนังของผู้หญิงจ๋าๆ แน่เลย แต่จะบอกว่าผิดคาดครับ ผมดูแล้วโคตรอิน โคตรเข้าใจตัวละครทุกตัว ยิ่งดูยิ่งรู้สึกว่ามันสะท้อนอะไรหลายๆ อย่างในชีวิตจริงได้ดีมากๆ เลยครับ

สำหรับใครที่ยังไม่เคยดูนะครับ "The Devil Wears Prada" เนี่ย เรื่องย่อๆ คือจะเกี่ยวกับ แอนเดรีย แซ็กส์ หรือ อันเดรีย (รับบทโดย Anne Hathaway) สาวน้อยจบใหม่ไฟแรงจากมหาวิทยาลัยที่ใฝ่ฝันอยากจะเป็นนักข่าว แต่ดันต้องมาทำงานเป็นผู้ช่วยคนใหม่ของ มิแรนดา พรีสต์ลีย์ (รับบทโดย Meryl Streep) บรรณาธิการนิตยสารแฟชั่นสุดหรูชื่อดังอย่าง "Runway" ที่ขึ้นชื่อเรื่องความโหด ท่ามหาโหด และความเรื่องมากแบบสุดๆ ครับ อันเดรียเป็นคนที่ไม่สนใจแฟชั่นเลยด้วยซ้ำ การเข้ามาทำงานในโลกที่เต็มไปด้วยความหรูหราและแฟชั่นจ๋าแบบนี้ เลยเป็นเหมือนฝันร้ายดีๆ นี่เอง

สิ่งที่ผมชอบมากๆ ในหนังเรื่องนี้เลยนะ คือการแสดงของ Meryl Streep ครับ คือแบบ... สุดยอดจริงๆ ครับ! เธอเล่นเป็น มิแรนดา ได้แบบน่ากลัว น่าเกรงขาม แต่ก็แฝงไปด้วยความซับซ้อนที่ทำให้เราอดสงสารเธอไม่ได้ในบางที ท่าทาง การพูดจา แววตา ทุกอย่างคือเป๊ะมากครับ สมแล้วที่เป็นนักแสดงระดับตำนานจริงๆ เวลาเธอพูดแต่ละทีนี่คือขนลุกเลยครับ รู้สึกได้เลยว่าทำไมคนทั้งกองบรรณาธิการถึงได้กลัวเธอขนาดนั้น

ส่วน Anne Hathaway ก็น่ารักมากๆ ครับ เธอถ่ายทอดบท อันเดรีย ที่ค่อยๆ เปลี่ยนแปลงไปตามสภาพแวดล้อมได้ดีเลยครับ จากสาวน้อยใสๆ ที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ ก็ค่อยๆ ปรับตัว เรียนรู้ และเติบโตขึ้นในโลกใบนี้ ถึงแม้บางครั้งเราจะรู้สึกว่าเธอเปลี่ยนไปจนน่าใจหาย แต่ก็เข้าใจได้ครับว่าทำไมเธอถึงต้องทำแบบนั้น

ที่ผมบอกว่าอินในฐานะผู้ชายเนี่ย มันไม่ใช่แค่เรื่องแฟชั่นจ๋าๆ หรอกนะครับ แต่มันคือการที่เราต้องเผชิญหน้ากับ "อุปสรรค" และ "การเติบโต" ในหน้าที่การงานครับ อันเดรียต้องเจอกับงานที่ยากเกินกว่าที่เธอจะรับไหว ต้องทำอะไรที่แบบ... ไม่น่าจะทำได้เลย แต่เธอก็พยายามครับ พยายามที่จะพิสูจน์ตัวเอง พยายามที่จะทำให้ได้ตามคำสั่งของ มิแรนดา ที่ดูเหมือนจะไม่มีวันพอใจ

มันทำให้ผมนึกถึงตอนที่ผมเพิ่งเริ่มทำงานใหม่ๆ เลยครับ เจอหัวหน้าที่บรีฟงานแบบงงๆ เจองานที่รู้สึกว่ายากเกินตัว แต่เราก็ต้องกัดฟันสู้ ต้องเรียนรู้ ต้องปรับตัว เพื่อให้งานมันออกมาดีที่สุด เพื่อไม่ให้เราถูกมองว่าไร้ความสามารถ การที่ อันเดรีย ต้องเจองานสารพัดรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการหาหนังสือ "แฮร์รี่ พอตเตอร์" ฉบับพิมพ์ครั้งแรกที่ยังไม่ออกวางขาย (อันนี้คือพีคจริง!) หรือการต้องเปลี่ยนชุดเป็นสิบๆ ชุดในเวลาอันสั้น มันสะท้อนให้เห็นถึงความทุ่มเท ความพยายาม และการต้องก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเอง

อีกอย่างที่ผมชอบคือบทบาทของ Emily (รับบทโดย Emily Blunt) ผู้ช่วยคนแรกของ มิแรนดา ครับ เธอคือตัวแทนของคนที่อยู่ในวงการนี้จริงๆ จังๆ แล้ว ทำทุกอย่างเพื่อรักษาตำแหน่งของตัวเองไว้ ถึงแม้บางครั้งจะดูเห็นแก่ตัวไปบ้าง แต่ก็เข้าใจได้ครับ เพราะในโลกที่โหดร้ายแบบนี้ การเอาตัวรอดก็เป็นสิ่งสำคัญ

หนังเรื่องนี้มันไม่ได้มีแค่เรื่องงานนะ แต่มันยังสะท้อนถึง "ความสัมพันธ์" ด้วยครับ ทั้งความสัมพันธ์กับเพื่อน กับแฟน และกับครอบครัว อันเดรียต้องเสียสละเวลาที่มีให้คนรอบข้างไปกับการทำงาน จนทำให้ความสัมพันธ์หลายๆ อย่างเริ่มสั่นคลอน มันเป็นข้อคิดที่ว่า เวลาที่เราทุ่มเทให้กับงานมากเกินไป จนลืมคนรอบข้าง สุดท้ายแล้วมันอาจจะทำให้เราสูญเสียสิ่งที่สำคัญไปก็ได้

ผมชอบการตัดต่อและเพลงประกอบในหนังเรื่องนี้ด้วยครับ มันทำให้หนังดูสนุก ไม่น่าเบื่อ ถึงแม้จะเป็นหนังที่ค่อนข้างยาว แต่ก็ดูเพลินมากๆ ครับ ฉากแฟชั่นต่างๆ ก็สวยงาม อลังการ สมกับเป็นนิตยสารระดับโลกจริงๆ ครับ

หลายคนอาจจะมองว่า มิแรนดา คือตัวร้ายของเรื่อง แต่ผมกลับรู้สึกว่าเธอคือ "แรงผลักดัน" มากกว่าครับ เป็นคนที่ผลักดันให้ อันเดรีย เติบโต เป็นคนที่ทำให้ อันเดรีย ได้เห็นศักยภาพของตัวเอง ถึงแม้เธอจะใช้วิธีที่รุนแรงไปหน่อยก็ตาม บางทีในชีวิตจริง เราก็ต้องการคนที่ "กดดัน" เรามากๆ เพื่อให้เราก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเองไปได้

หนังเรื่องนี้มันสอนให้เราเห็นว่า การทำงานในสายอาชีพที่เราใฝ่ฝัน มันไม่ได้ง่ายอย่างที่คิดเสมอไป มันต้องแลกมาด้วยอะไรหลายๆ อย่าง ต้องมีความอดทน ต้องมีความพยายาม และต้องมีความพร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเอง

หลังจากดูเรื่องนี้จบ ผมก็นั่งคิดอยู่นานเลยครับ ว่าถ้าเป็นผม ผมจะทำยังไง? ผมจะยอมเปลี่ยนตัวเองไปเพื่อความสำเร็จ หรือจะยืนหยัดในความเป็นตัวเอง? คำตอบมันอาจจะไม่มีถูกมีผิดหรอกครับ มันขึ้นอยู่กับว่าเราให้คุณค่ากับอะไรมากที่สุดในชีวิต

โดยรวมแล้ว "The Devil Wears Prada" เป็นหนังที่ดูสนุก ครบรส ทั้งตลก ดราม่า และให้ข้อคิดที่ดีมากๆ ครับ ถึงแม้ว่าฉากหลังจะเป็นโลกของแฟชั่น แต่แก่นเรื่องมันสามารถเชื่อมโยงกับชีวิตของคนทั่วไปได้จริงๆ ครับ ใครที่ยังไม่เคยดู ผมแนะนำให้ไปหามาดูกันนะครับ รับรองว่าจะไม่ผิดหวังแน่นอนครับ และอาจจะเห็นมุมมองใหม่ๆ เกี่ยวกับการทำงานและการใช้ชีวิตก็ได้ครับ

ขอบคุณที่อ่านรีวิวของผมนะครับ หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับทุกท่านครับ ไว้มีหนังดีๆ จะมาเล่าให้ฟังอีกครับ สวัสดีครับ.
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่