Project ค้างข้ามปี หลังจากย้ายมาอยู่บ้านใหม่ได้เกือบ 5 ปี ได้ฤกษ์เปลี่ยนหลังคาโรงรถ(ที่ได้มาจากโครงการ)
ทำไมต้องเปลี่ยน:
- เสาหลังคา span 4.7-4.8 เมตร, หลังคาคลุมรถได้ไม่ทั้งคัน
- รางน้ำไม่มี วางเพิ่มก็ไม่ได้
- Flashing ไม่ทำให้ ช่องระหว่างหลังคากับตัวบ้านเกือบ 10 cm
เปลี่ยนหลังคาให้กว้าง 6 เมตร span เสา 5.7-5.8 เมตร, วางแผนเพื่อวางแผง Solar ซึ่งได้ตามคาดคือ 3 kW(3.25kW). ลงไมโครไพล์ 4 ต้นเพื่อความแข็งแรง หลัง metal+PU ซึ่งเหมาะกับการติดตั้งรางและแผงโซลาร์
เข้าเรื่อง Solar
ไม่คิดว่าจะติดในปีนี้ แต่ทุกอย่างมันเอื้อให้รีบติด
- ลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 200,000 บาท
- ราคาแผงเตรียมปรับขึ้น (ตอนนี้ ปรับกันไปหมดแล้ว) เพราะจีนยกเลิกสนับสนุน Export VAT
- ค่าแรง ค่าน้ำมันที่จ่อขึ้น
ลักษณะการใช้ไฟฟ้าผม ไม่อยู่บ้านกลางวัน กลับบ้านเย็น ใช้ไฟช่วงเย็นหรือกลางคืนเป็นหลัก สัดส่วน Off-peak: On-Peak อยู่ที่ 80:20 - 75:25 แล้วจะติด Solar เพื่อ? เพื่อชาร์จเข้าแบตเตอรี่ไว้ใช้งานตอนกลางคืน และช่วงไฟดับ (ซึ่งปีนี้ ดับไม่บ่อย และดับไม่นาน)
ราคาที่ได้เมื่อเดือนมีนาคม 69 คือ
120,000 บาท เป็นแผง Longi Himo X10, 645W 5 แผง (3.22kW), Hybrid invert 5k and แบต 5kwh ของ Deye
เริ่มศึกษามากขึ้น ถึงได้รู้ว่า อ้าวววว!!!
ถึงจะมีแบต แต่ถ้าไฟจากการไฟฟ้าดับ เราก็ใช้ไฟจากแบตไม่ได้นะครับ ต้องทำ backup load และถ้าทำ Backup load แล้ว ก็แปลว่าเราต้องตั้งสำรองไฟ นั่นหมายถึงเวลาปกติ ไฟสำรองตรงนี้จะไม่ถูกนำไปใช้งาน และ
แบตที่มีไม่สามารถใช้งานได้ 100% มีสิ่งที่เรียกว่า Depth of Discharge (DoD) ซึ่งปกติจะอยู่ 80% หรือมากสุดถึง 90% แปลว่าแบต 5kWh ใช้งานจริงได้ไม่เกิน 4-4.5 kWh.
เลย upgrade มาเป็น
12 kWh แบต และเดิน backup load สำหรับเต้ารับชั้นล่าง และแอร์อีก 2 ตัว
ราคาขึ้นไป 170,000 บาทเลย
ยังไม่จบ! หลังคาโรงรถลาดเอียงแค่ 5 องศา ซึ่งติดตั้งแผงก็ได้ แต่มีความเสี่ยงที่จะระบายน้ำไม่ดี และสร้างปัญหากับแผงในอนาคต เลยต้องยกปลายแผงให้สูงขึ้นให้ทำมุม 15 องศา ตอนแรกคิดว่าไม่เยอะ แค่ทำมุม 15องศา
ปลายแผงอีกด้านต้องยกขึ้นไปเกือบครึ่งเมตร เลยต้องมีรางที่ปรับระดับได้มาเสริม และติดตาข่ายกันนก จ่ายเพิ่มอีกจ้าาาาาาา
จบกันที่ 180,000 บาท แผง 3.25kW(650w x 5), แบต 12kWh, Hybrid inverter 5kw รวมติดตั้งและขออนุญาตขนานไฟ
จากแสนต้น ๆ มาจบเกือบสองแสน.... ตอนนี้ใช้งานมา 3 วัน แถมเป็นวันที่ฝนตก พายุฤดูร้อนเข้า ก็
ชาร์จแบตได้เต็มหรือเกือบเต็มภายใน 3-4 โมงเย็น (จาก 35% ไป 100%) และข้อดีที่น่าจะเกิดขึ้น สามารถดูแผง Solar ได้เองว่ายังสภาพดีมั้ย มีฝุ่นหนามั้ย รวมไปถึงอาจจะออกไปล้างแผงเองได้ในอนาคต
ส่วนตัว คิดว่า ถ้าหน้าบ้านอยู่ทิศใต้ และไม่มีอะไรมาบัง ติดแผง solar บนหลังคาโรงจอดรถ เอียงเข้าหาทิศใต้ ทำมุมประมาณ 15-20 องศาได้ ก็เป็นทางเลือกที่ดีกว่า ไว้บนหลังคาบ้านชั้น 2 หรือ ชั้นที่อยู่กว่า ที่ไม่สามารถขึ้นไปตรวจสอบสภาพเองได้นะครับ
[CR] วางแผง Solar บนหลังคาโรงจอดรถ ดีจริงมั้ย?
ทำไมต้องเปลี่ยน:
- เสาหลังคา span 4.7-4.8 เมตร, หลังคาคลุมรถได้ไม่ทั้งคัน
- รางน้ำไม่มี วางเพิ่มก็ไม่ได้
- Flashing ไม่ทำให้ ช่องระหว่างหลังคากับตัวบ้านเกือบ 10 cm
เปลี่ยนหลังคาให้กว้าง 6 เมตร span เสา 5.7-5.8 เมตร, วางแผนเพื่อวางแผง Solar ซึ่งได้ตามคาดคือ 3 kW(3.25kW). ลงไมโครไพล์ 4 ต้นเพื่อความแข็งแรง หลัง metal+PU ซึ่งเหมาะกับการติดตั้งรางและแผงโซลาร์
เข้าเรื่อง Solar
ไม่คิดว่าจะติดในปีนี้ แต่ทุกอย่างมันเอื้อให้รีบติด
- ลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 200,000 บาท
- ราคาแผงเตรียมปรับขึ้น (ตอนนี้ ปรับกันไปหมดแล้ว) เพราะจีนยกเลิกสนับสนุน Export VAT
- ค่าแรง ค่าน้ำมันที่จ่อขึ้น
ลักษณะการใช้ไฟฟ้าผม ไม่อยู่บ้านกลางวัน กลับบ้านเย็น ใช้ไฟช่วงเย็นหรือกลางคืนเป็นหลัก สัดส่วน Off-peak: On-Peak อยู่ที่ 80:20 - 75:25 แล้วจะติด Solar เพื่อ? เพื่อชาร์จเข้าแบตเตอรี่ไว้ใช้งานตอนกลางคืน และช่วงไฟดับ (ซึ่งปีนี้ ดับไม่บ่อย และดับไม่นาน)
ราคาที่ได้เมื่อเดือนมีนาคม 69 คือ 120,000 บาท เป็นแผง Longi Himo X10, 645W 5 แผง (3.22kW), Hybrid invert 5k and แบต 5kwh ของ Deye
เริ่มศึกษามากขึ้น ถึงได้รู้ว่า อ้าวววว!!! ถึงจะมีแบต แต่ถ้าไฟจากการไฟฟ้าดับ เราก็ใช้ไฟจากแบตไม่ได้นะครับ ต้องทำ backup load และถ้าทำ Backup load แล้ว ก็แปลว่าเราต้องตั้งสำรองไฟ นั่นหมายถึงเวลาปกติ ไฟสำรองตรงนี้จะไม่ถูกนำไปใช้งาน และ แบตที่มีไม่สามารถใช้งานได้ 100% มีสิ่งที่เรียกว่า Depth of Discharge (DoD) ซึ่งปกติจะอยู่ 80% หรือมากสุดถึง 90% แปลว่าแบต 5kWh ใช้งานจริงได้ไม่เกิน 4-4.5 kWh.
เลย upgrade มาเป็น 12 kWh แบต และเดิน backup load สำหรับเต้ารับชั้นล่าง และแอร์อีก 2 ตัว ราคาขึ้นไป 170,000 บาทเลย
ยังไม่จบ! หลังคาโรงรถลาดเอียงแค่ 5 องศา ซึ่งติดตั้งแผงก็ได้ แต่มีความเสี่ยงที่จะระบายน้ำไม่ดี และสร้างปัญหากับแผงในอนาคต เลยต้องยกปลายแผงให้สูงขึ้นให้ทำมุม 15 องศา ตอนแรกคิดว่าไม่เยอะ แค่ทำมุม 15องศา ปลายแผงอีกด้านต้องยกขึ้นไปเกือบครึ่งเมตร เลยต้องมีรางที่ปรับระดับได้มาเสริม และติดตาข่ายกันนก จ่ายเพิ่มอีกจ้าาาาาาา จบกันที่ 180,000 บาท แผง 3.25kW(650w x 5), แบต 12kWh, Hybrid inverter 5kw รวมติดตั้งและขออนุญาตขนานไฟ
จากแสนต้น ๆ มาจบเกือบสองแสน.... ตอนนี้ใช้งานมา 3 วัน แถมเป็นวันที่ฝนตก พายุฤดูร้อนเข้า ก็ชาร์จแบตได้เต็มหรือเกือบเต็มภายใน 3-4 โมงเย็น (จาก 35% ไป 100%) และข้อดีที่น่าจะเกิดขึ้น สามารถดูแผง Solar ได้เองว่ายังสภาพดีมั้ย มีฝุ่นหนามั้ย รวมไปถึงอาจจะออกไปล้างแผงเองได้ในอนาคต
ส่วนตัว คิดว่า ถ้าหน้าบ้านอยู่ทิศใต้ และไม่มีอะไรมาบัง ติดแผง solar บนหลังคาโรงจอดรถ เอียงเข้าหาทิศใต้ ทำมุมประมาณ 15-20 องศาได้ ก็เป็นทางเลือกที่ดีกว่า ไว้บนหลังคาบ้านชั้น 2 หรือ ชั้นที่อยู่กว่า ที่ไม่สามารถขึ้นไปตรวจสอบสภาพเองได้นะครับ
CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้