ผมขอมโนตามนี้
เนื่องจากสินค้าประเภทสกินแคร์อยู่ระหว่างความสวย + สุขภาพ + ความคาดหวัง ถ้าปล่อยให้เสรี ก็อาจจะควบคุมยาก หากบานปลาย
1. ต้องการป้องกัน “การหลอกลวงเกินจริง” กฎหมายจึงพยายาม “ตัดคำพูดที่พิสูจน์ไม่ได้” เช่น “หาย” “รักษา” “ฆ่าเชื้อ” “ลดสิวแน่นอน” “ดีที่สุด” “ปลอดภัย 100%” “เห็นผลทุกคน”
2. ต้องการแยก “เครื่องสำอาง” ออกจาก “ยา” เพราะสกินแคร์ไม่ได้มีส่วนผสมของยาและไม่มีฤทธิ์ใดๆแบบยา
3. ป้องกันการใช้สถานะ หรือเอกสิทธิ์บางอย่างเพื่อหลอกขาย เช่น หมอ,ผู้เชี่ยวชาญ ออกมาเครมสรรพคุณที่ใครๆอาจหลงเชื่อได้
4. ต้องการลดการชี้นำแบบสุดโต่ง เพราะสกินแคร์เล่นกับความไม่มั่นใจ เช่น คนผิวไม่ดีก็จะรู้สึกนอยๆ คนไหนหน้าแก่ เหี่ยวย่น ก็จะไม่กล้าออกสังคม การไปจูงใจคนเหล่านี้ด้วยความเท็จ หรือเกินจริง จะยิ่งเป็นการซ้ำเติม
5. เพราะสกินแคร์ “พิสูจน์ยาก” วัดผลได้ยาก ผลขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล การเคลมอะไรที่มากเกินไปแล้วอีกคนไม่เห็นผล ซึ่งก็เป็นเรื่องจริงที่คนทำโฆษณาควรต้องระบุในโฆษณาไว้ด้วยทุกครั้ง
ทำไมการโฆษณาสกินแคร์ถึงได้มีกฏหมายคุมเข้มมาก อันนั้นก็พูดไม่ได้ อันนี้ก็ห้ามพูด ?