Type​ 001 มหากาพย์ 15,200 ไมล์ทะเล

Type​ 001 มหากาพย์ 15,200 ไมล์ทะเล


ในยุคที่ดุลอำนาจทางทะเลกำลังเปลี่ยนทิศทาง การปรากฏตัวของเรือบรรทุกเครื่องบินลำแรกของจีนอย่าง "เหลียวหนิง" (Liaoning - หมายเลข 16) ไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มจำนวนเรือรบในมหาสมุทร แต่คือจุดเริ่มต้นของยุทธศาสตร์การครองน่านน้ำที่สั่นสะเทือนภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก วันนี้เราจะพาทุกท่านไปเจาะลึกเบื้องหลังที่ยิ่งกว่าภาพยนตร์ ตั้งแต่การซื้อเรือด้วยแผนกาสิโนลอยน้ำ ไปจนถึงขีดความสามารถที่แท้จริงในปัจจุบัน

กำเนิดจากเถ้าถ่านโซเวียต: มรดกเลือด "วาร์ยัก" (Varyag)
เรือเหลียวหนิงมีจุดเริ่มต้นที่ไม่สวยหรูนัก มันเคยเป็นเรือในชั้นคุซเนตซอฟ (Kuznetsov-class) ของสหภาพโซเวียตที่ต่อไม่เสร็จ โดยถูกทิ้งไว้ในยูเครนหลังการล่มสลายของโซเวียตในสภาพโครงเหล็กขึ้นสนิมที่สร้างเสร็จเพียง 68% ท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจ จีนเล็งเห็นว่านี่คือทางลัดที่ดีที่สุดในการเรียนรู้เทคโนโลยีเรือบรรทุกเครื่องบินที่พวกเขาไม่เคยมี

แผนลับ "กาสิโนลอยน้ำ": ปฏิบัติการซื้อเรือระดับโลก
เนื่องจากความอ่อนไหวทางการเมือง จีนไม่สามารถเดินเข้าไปซื้อเรือรบตรงๆ ได้ จึงเกิดแผนการแยบยลโดยใช้บริษัทนกต่อจากมาเก๊า และตัวละครสำคัญอย่าง "สวี่ เจิงผิง" อดีตนักบาสเกตบอลกองทัพ ที่ปลอมตัวเป็นนักธุรกิจเข้าไปประมูลเรือโดยอ้างว่าจะนำไปสร้างเป็น "กาสิโนลอยน้ำ" มีการใช้เหล้าวอดก้าทำลายกำแพงความระแวงของยูเครน และแอบขนย้ายพิมพ์เขียวน้ำหนักกว่า 40 ตันกลับจีนอย่างลับๆ

มหากาพย์การเดินทาง 15,200 ไมล์ทะเล
การลากจูงเรือวาร์ยักที่ไม่มีเครื่องยนต์กลับมาตุภูมิเต็มไปด้วยอุปสรรค โดยเฉพาะการถูกตุรกีกีดกันไม่ให้ผ่านช่องแคบบอสพอรัสจนต้องลอยลำเคว้งกลางทะเลดำนานถึง 16 เดือน และเกือบอับปางในพายุระดับ 10 ที่กรีซ ท้ายที่สุดเรือลำนี้ต้องเดินทางอ้อมแหลมกู๊ดโฮปเป็นระยะทางกว่า 15,200 ไมล์ทะเล กว่าจะถึงอู่ต่อเรือต้าเหลียนในปี พ.ศ. 2545

จากซากเรือสู่ "ไทป์ 001": การคืนชีพเชิงวิศวกรรม
วิศวกรจีนใช้เวลาหลายปีในการทำ วิศวกรรมย้อนรอย (Reverse Engineering) เพื่อปรับเปลี่ยนโครงสร้างจากเรือครูเซอร์โซเวียตให้กลายเป็นเรือบรรทุกเครื่องบินเต็มรูปแบบ โดยมีการถอดแท่นยิงขีปนาวุธต่อต้านเรือรุ่นเก่าออกเพื่อขยายพื้นที่โรงเก็บเครื่องบิน และติดตั้งระบบเรดาร์ AESA "นัยน์ตามังกร" ที่ทันสมัยที่สุด

สเปกและเขี้ยวเล็บที่น่าเกรงขาม:

ระวางขับน้ำ: 60,900 ตัน (เมื่อบรรทุกเต็มพิกัด)

ความเร็วสูงสุด: 32 น็อต

ฝูงบินประจำเรือ: เครื่องบินขับไล่ เจ-15 (J-15) "ฉลามเหิน" จำนวน 24 เครื่อง และเฮลิคอปเตอร์สนับสนุนรวมกว่า 40 เครื่อง

ระบบป้องกันตัว: ปืนไทป์ 1130 (ยิงได้ 10,000 นัดต่อนาที) และระบบขีปนาวุธ HQ-10

ยุทธศาสตร์ So What?: ทำไมโลกต้องจับตาเหลียวหนิง?
แม้จะถูกปรามาสในช่วงแรกว่าเป็นเพียงเรือฝึก แต่ในปี พ.ศ. 2568 เหลียวหนิงได้พิสูจน์ความพร้อมรบระดับสูงผ่านการซ้อมรบร่วมกับเรือซานตง (Type 002) ในทะเลฟิลิปปินส์ และการเผชิญหน้ากับกองกำลังป้องกันตนเองญี่ปุ่น

ความสำคัญของเหลียวหนิงไม่ได้อยู่ที่ความล้ำสมัยที่สุด แต่มันคือ "ครูใหญ่" ที่สร้างระบบนิเวศการบินในทะเลให้จีน ตั้งแต่นักบิน ช่างเทคนิค ไปจนถึงผู้บัญชาการกองเรือ ทำให้จีนก้าวข้ามขีดจำกัดจากกองทัพเรือป้องกันชายฝั่งสู่การเป็น "กองทัพเรือน้ำลึก" (Blue Water Navy) ที่สามารถปฏิบัติการเชิงรุกในมหาสมุทรแปซิฟิกได้อย่างเต็มภาคภูมิ
คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่