'ช่วงนี้ข่าวภูมิรัฐศาสตร์ร้อนแรงมาก โดยเฉพาะเรื่องสงครามในตะวันออกกลางที่ส่งผลต่อราคาน้ำมันโลกโดยตรงเลยค่ะ คุณน้าขอเอาความรู้เรื่องน้ำมันมาฝากกันก่อนจะไปถึงเรื่องนั้น มาทำความรู้จัก OPEC กันก่อนดีกว่า'
OPEC คืออะไร?
OPEC หรือ "โอเปก" ย่อมาจาก Organization of the Petroleum Exporting Countries แปลตรงๆ ก็คือ
"องค์กรร่วมประเทศผู้ผลิตน้ำมันเพื่อการส่งออก" ค่ะ
ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2503 โดยมีผู้ก่อตั้งแรก 5 ชาติ ได้แก่ ซาอุดิอาระเบีย อิรัก อิหร่าน คูเวต และเวเนซุเอลา ปัจจุบันมีสมาชิกรวม 13 ประเทศ และมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่กรุงเวียนนา ออสเตรีย
จุดประสงค์หลักๆ มีแค่ 2 อย่างค่ะ คือ
1. รักษาเสถียรภาพราคาน้ำมันไม่ให้ผันผวนหนักเกินไป
2. ประสานนโยบายของสมาชิกให้เป็นทิศทางเดียวกัน
ที่น่าสนใจคือ OPEC ถือครองน้ำมันดิบสำรองมากกว่า 70% ของโลก แต่ก็ยังไม่ครอบคลุมผู้ผลิตรายใหญ่อย่างสหรัฐฯ และจีนที่ไม่ได้เป็นสมาชิกนะคะ
แล้ว OPEC+ ต่างจาก OPEC ยังไง?
OPEC+ คือการขยายกลุ่มให้ใหญ่ขึ้น โดยดึงประเทศผู้ผลิตน้ำมันนอก OPEC อีก 10 ชาติเข้ามาร่วมด้วย เช่น รัสเซีย เม็กซิโก คาซัคสถาน มาเลเซีย โอมาน ฯลฯ รวมทั้งหมดกลายเป็น 23 ประเทศค่ะ
ผลที่ได้คือ อำนาจในการควบคุมอุปทานน้ำมันโลกเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จาก 35% เป็น 55% และน้ำมันสำรองจาก 82% พุ่งขึ้นไปถึง 90% — นั่นแหละค่ะที่ทำให้ OPEC+ มีอิทธิพลต่อเศรษฐกิจโลกมากกว่า OPEC เดิมอย่างชัดเจน
ทำไมตอนนี้ (2026) ต้องจับตาเป็นพิเศษ?
นี่คือจุดที่น่าสนใจมากค่ะ
ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ยังคุกรุ่นอยู่ในปี 2026 โดยเฉพาะสถานการณ์สงครามที่เกี่ยวข้องกับสหรัฐฯ และอิสราเอล ส่งผลต่อตลาดน้ำมันโดยตรงในหลายมิติค่ะ
อย่างแรกคือเรื่อง
ความเสี่ยงด้านอุปทาน — ชาติสมาชิก OPEC หลายประเทศอยู่ในโซนตะวันออกกลาง เช่น อิหร่าน อิรัก คูเวต ซาอุฯ ฯลฯ ความไม่แน่นอนในภูมิภาคนี้ทำให้ตลาดประเมินความเสี่ยงสูงขึ้น และราคาน้ำมันมักจะตอบสนองทันทีเมื่อข่าวลุกลาม
อย่างที่สองคือ
ท่าทีของ OPEC+ ต่อการผลิต — เทรดเดอร์ต้องติดตามว่าที่ประชุม OPEC+ จะปรับโควตาการผลิตหรือไม่ เพราะสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์มีผลต่อการตัดสินใจของสมาชิกโดยตรง
อย่างที่สามคือ
ปัจจัยสหรัฐฯ — สหรัฐฯ ไม่ได้เป็นสมาชิก OPEC แต่เป็นผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ของโลก นโยบายพลังงานและแรงกดดันทางการเมืองต่อชาติผู้ผลิตในตะวันออกกลางล้วนสร้างแรงสั่นสะเทือนให้ตลาด
สรุป
- OPEC = 13 ประเทศ, ควบคุมน้ำมันสำรอง 70%+ ของโลก
- OPEC+ = 23 ประเทศ, อิทธิพลมากกว่า, มีรัสเซียร่วมด้วย
- การประชุม OPEC+ = ส่งผลตรงๆ ต่อราคาน้ำมัน = กระทบ Commodity และหลายตลาดพร้อมกัน
- ปี 2026 = ความไม่แน่นอนในตะวันออกกลางยังสูง = ต้องจับตาใกล้ชิดกว่าปกติค่ะ
OPEC และ OPEC+ คืออะไร? แล้วทำไมตอนนี้ต้องจับตาให้ดีเป็นพิเศษ
OPEC คืออะไร?
OPEC หรือ "โอเปก" ย่อมาจาก Organization of the Petroleum Exporting Countries แปลตรงๆ ก็คือ "องค์กรร่วมประเทศผู้ผลิตน้ำมันเพื่อการส่งออก" ค่ะ
ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2503 โดยมีผู้ก่อตั้งแรก 5 ชาติ ได้แก่ ซาอุดิอาระเบีย อิรัก อิหร่าน คูเวต และเวเนซุเอลา ปัจจุบันมีสมาชิกรวม 13 ประเทศ และมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่กรุงเวียนนา ออสเตรีย
จุดประสงค์หลักๆ มีแค่ 2 อย่างค่ะ คือ
1. รักษาเสถียรภาพราคาน้ำมันไม่ให้ผันผวนหนักเกินไป
2. ประสานนโยบายของสมาชิกให้เป็นทิศทางเดียวกัน
ที่น่าสนใจคือ OPEC ถือครองน้ำมันดิบสำรองมากกว่า 70% ของโลก แต่ก็ยังไม่ครอบคลุมผู้ผลิตรายใหญ่อย่างสหรัฐฯ และจีนที่ไม่ได้เป็นสมาชิกนะคะ
แล้ว OPEC+ ต่างจาก OPEC ยังไง?
OPEC+ คือการขยายกลุ่มให้ใหญ่ขึ้น โดยดึงประเทศผู้ผลิตน้ำมันนอก OPEC อีก 10 ชาติเข้ามาร่วมด้วย เช่น รัสเซีย เม็กซิโก คาซัคสถาน มาเลเซีย โอมาน ฯลฯ รวมทั้งหมดกลายเป็น 23 ประเทศค่ะ
ผลที่ได้คือ อำนาจในการควบคุมอุปทานน้ำมันโลกเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จาก 35% เป็น 55% และน้ำมันสำรองจาก 82% พุ่งขึ้นไปถึง 90% — นั่นแหละค่ะที่ทำให้ OPEC+ มีอิทธิพลต่อเศรษฐกิจโลกมากกว่า OPEC เดิมอย่างชัดเจน
ทำไมตอนนี้ (2026) ต้องจับตาเป็นพิเศษ?
นี่คือจุดที่น่าสนใจมากค่ะ
ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ยังคุกรุ่นอยู่ในปี 2026 โดยเฉพาะสถานการณ์สงครามที่เกี่ยวข้องกับสหรัฐฯ และอิสราเอล ส่งผลต่อตลาดน้ำมันโดยตรงในหลายมิติค่ะ
อย่างแรกคือเรื่อง ความเสี่ยงด้านอุปทาน — ชาติสมาชิก OPEC หลายประเทศอยู่ในโซนตะวันออกกลาง เช่น อิหร่าน อิรัก คูเวต ซาอุฯ ฯลฯ ความไม่แน่นอนในภูมิภาคนี้ทำให้ตลาดประเมินความเสี่ยงสูงขึ้น และราคาน้ำมันมักจะตอบสนองทันทีเมื่อข่าวลุกลาม
อย่างที่สองคือ ท่าทีของ OPEC+ ต่อการผลิต — เทรดเดอร์ต้องติดตามว่าที่ประชุม OPEC+ จะปรับโควตาการผลิตหรือไม่ เพราะสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์มีผลต่อการตัดสินใจของสมาชิกโดยตรง
อย่างที่สามคือ ปัจจัยสหรัฐฯ — สหรัฐฯ ไม่ได้เป็นสมาชิก OPEC แต่เป็นผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ของโลก นโยบายพลังงานและแรงกดดันทางการเมืองต่อชาติผู้ผลิตในตะวันออกกลางล้วนสร้างแรงสั่นสะเทือนให้ตลาด
สรุป
- OPEC = 13 ประเทศ, ควบคุมน้ำมันสำรอง 70%+ ของโลก
- OPEC+ = 23 ประเทศ, อิทธิพลมากกว่า, มีรัสเซียร่วมด้วย
- การประชุม OPEC+ = ส่งผลตรงๆ ต่อราคาน้ำมัน = กระทบ Commodity และหลายตลาดพร้อมกัน
- ปี 2026 = ความไม่แน่นอนในตะวันออกกลางยังสูง = ต้องจับตาใกล้ชิดกว่าปกติค่ะ