🔥🔋⚡ไหม้แล้วดับยาก แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน กับการเกิด Thermal Runaway ไฟลุกแล้วดับแทบไม่ได้!

🔥🔋⚡ไหม้แล้วดับยาก แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน กับการเกิด Thermal Runaway ไฟลุกแล้วดับแทบไม่ได้!

การเกิดเพลิงไหม้ในแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน (Lithium-ion Battery) เป็นกระบวนการทางเคมีที่ซับซ้อน
และอันตรายกว่าเพลิงไหม้ทั่วไป โดยมีลักษณะเฉพาะที่เรียกว่า Thermal Runaway หรือ สภาวะความร้อนหนีศูนย์
ซึ่งสามารถอธิบายลำดับเหตุการณ์และสาเหตุได้ดังนี้



💥สาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้

ความร้อนสะสมจนเกิดการลุกไหม้มักมาจาก 3 ปัจจัยหลัก คือ

ความเสียหายทางกายภาพ ถูกกระแทกอย่างรุนแรงจนแผ่นกั้น (Separator) ภายในเซลล์ฉีกขาด

ความผิดพลาดทางไฟฟ้า การชาร์จไฟเกิน (Overcharge) หรือการเกิดไฟฟ้าลัดวงจรภายใน (Internal Short Circuit)

ความร้อนจากภายนอก การอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ร้อนจัดจนสารเคมีภายในเริ่มสลายตัว

💥กลไกการเกิด Thermal Runaway

เมื่อเซลล์แบตเตอรี่มีความร้อนสูงเกินขีดจำกัด (โดยปกติจะเริ่มที่ประมาณ 130-150°C) จะเกิดปฏิกิริยาลูกโซ่ดังนี้



การสลายตัวของชั้นเคลือบ: ชั้นป้องกันบนขั้วแบตเตอรี่จะเริ่มละลาย
ปฏิกิริยาคายความร้อน สารเคมีภายในเริ่มทำปฏิกิริยากันเองและปลดปล่อยความร้อนออกมามากขึ้นเรื่อยๆ
โดยไม่ต้องพึ่งพาความร้อนจากภายนอก

ความร้อนที่สูงขึ้นทำให้อิเล็กโทรไลต์ระเหยกลายเป็นก๊าซที่ไวไฟสูงและสะสมแรงดันภายในเซลล์
การระเบิดและลุกไหม้ เมื่อแรงดันสูงเกินไป เปลือกหุ้มจะแตกออกและปล่อยก๊าซไวไฟออกมาสัมผัสกับออกซิเจนภายนอก
เกิดเป็นไฟที่รุนแรงและดับได้ยาก



🔋💥ความแตกต่างจากการไหม้ของเชื้อเพลิงทั่วไป

Self-Oxygenating ปฏิกิริยาเคมีภายในแบตเตอรี่สามารถปลดปล่อยออกซิเจนออกมาได้เอง
ทำให้ไฟลุกไหม้ต่อได้แม้จะใช้ถังดับเพลิงเคมีแห้งฉีดกลบเพื่อไล่ออกซิเจนภายนอก

Re-ignition แบตเตอรี่ที่ไฟดับแล้วสามารถกลับมาลุกไหม้ใหม่ได้ (Re-ignite)
หากความร้อนภายในยังไม่ลดลงต่ำกว่าจุดวิกฤต เพราะความร้อนที่เหลืออยู่สามารถกระตุ้นเซลล์ข้างเคียงที่ยังไม่ไหม้ให้เกิด
Thermal Runaway ต่อได้

Toxic Fumes ก๊าซที่ปล่อยออกมามีความเป็นพิษสูง เช่น ไฮโดรเจนฟลูออไรด์ (Hydrogen Fluoride)
ซึ่งเป็นอันตรายต่อระบบทางเดินหายใจ


เหตุผลที่แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนเมื่อเกิดเพลิงไหม้แล้วมีความรุนแรงและดับยากกว่าเพลิงไหม้ทั่วไป
มาจากปัจจัยหลักทางเคมีและโครงสร้างภายใน ดังนี้

💥ปรากฏการณ์ Thermal Runaway (ความร้อนหนีศูนย์)

นี่คือหัวใจสำคัญของปัญหา เมื่อเซลล์แบตเตอรี่ได้รับความเสียหายหรือร้อนจัด จะเกิดปฏิกิริยาลูกโซ่ที่
สร้างความร้อนด้วยตัวเอง ความร้อนที่เกิดขึ้นจะไปกระตุ้นให้เซลล์ข้างเคียงร้อนตามและไหม้ต่อไปเรื่อยๆ
เหมือนโดมิโน ทำให้เพลิงไหม้ลุกลามอย่างรวดเร็วและต่อเนื่องยาวนานจนกว่าพลังงานในทุกเซลล์จะหมดไป


🔋💥แบตเตอรี่ผลิตออกซิเจนได้เองขณะลุกไหม้

โดยปกติไฟต้องการองค์ประกอบ 3 อย่างคือ เชื้อเพลิง ความร้อน และออกซิเจน แต่ในแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน
เมื่อเกิดความร้อนสูง สารประกอบเคมีในขั้วแคโทดจะสลายตัวและปลดปล่อย ออกซิเจน ออกมาภายในเซลล์โดยตรง
ทำไมถึงดับยาก แม้เราจะใช้ถังดับเพลิงเคมีหรือทรายไปกลบเพื่อตัดออกซิเจนจากอากาศภายนอก
แต่ไฟข้างในยังคงลุกไหม้ได้เพราะมันมีแหล่งผลิตออกซิเจนของตัวเอง

🔋💥พลังงานหนาแน่นสูง (High Energy Density)

แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนถูกออกแบบมาให้เก็บพลังงานได้มหาศาลในพื้นที่จำกัด
เมื่อพลังงานเคมีเหล่านี้ถูกเปลี่ยนเป็นพลังงานความร้อนในคราวเดียว จึงมีความรุนแรงสูงมาก
และอิเล็กโทรไลต์ที่อยู่ข้างในยังมีคุณสมบัติเป็นสารไวไฟ (Flammable Liquid) คล้ายน้ำมันเบนซิน



🔋💥การลุกไหม้ซ้ำ (Re-ignition)

นี่คือสิ่งที่น่ากลัวที่สุดสำหรับเจ้าหน้าที่ดับเพลิง แม้เปลวไฟภายนอกจะดูเหมือนดับลงแล้ว แต่ถ้า ความร้อนสะสม
ภายในใจกลางแบตเตอรี่ยังไม่ถูกกำจัดออกไป ปฏิกิริยาเคมีจะยังคงดำเนินอยู่ และสามารถกลับมาพ่นไฟ
หรือระเบิดซ้ำได้อีกครั้งหลังจากเวลาผ่านไปหลายชั่วโมงหรือแม้กระทั่งเป็นวัน

🧯วิธีเดียวที่จะสยบได้คือ การลดอุณหภูมิ

การดับไฟประเภทนี้ไม่ใช่แค่การทำให้ไฟดับ แต่คือการทำให้อุณหภูมิเย็นลง

ต้องใช้น้ำในปริมาณที่มหาศาล (มากกว่าการดับไฟรถยนต์สันดาปหลายเท่า) เพื่อระบายความร้อนออกจากแกนกลางของแบตเตอรี่

ในบางกรณี นักดับเพลิงอาจต้องปล่อยให้ไฟไหม้จนเชื้อเพลิงหมดไปเองพร้อมกับฉีดน้ำเลี้ยงเพื่อป้องกันไม่ให้ไฟลามไปยังพื้นที่ข้างเคียง

ข้อควรระวัง ควันที่เกิดจากการไหม้ของลิเธียมไอออนมีก๊าซพิษ เช่น ไฮโดรเจนฟลูออไรด์ (HF)
ซึ่งมีฤทธิ์กัดกร่อนรุนแรงและเป็นอันตรายต่อระบบทางเดินหายใจอย่างมาก
หากพบเหตุการณ์ควรอยู่ห่างในระยะปลอดภัยและอยู่เหนือลมเสมอ.

🔥🔋⚡ที่มา

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่