จากกระทู้นี้
กระทู้เห่อลูก : ทุกวันนี้ยังถามคนไทยว่า ที่บ้านมีช้างรึเปล่าเลยหรอเนี่ย
https://pantip.com/topic/44078153/comment4-3

เพิ่งได้คลิปตอนลูกสาวขึ้นเวทีตอบคำถามมาเห่อครับ
บนเวทีขึ้นรอบเดียวกับ เนปาล และ มองโกเลีย ถอดเทปจากคลิปได้ดังนี้ครับ
พิธีกร "สวัสดีสาวๆ สวัสดีแขกผู้มีเกียรติทุกท่านที่นี่ ขอบคุณเคลลี่ ที่พาเราไปรู้จักกับ เกาหลีใต้ ฟิลิปปินส์ และ อุซเบกีสถาน ช่างน่าสนใจจริงๆ แต่ตอนนี้ ผมอยู่กับสาวๆที่จะมาแนะนำให้เราได้รู้จัก ไทยแลนด์ มองโกเลีย และ เนปาล ขอเสียงปรบมือต้อนรับสาวๆทั้งสามคนกันหน่อยครับ"
((ลูกสาว แนะนำตัวเป็นภาษาไทย "สวัสดีค่ะ" ชื่ออะไร แล้วพูดภาษาอังกฤษอีกรอบ พร้อมแถมแนะนำว่าเรียนโรงเรียนอะไร เรียกเสียงเพื่อนๆจากโรงเรียนที่มาดู))
อีกสองคนที่ขึ้นมา น่าจะเป็นเด็กเชื้อชาติเนปาล มองโกเลียน ที่เกิดอเมริกามั้งครับ ภาษาเนทีฟอเมริกันมาก แต่ก็ทักทายภาษาตัวเองได้
ตัดมาที่คำถามเลยนะครับ
พิธีกร "อยากให้เล่าให้ฟังหน่อยว่า ไทยแลนด์ มีลักษณะยังไง" จากนั้นพิธีกรก็ทำท่ามองชุด มองการแต่งกาย "ลองเล่าให้เราฟังหน่อยว่า ชุดที่แสนอลังการนี้ กับเรื่องราวของวัฒนธรรมของคุณเป็นอย่างไร ว่าแต่นั่นทองจริงๆหรือเปล่า?"
ลูกสาว "ของจริงที่สวมใส่ในอารยธรรมไทยเดิมเป็นทองและอัญมณีจริงแน่นอนค่ะ แต่ฉันดีใจนะที่นี่เป็นของจำลอง (หัวเราะ)"
พิธีกร "ฮ่า แน่นอน ไม่อย่างนั้น รปภ. คงต้องติดตามคุณเป็นพิเศษ เอาล่ะ พาเราไปวัฒนธรรมของไทยแลนด์หน่อย"
ลูกสาว "คุณมีเวลาแค่ไหนล่ะคะ? (ยิ้มกวน)"
พิธีกร "เฮ้ เคลลี่ (มองไปข้างเวที) ตาผมกินเวลาช่องต่อไปของคุณบ้างล่ะ (หันกลับมาที่ลูกสาว ยังไงก็เหลือเวลาให้เพื่อนๆจากเนปาล และมองโกเลียด้วยนะ"
ต่อไปนี้คือ สิ่งที่ลูกสาวเตรียมตัวมาครับ เค้าได้คำถามมาก่อนแล้วท่อง ซ้อมมาเพื่อเล่าบนเวที

ไทยแลนด์ ประเทศเล็กๆ อยู่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เรามีการตั้งรกรากตั้งแต่ก่อนประวัติศาสตร์มากกว่า 3,000 ปีที่แล้ว เรามีตัวตนตั้งแต่ 200-300 ปีก่อนคริสตกาล เทียบเคียงกับ พระเจ้าอโศกมหาราชของอินเดีย และ จักรพรรดิ์ฉินซีฮ่องเต้ของจีน ร่วมสมัยกับโรมันยุคสาธารณรัฐ ไทยแลนด์ หรือเดิมเรียกว่า สยาม เป็นแหล่งผลิตโลหะมีค่าค้าขายกับอินเดีย ไปถึงโรมัน ทั้ง ทองแดง สำริด จนถูกรเียกว่า "สุวรรณภูมิ" หรือ "ดินแดนแห่งทอง"
คนสยามพูดภาษาไทย ที่เป็นภาษาไทโบราณของวัฒนธรรมจีนตอนใต้ และมีอักษรเป็นของตัวเองในศตวรรษที่ 13 ในเวลาเดียวกับที่ เจงกีสข่านขยายอิทธิพลในเอเชียและยุโรป กุบไลข่านปกครองจีนเป็นยุคราชวงศ์หยวน
ลูกสาว "คริสโตเฟอร์ โคลัมบัส พบทวีปอเมริกาปีอะไรคะ?" (หันไปถามพิธีกร)
พิธีกร "โอ .. คุณกำลังทำให้ครูประถมของผมโกรธนะเนี่ย (หัวเราะ) เอาเป็นว่า ศตวรรษที่ 15-16 แล้วกัน"
ลูกสาวเล่าต่อว่า ช่วงเวลานั้น สยาม เป็นที่รู้จักในฐานะเมืองท่าสำคัญของการค้าทางทะเล นอกจากช่องแคบมะละกา ใน Pirates Of Caribian สยามคือจุดแลกเปลี่ยนสินค้าตะวันตกและจีน ยามทำการค้ากับจักรพรรดิ์จีน ส่งออกสินค้าไปญี่ปุ่น สยามเคยอาสาปราบโจรสลัดในทะเลจีนใต้ให้ราชสำนักจีน สยามส่งคณะฑูตไปฝรั่งเศส สยามอภิวัฒน์เข้าสุ่ยุคใหม่พร้อมๆกับจักรพรรดิ์เมจิของญี่ปุ่น สยามเิดรับ และเป็มิตรที่ดีของสหรัฐอเมริกานับตั้งแต่การติดต่อสัมพันธ์ครั้งแรก ผ่านสงครามเย็น เปลี่ยนชื่อเป็นไทยแลนด์ และ ชาวไทย หลายคนก็อาศัยอยู่ในสหรัฐอเมริกา นำเอาวัฒนธรรม และอาหารไทยมาให้ทุกท่านในวันนี้
(ชี้มือไปทางบูธอาหารไทย)
พิธีกร "ว้าว ถ้าผมรู้ขนาดนี้ผมคงไม่ต้องทำรายงานประวัติศาสตร์ตอนหน้าร้อน (หัวเราะ) ผมเห็นไทยแลนด์ มีช้างมากมาย ในประเทศไทยช้างสำคัญมากใช่มั้ย?"
ลูกสาว "ใช่ค่ะ ช้างเป็นสัตว์สำคัญของคนไทย"
พิธีกร "ที่บ้านคุณมีช้างขี่หรือเปล่า แล้วคุณพาช้างมาอยู่ที่อเมริกาด้วยรึเปล่าเนี่ย (หัวเราะร่วน) เล่าให้เราฟังหน่อย การขี่ช้างเป็นยังไง"
จุดนี้แหละ ลูกสาวรู้สึกเคืองๆ ที่เอาเรื่องขี่ช้างมาตลกขบขันถามกันบนเวทีแบบนี้ ชักสีหน้าใส่ไปหน่อยนึง ผมไม่รู้ว่าคนอื่นจะสังเกตได้มั้ยนะแต่ คนเป็นพ่อเห็นปุ๊บรู้เลยว่า มีอารมณ์ขึ้น แต่พยายามเก็บไว้
ลูกสาว "ถ้าคุณอยากขี่ช้าง คุณไปลองที่ประเทศไทยได้ นักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสช้าง ซึ่ง มันน่ารักมากนะ ชั้นก็เคยไปเที่ยวและขี่ช้าง แต่ น่าเสียดาย ที่บ้านชั้นมีแต่แมว และครอบครัวของชั้น ใช้รถ EV กับขนส่งมวลชนระบบรางในกรุงเทพ คนไทย ไม่ได้ใช้ช้างในวิถีชีวิตแล้วล่ะ (ทำท่าสงสัยหันไปถามพิธีกร) เอ๊ะ ชั้นคิดว่า ชั้นไม่เห็นคุณขี่ม้ามางานนี้เหมือนกันนะ ใช่มั้ย?"
พิธีกร "เราคงต้องทำ ที่จอดม้า อยู่หน้าฮอลล์ (แล้วทำท่าคาวบอยยี้ฮ่าาา ลงจากม้า พูดสำเนียงใต้ให้คนรับฝากม้า) มาคุยเรื่องอาหารดีกว่า (กลับมาสัมภาษณ์ต่อ) อาหารไทยเป็นยังไงบ้าง?"
ลูกสาว "จริงๆชั้นคงไม่ต้องอธิบายมาก เพราะใครๆก็รู้จักอาหารไทยที่มีชื่อสเียงมากมาย ในที่นี้ ใครรู้จัก ผัดไทบ้างคะ ยกมือหน่อย ใครรู้จักต้มยำกุ้งบ้าง ใครรู้จักแกงเขียวหวานบ้าง?" (ถามคนดูหน้าเวที) "อาหารไทย มาจากการผสมผสานวัฒนธรรม รับเอาวัฒนธรรมชาติอื่นมาดัดแปลงให้เหมาะกับท้องถิ่น เรามีเส้นบะหมี่จากจีน มาเป็นผัดไท เรารับขนมจากโปรตุเกสมาเป็นทองหยิบทองหยอดฝอยทอง เราใช้มะละกอและพริกจากอเมริกาใต้มาเป็นส้มตำ เรามีสมุนไพร กะทิ เครื่องเทศ ที่กลายเป็นอาหารหลายเมนูที่ไม่เหมือนใคร
ลูกสาวปิดท้ายว่า "อธิบายยังไงก็คงไม่มีทางรู้ว่ารสชาติอาหารไทยเป็นยังไง แต่ ชั้นรับรองได้ว่า อาหารไทย ไม่ใช่แค่อาหาร แต่เ)็นประสบการณ์ของวัฒนธรรมนับพันปี และ การเปิดกว้างผสมผสานที่ลงตัว (หันไปถามพิธีกร) เราจบสัมภาษณ์แล้วไปชิมเลยมั้ย ชั้นพาไป"
พิธีกร "เดี๋ยวๆๆ เรายังมีเนปาล กับ มองโกเลียอยู่ด้วย"
ลูกสาว "งั้นเราไปกันหมดเลยนี่แหละ (หัวเราะ)"
พิธีกร "ฝากพูดอะไรสักหน่อย เกี่ยวกับบูธของอาหารไทยในงาน เอเชี่ยนฟู้ดมาร์เก็ทปีนี้หน่อย"
ลูกสาวแนะนำว่า บูธอาหารไทย เกิดจากการรวมตัวกันของร้านอาหารไทย ของคนไทยแท้ๆ เจ้าของคือคนไทย สูตรและพ่อครัวคนไทย วัตถุดิบอย่างดี รักษาความเป็นต้นฉบับไว้ (แล้วพูดชื่อร้าน ถนน โซเชียลมีเดีย ตามที่ท่องมา)
((เค้าย้ำเรื่อง"ของแท้" เพราะ ลูกสาวบอกว่า มีร้านอาหารไทยของคนเวียตนาม คนจีน เปิดขายเมนูไทย แต่ร้านของคนไทย ต้องการใช้จุดขายด้านความเป็นของแท้))

จากนั้น พิธีกรก็ไปสัมภาษณ์ตัวแทนจากวัฒนธรรมอื่นต่อ ลูกสาวก็ส่งไมค์ให้เพื่อนรับไปต่อ
ต้องขอบคุณเพื่อนจากที่โรงเรียน ที่มาเที่ยวงานนี้ (จ่ายค่าเข้าคนละ 11$) อุตส่าห์ถ่ายคลิปตอนขึ้นเวทีไว้ให้
คุณอดีตภรรยา ปลื้มลูกสาวที่สามารถพูดได้อย่างชัดเจน สำเนียงไปไกลมาก คุณย่า(แม่ผมเอง) ภูมิใจที่เห็นหลาน ใส่ชุดไทย นำเอาความเป็นไทยไปเผยแพร่ เพราะท่านทำงานราชการที่ต้องไปประจำต่างประเทศมาก่อน ยาวนานหลายสิบปี
ส่วน มนุษย์พ่อ ไม่ได้อะไรเยอะเลยครับ บอกตรงๆ ภูมิใจที่ฉะฉาน แก้ไขหน้างาน สามารถพูดบนเวทีได้ไม่ตะกุกตะกัก ติดอ่าง ยืนเป็นท่อนไม้ เพราะเรื่องแบบนี้ ผู้ใหญ่บางคนยังทำไม่ได้ พอเจอสถานการณ์กดดัน ติดอ่าง พูดไป เอ่อ อ่า ติดๆค้างๆไป ขอแค่ มั่นใจ และ กล้าพูดได้ เท่านี้ก็เนี่ยมในใจมนุษย์พ่อแล้ว
คลิปสัมภาาษณ์ นอกจาก เพื่อนถ่ายส่งให้ครูที่โรงเรียนเค้าที่อเมริกาแล้ว ทางบ้าน ส่งไปให้ครูที่โรงเรียนไทยที่เคยเรียน ทั้งประถม มัธยมต้น มัธยมปลาย ... บอกไม่อายครับ "อวด" นั่นแหละ ฮ่าๆๆ .. จริงๆคือ ส่งไปขอบคุณ ครูหลายๆท่านครับ ที่ส่งเสริมให้เค้าเติบโตมาได้ ความภูมิใจนี้เกิดไม่ได้ถ้าไม่มีครูบาอาจารย์สั่งสอนแนะนำ
หมายเหตุ* ภาพดัดแปลงด้วย AI เพื่อความเ)็นส่วนตัวของผู้เกี่ยวข้อง
กระทู้เห่อลูก : ภาคต่อ ตอบคำถามบนเวทีเกี่ยวกับวัฒนธรรมไทย
เพิ่งได้คลิปตอนลูกสาวขึ้นเวทีตอบคำถามมาเห่อครับ
บนเวทีขึ้นรอบเดียวกับ เนปาล และ มองโกเลีย ถอดเทปจากคลิปได้ดังนี้ครับ
พิธีกร "สวัสดีสาวๆ สวัสดีแขกผู้มีเกียรติทุกท่านที่นี่ ขอบคุณเคลลี่ ที่พาเราไปรู้จักกับ เกาหลีใต้ ฟิลิปปินส์ และ อุซเบกีสถาน ช่างน่าสนใจจริงๆ แต่ตอนนี้ ผมอยู่กับสาวๆที่จะมาแนะนำให้เราได้รู้จัก ไทยแลนด์ มองโกเลีย และ เนปาล ขอเสียงปรบมือต้อนรับสาวๆทั้งสามคนกันหน่อยครับ"
((ลูกสาว แนะนำตัวเป็นภาษาไทย "สวัสดีค่ะ" ชื่ออะไร แล้วพูดภาษาอังกฤษอีกรอบ พร้อมแถมแนะนำว่าเรียนโรงเรียนอะไร เรียกเสียงเพื่อนๆจากโรงเรียนที่มาดู))
อีกสองคนที่ขึ้นมา น่าจะเป็นเด็กเชื้อชาติเนปาล มองโกเลียน ที่เกิดอเมริกามั้งครับ ภาษาเนทีฟอเมริกันมาก แต่ก็ทักทายภาษาตัวเองได้
ตัดมาที่คำถามเลยนะครับ
พิธีกร "อยากให้เล่าให้ฟังหน่อยว่า ไทยแลนด์ มีลักษณะยังไง" จากนั้นพิธีกรก็ทำท่ามองชุด มองการแต่งกาย "ลองเล่าให้เราฟังหน่อยว่า ชุดที่แสนอลังการนี้ กับเรื่องราวของวัฒนธรรมของคุณเป็นอย่างไร ว่าแต่นั่นทองจริงๆหรือเปล่า?"
ลูกสาว "ของจริงที่สวมใส่ในอารยธรรมไทยเดิมเป็นทองและอัญมณีจริงแน่นอนค่ะ แต่ฉันดีใจนะที่นี่เป็นของจำลอง (หัวเราะ)"
พิธีกร "ฮ่า แน่นอน ไม่อย่างนั้น รปภ. คงต้องติดตามคุณเป็นพิเศษ เอาล่ะ พาเราไปวัฒนธรรมของไทยแลนด์หน่อย"
ลูกสาว "คุณมีเวลาแค่ไหนล่ะคะ? (ยิ้มกวน)"
พิธีกร "เฮ้ เคลลี่ (มองไปข้างเวที) ตาผมกินเวลาช่องต่อไปของคุณบ้างล่ะ (หันกลับมาที่ลูกสาว ยังไงก็เหลือเวลาให้เพื่อนๆจากเนปาล และมองโกเลียด้วยนะ"
ต่อไปนี้คือ สิ่งที่ลูกสาวเตรียมตัวมาครับ เค้าได้คำถามมาก่อนแล้วท่อง ซ้อมมาเพื่อเล่าบนเวที
ไทยแลนด์ ประเทศเล็กๆ อยู่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เรามีการตั้งรกรากตั้งแต่ก่อนประวัติศาสตร์มากกว่า 3,000 ปีที่แล้ว เรามีตัวตนตั้งแต่ 200-300 ปีก่อนคริสตกาล เทียบเคียงกับ พระเจ้าอโศกมหาราชของอินเดีย และ จักรพรรดิ์ฉินซีฮ่องเต้ของจีน ร่วมสมัยกับโรมันยุคสาธารณรัฐ ไทยแลนด์ หรือเดิมเรียกว่า สยาม เป็นแหล่งผลิตโลหะมีค่าค้าขายกับอินเดีย ไปถึงโรมัน ทั้ง ทองแดง สำริด จนถูกรเียกว่า "สุวรรณภูมิ" หรือ "ดินแดนแห่งทอง"
คนสยามพูดภาษาไทย ที่เป็นภาษาไทโบราณของวัฒนธรรมจีนตอนใต้ และมีอักษรเป็นของตัวเองในศตวรรษที่ 13 ในเวลาเดียวกับที่ เจงกีสข่านขยายอิทธิพลในเอเชียและยุโรป กุบไลข่านปกครองจีนเป็นยุคราชวงศ์หยวน
ลูกสาว "คริสโตเฟอร์ โคลัมบัส พบทวีปอเมริกาปีอะไรคะ?" (หันไปถามพิธีกร)
พิธีกร "โอ .. คุณกำลังทำให้ครูประถมของผมโกรธนะเนี่ย (หัวเราะ) เอาเป็นว่า ศตวรรษที่ 15-16 แล้วกัน"
ลูกสาวเล่าต่อว่า ช่วงเวลานั้น สยาม เป็นที่รู้จักในฐานะเมืองท่าสำคัญของการค้าทางทะเล นอกจากช่องแคบมะละกา ใน Pirates Of Caribian สยามคือจุดแลกเปลี่ยนสินค้าตะวันตกและจีน ยามทำการค้ากับจักรพรรดิ์จีน ส่งออกสินค้าไปญี่ปุ่น สยามเคยอาสาปราบโจรสลัดในทะเลจีนใต้ให้ราชสำนักจีน สยามส่งคณะฑูตไปฝรั่งเศส สยามอภิวัฒน์เข้าสุ่ยุคใหม่พร้อมๆกับจักรพรรดิ์เมจิของญี่ปุ่น สยามเิดรับ และเป็มิตรที่ดีของสหรัฐอเมริกานับตั้งแต่การติดต่อสัมพันธ์ครั้งแรก ผ่านสงครามเย็น เปลี่ยนชื่อเป็นไทยแลนด์ และ ชาวไทย หลายคนก็อาศัยอยู่ในสหรัฐอเมริกา นำเอาวัฒนธรรม และอาหารไทยมาให้ทุกท่านในวันนี้
(ชี้มือไปทางบูธอาหารไทย)
พิธีกร "ว้าว ถ้าผมรู้ขนาดนี้ผมคงไม่ต้องทำรายงานประวัติศาสตร์ตอนหน้าร้อน (หัวเราะ) ผมเห็นไทยแลนด์ มีช้างมากมาย ในประเทศไทยช้างสำคัญมากใช่มั้ย?"
ลูกสาว "ใช่ค่ะ ช้างเป็นสัตว์สำคัญของคนไทย"
พิธีกร "ที่บ้านคุณมีช้างขี่หรือเปล่า แล้วคุณพาช้างมาอยู่ที่อเมริกาด้วยรึเปล่าเนี่ย (หัวเราะร่วน) เล่าให้เราฟังหน่อย การขี่ช้างเป็นยังไง"
จุดนี้แหละ ลูกสาวรู้สึกเคืองๆ ที่เอาเรื่องขี่ช้างมาตลกขบขันถามกันบนเวทีแบบนี้ ชักสีหน้าใส่ไปหน่อยนึง ผมไม่รู้ว่าคนอื่นจะสังเกตได้มั้ยนะแต่ คนเป็นพ่อเห็นปุ๊บรู้เลยว่า มีอารมณ์ขึ้น แต่พยายามเก็บไว้
ลูกสาว "ถ้าคุณอยากขี่ช้าง คุณไปลองที่ประเทศไทยได้ นักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสช้าง ซึ่ง มันน่ารักมากนะ ชั้นก็เคยไปเที่ยวและขี่ช้าง แต่ น่าเสียดาย ที่บ้านชั้นมีแต่แมว และครอบครัวของชั้น ใช้รถ EV กับขนส่งมวลชนระบบรางในกรุงเทพ คนไทย ไม่ได้ใช้ช้างในวิถีชีวิตแล้วล่ะ (ทำท่าสงสัยหันไปถามพิธีกร) เอ๊ะ ชั้นคิดว่า ชั้นไม่เห็นคุณขี่ม้ามางานนี้เหมือนกันนะ ใช่มั้ย?"
พิธีกร "เราคงต้องทำ ที่จอดม้า อยู่หน้าฮอลล์ (แล้วทำท่าคาวบอยยี้ฮ่าาา ลงจากม้า พูดสำเนียงใต้ให้คนรับฝากม้า) มาคุยเรื่องอาหารดีกว่า (กลับมาสัมภาษณ์ต่อ) อาหารไทยเป็นยังไงบ้าง?"
ลูกสาว "จริงๆชั้นคงไม่ต้องอธิบายมาก เพราะใครๆก็รู้จักอาหารไทยที่มีชื่อสเียงมากมาย ในที่นี้ ใครรู้จัก ผัดไทบ้างคะ ยกมือหน่อย ใครรู้จักต้มยำกุ้งบ้าง ใครรู้จักแกงเขียวหวานบ้าง?" (ถามคนดูหน้าเวที) "อาหารไทย มาจากการผสมผสานวัฒนธรรม รับเอาวัฒนธรรมชาติอื่นมาดัดแปลงให้เหมาะกับท้องถิ่น เรามีเส้นบะหมี่จากจีน มาเป็นผัดไท เรารับขนมจากโปรตุเกสมาเป็นทองหยิบทองหยอดฝอยทอง เราใช้มะละกอและพริกจากอเมริกาใต้มาเป็นส้มตำ เรามีสมุนไพร กะทิ เครื่องเทศ ที่กลายเป็นอาหารหลายเมนูที่ไม่เหมือนใคร
ลูกสาวปิดท้ายว่า "อธิบายยังไงก็คงไม่มีทางรู้ว่ารสชาติอาหารไทยเป็นยังไง แต่ ชั้นรับรองได้ว่า อาหารไทย ไม่ใช่แค่อาหาร แต่เ)็นประสบการณ์ของวัฒนธรรมนับพันปี และ การเปิดกว้างผสมผสานที่ลงตัว (หันไปถามพิธีกร) เราจบสัมภาษณ์แล้วไปชิมเลยมั้ย ชั้นพาไป"
พิธีกร "เดี๋ยวๆๆ เรายังมีเนปาล กับ มองโกเลียอยู่ด้วย"
ลูกสาว "งั้นเราไปกันหมดเลยนี่แหละ (หัวเราะ)"
พิธีกร "ฝากพูดอะไรสักหน่อย เกี่ยวกับบูธของอาหารไทยในงาน เอเชี่ยนฟู้ดมาร์เก็ทปีนี้หน่อย"
ลูกสาวแนะนำว่า บูธอาหารไทย เกิดจากการรวมตัวกันของร้านอาหารไทย ของคนไทยแท้ๆ เจ้าของคือคนไทย สูตรและพ่อครัวคนไทย วัตถุดิบอย่างดี รักษาความเป็นต้นฉบับไว้ (แล้วพูดชื่อร้าน ถนน โซเชียลมีเดีย ตามที่ท่องมา)
((เค้าย้ำเรื่อง"ของแท้" เพราะ ลูกสาวบอกว่า มีร้านอาหารไทยของคนเวียตนาม คนจีน เปิดขายเมนูไทย แต่ร้านของคนไทย ต้องการใช้จุดขายด้านความเป็นของแท้))
จากนั้น พิธีกรก็ไปสัมภาษณ์ตัวแทนจากวัฒนธรรมอื่นต่อ ลูกสาวก็ส่งไมค์ให้เพื่อนรับไปต่อ
ต้องขอบคุณเพื่อนจากที่โรงเรียน ที่มาเที่ยวงานนี้ (จ่ายค่าเข้าคนละ 11$) อุตส่าห์ถ่ายคลิปตอนขึ้นเวทีไว้ให้
คุณอดีตภรรยา ปลื้มลูกสาวที่สามารถพูดได้อย่างชัดเจน สำเนียงไปไกลมาก คุณย่า(แม่ผมเอง) ภูมิใจที่เห็นหลาน ใส่ชุดไทย นำเอาความเป็นไทยไปเผยแพร่ เพราะท่านทำงานราชการที่ต้องไปประจำต่างประเทศมาก่อน ยาวนานหลายสิบปี
ส่วน มนุษย์พ่อ ไม่ได้อะไรเยอะเลยครับ บอกตรงๆ ภูมิใจที่ฉะฉาน แก้ไขหน้างาน สามารถพูดบนเวทีได้ไม่ตะกุกตะกัก ติดอ่าง ยืนเป็นท่อนไม้ เพราะเรื่องแบบนี้ ผู้ใหญ่บางคนยังทำไม่ได้ พอเจอสถานการณ์กดดัน ติดอ่าง พูดไป เอ่อ อ่า ติดๆค้างๆไป ขอแค่ มั่นใจ และ กล้าพูดได้ เท่านี้ก็เนี่ยมในใจมนุษย์พ่อแล้ว
คลิปสัมภาาษณ์ นอกจาก เพื่อนถ่ายส่งให้ครูที่โรงเรียนเค้าที่อเมริกาแล้ว ทางบ้าน ส่งไปให้ครูที่โรงเรียนไทยที่เคยเรียน ทั้งประถม มัธยมต้น มัธยมปลาย ... บอกไม่อายครับ "อวด" นั่นแหละ ฮ่าๆๆ .. จริงๆคือ ส่งไปขอบคุณ ครูหลายๆท่านครับ ที่ส่งเสริมให้เค้าเติบโตมาได้ ความภูมิใจนี้เกิดไม่ได้ถ้าไม่มีครูบาอาจารย์สั่งสอนแนะนำ
หมายเหตุ* ภาพดัดแปลงด้วย AI เพื่อความเ)็นส่วนตัวของผู้เกี่ยวข้อง