สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวพันทิปทุกคน สบายดีกันไหมครับ? ช่วงนี้หลายๆ คนน่าจะเริ่มรู้สึกร้อนอบอ้าวขึ้นเรื่อยๆ แล้วนะครับ แอร์เปิดกันถี่ขึ้น พัดลมหมุนกันแทบไม่พัก ทีนี้พอใบแจ้งค่าไฟมาทีไร ก็มีอาการสะอึกกันเป็นแถวใช่ไหมครับ? ผมเองก็เคยเจอมาแล้วครับ เข้าใจเลยว่าความรู้สึกนั้นมันเป็นยังไง
วันนี้ผมเลยอยากจะมาแชร์ 7 วิธีลดค่าไฟในบ้านที่ผมลองทำแล้วเห็นผลจริง แถมยังช่วยให้บ้านเย็นขึ้นแบบไม่ต้องพึ่งแอร์ตลอดเวลาด้วยนะครับ เป็นวิธีง่ายๆ ที่ใครๆ ก็ทำตามได้ในทันที รับรองว่าบิลค่าไฟเดือนหน้าต้องดีขึ้นแน่นอนครับ
1. ถอดปลั๊กเมื่อไม่ใช้ (Phantom Load Killer)
มาเริ่มกันที่วิธีแรกที่หลายคนอาจจะมองข้ามไปนะครับ นั่นก็คือ 'ถอดปลั๊กเมื่อไม่ใช้งาน' ครับ เชื่อไหมครับว่าเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เราเสียบปลั๊กทิ้งไว้ แม้จะไม่ได้เปิดใช้งาน มันก็ยังคงกินไฟอยู่เรืองๆ นะครับ เราเรียกมันว่า 'Phantom Load' หรือ 'Vampire Power' ครับ ยกตัวอย่างง่ายๆ ก็พวกทีวี คอมพิวเตอร์ หรือแม้แต่ที่ชาร์จโทรศัพท์ที่เสียบคาปลั๊กไว้ครับ ถึงจะดูเหมือนน้อย แต่รวมกันหลายๆ จุด ก็กลายเป็นค่าไฟที่ไม่จำเป็นไปได้เยอะเลยนะครับ
2. ล้างแอร์เป็นประจำ (สะอาดเย็นสบาย ประหยัดชัวร์)
ข้อสองนี่สำคัญมากๆ เลยนะครับสำหรับบ้านที่ติดแอร์ นั่นคือ 'ล้างแอร์เป็นประจำ' ครับ โดยปกติแล้วเราควรล้างแอร์ทุก 3-6 เดือนนะครับ การทำความสะอาดแผ่นกรองฝุ่นและคอยล์เย็นจะช่วยให้แอร์ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ไม่ต้องออกแรงเยอะเกินไปในการทำความเย็นครับ พอแอร์ทำงานได้ดีขึ้น ก็ประหยัดไฟขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเลยนะครับ แถมยังได้อากาศที่สะอาดบริสุทธิ์ในบ้านอีกด้วยนะครับ
3. ปรับอุณหภูมิแอร์ที่ 25-27 องศาเซลเซียส (เย็นพอดี ประหยัดจริง)
ต่อเนื่องจากเรื่องแอร์นะครับ หลายคนชอบเปิดแอร์เย็นฉ่ำๆ ที่ 20-22 องศาเซลเซียส ซึ่งจริงๆ แล้วมันกินไฟเยอะมากเลยนะครับ เคล็ดลับคือ 'ปรับอุณหภูมิแอร์ให้อยู่ที่ 25-27 องศาเซลเซียส' ครับ อุณหภูมิประมาณนี้กำลังสบายตัวสำหรับอากาศบ้านเรานะครับ และเชื่อไหมครับว่าทุกๆ 1 องศาเซลเซียสที่ลดลงไปจากจุดที่เหมาะสม ค่าไฟของคุณจะพุ่งสูงขึ้นประมาณ 10% เลยนะครับ ลองดูนะครับ อาจจะเปิดพัดลมช่วยควบคู่กันไปก็ได้ครับ
4. เปลี่ยนมาใช้หลอดไฟ LED (สว่างไสว ประหยัดไฟ)
ข้อนี้คลาสสิกแต่ได้ผลจริงนะครับ 'เปลี่ยนหลอดไฟในบ้านมาใช้แบบ LED' ครับ หลอดไฟ LED ประหยัดพลังงานกว่าหลอดไส้ธรรมดาถึง 80-90% และยังมีอายุการใช้งานที่ยาวนานกว่ามากนะครับ ถึงแม้ราคาอาจจะสูงกว่าในตอนแรก แต่ในระยะยาวแล้วคุ้มค่ากว่ากันเยอะเลยนะครับ ลองค่อยๆ ทยอยเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ดูนะครับ แล้วคุณจะเห็นความแตกต่างในบิลค่าไฟได้เลยครับ
5. ใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 (ฉลาดเลือก ฉลาดใช้)
เวลาจะซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าใหม่ ไม่ว่าจะเป็นตู้เย็น เครื่องซักผ้า หรือแอร์นะครับ อย่าลืมมองหา 'ฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5' นะครับ ยิ่งดาวเยอะยิ่งประหยัดไฟมากครับ การเลือกซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีฉลากนี้เป็นการลงทุนที่คุ้มค่ามากๆ ในระยะยาวเลยนะครับ เพราะมันถูกออกแบบมาให้ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพที่สุด ทำให้คุณประหยัดค่าไฟได้ต่อเนื่องไปอีกหลายปีเลยครับ
6. เปิดตู้เย็นให้น้อยลง และจัดระเบียบตู้เย็น (ตู้เย็นสุขใจ ค่าไฟลด)
ตู้เย็นเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เปิดตลอด 24 ชั่วโมงนะครับ เพราะฉะนั้นการใช้งานอย่างถูกต้องจึงสำคัญมากครับ 'พยายามเปิดตู้เย็นให้น้อยลง และจัดระเบียบของภายในให้ดี' ครับ เพื่อที่คุณจะได้หยิบของที่ต้องการได้ง่ายและรวดเร็ว ไม่ต้องเปิดแช่ไว้นานๆ ครับ เพราะทุกครั้งที่เราเปิดตู้เย็น ความเย็นภายในก็จะออกมา ทำให้คอมเพรสเซอร์ต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อทำความเย็นใหม่ ซึ่งแน่นอนว่ามันกินไฟเพิ่มขึ้นครับ
7. รีดผ้าครั้งละมากๆ (ประหยัดเวลา ประหยัดไฟ)
สุดท้ายนี้สำหรับใครที่ต้องรีดผ้าเป็นประจำนะครับ 'ควรรีดผ้าครั้งละมากๆ' ครับ เพราะเตารีดเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินไฟค่อนข้างสูงนะครับ การที่เราเสียบปลั๊กแล้วรอให้เตารีดร้อนแล้วรีดทีละตัวสองตัว จะทำให้เปลืองไฟกว่าการรอให้เตารีดร้อนเต็มที่แล้วรีดต่อเนื่องไปหลายๆ ตัวนะครับ หรือถ้าชุดไหนไม่จำเป็นต้องเรียบกริบ ก็ลองพิจารณาว่าจะไม่รีดไปเลยก็ได้นะครับ อันนี้ก็ช่วยประหยัดไปได้อีกทางครับ
เป็นไงบ้างครับกับ 7 วิธีลดค่าไฟที่ผมเอามาฝากในวันนี้? ดูเป็นเรื่องใกล้ตัวที่ทำตามได้ไม่ยากเลยใช่ไหมครับ? บางทีแค่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันเล็กๆ น้อยๆ ก็สามารถสร้างความแตกต่างในบิลค่าไฟได้มากโขเลยนะครับ
ลองเอาไปปรับใช้กันดูนะครับ ไม่ต้องทำพร้อมกันทั้งหมดก็ได้ครับ ค่อยๆ ทยอยทำไปทีละข้อสองข้อ แล้วลองสังเกตดูนะครับว่าค่าไฟเดือนหน้าของคุณดีขึ้นจริงไหม ถ้าได้ผลยังไงกลับมาบอกเล่าประสบการณ์กันได้นะครับ
หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ ทุกคนนะครับ ถ้ามีอะไรสงสัยหรือมีทริคอื่นๆ ที่อยากแนะนำเพิ่มเติม ก็คอมเมนต์มาคุยกันได้เลยนะครับ ยินดีเสมอครับ!
เปิดบ้านรับลม ลดค่าไฟสิ้นเดือน: 7 ทริคเด็ดทำแล้วเห็นผลจริง!
วันนี้ผมเลยอยากจะมาแชร์ 7 วิธีลดค่าไฟในบ้านที่ผมลองทำแล้วเห็นผลจริง แถมยังช่วยให้บ้านเย็นขึ้นแบบไม่ต้องพึ่งแอร์ตลอดเวลาด้วยนะครับ เป็นวิธีง่ายๆ ที่ใครๆ ก็ทำตามได้ในทันที รับรองว่าบิลค่าไฟเดือนหน้าต้องดีขึ้นแน่นอนครับ
1. ถอดปลั๊กเมื่อไม่ใช้ (Phantom Load Killer)
มาเริ่มกันที่วิธีแรกที่หลายคนอาจจะมองข้ามไปนะครับ นั่นก็คือ 'ถอดปลั๊กเมื่อไม่ใช้งาน' ครับ เชื่อไหมครับว่าเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เราเสียบปลั๊กทิ้งไว้ แม้จะไม่ได้เปิดใช้งาน มันก็ยังคงกินไฟอยู่เรืองๆ นะครับ เราเรียกมันว่า 'Phantom Load' หรือ 'Vampire Power' ครับ ยกตัวอย่างง่ายๆ ก็พวกทีวี คอมพิวเตอร์ หรือแม้แต่ที่ชาร์จโทรศัพท์ที่เสียบคาปลั๊กไว้ครับ ถึงจะดูเหมือนน้อย แต่รวมกันหลายๆ จุด ก็กลายเป็นค่าไฟที่ไม่จำเป็นไปได้เยอะเลยนะครับ
2. ล้างแอร์เป็นประจำ (สะอาดเย็นสบาย ประหยัดชัวร์)
ข้อสองนี่สำคัญมากๆ เลยนะครับสำหรับบ้านที่ติดแอร์ นั่นคือ 'ล้างแอร์เป็นประจำ' ครับ โดยปกติแล้วเราควรล้างแอร์ทุก 3-6 เดือนนะครับ การทำความสะอาดแผ่นกรองฝุ่นและคอยล์เย็นจะช่วยให้แอร์ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ไม่ต้องออกแรงเยอะเกินไปในการทำความเย็นครับ พอแอร์ทำงานได้ดีขึ้น ก็ประหยัดไฟขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเลยนะครับ แถมยังได้อากาศที่สะอาดบริสุทธิ์ในบ้านอีกด้วยนะครับ
3. ปรับอุณหภูมิแอร์ที่ 25-27 องศาเซลเซียส (เย็นพอดี ประหยัดจริง)
ต่อเนื่องจากเรื่องแอร์นะครับ หลายคนชอบเปิดแอร์เย็นฉ่ำๆ ที่ 20-22 องศาเซลเซียส ซึ่งจริงๆ แล้วมันกินไฟเยอะมากเลยนะครับ เคล็ดลับคือ 'ปรับอุณหภูมิแอร์ให้อยู่ที่ 25-27 องศาเซลเซียส' ครับ อุณหภูมิประมาณนี้กำลังสบายตัวสำหรับอากาศบ้านเรานะครับ และเชื่อไหมครับว่าทุกๆ 1 องศาเซลเซียสที่ลดลงไปจากจุดที่เหมาะสม ค่าไฟของคุณจะพุ่งสูงขึ้นประมาณ 10% เลยนะครับ ลองดูนะครับ อาจจะเปิดพัดลมช่วยควบคู่กันไปก็ได้ครับ
4. เปลี่ยนมาใช้หลอดไฟ LED (สว่างไสว ประหยัดไฟ)
ข้อนี้คลาสสิกแต่ได้ผลจริงนะครับ 'เปลี่ยนหลอดไฟในบ้านมาใช้แบบ LED' ครับ หลอดไฟ LED ประหยัดพลังงานกว่าหลอดไส้ธรรมดาถึง 80-90% และยังมีอายุการใช้งานที่ยาวนานกว่ามากนะครับ ถึงแม้ราคาอาจจะสูงกว่าในตอนแรก แต่ในระยะยาวแล้วคุ้มค่ากว่ากันเยอะเลยนะครับ ลองค่อยๆ ทยอยเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ดูนะครับ แล้วคุณจะเห็นความแตกต่างในบิลค่าไฟได้เลยครับ
5. ใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 (ฉลาดเลือก ฉลาดใช้)
เวลาจะซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าใหม่ ไม่ว่าจะเป็นตู้เย็น เครื่องซักผ้า หรือแอร์นะครับ อย่าลืมมองหา 'ฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5' นะครับ ยิ่งดาวเยอะยิ่งประหยัดไฟมากครับ การเลือกซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีฉลากนี้เป็นการลงทุนที่คุ้มค่ามากๆ ในระยะยาวเลยนะครับ เพราะมันถูกออกแบบมาให้ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพที่สุด ทำให้คุณประหยัดค่าไฟได้ต่อเนื่องไปอีกหลายปีเลยครับ
6. เปิดตู้เย็นให้น้อยลง และจัดระเบียบตู้เย็น (ตู้เย็นสุขใจ ค่าไฟลด)
ตู้เย็นเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เปิดตลอด 24 ชั่วโมงนะครับ เพราะฉะนั้นการใช้งานอย่างถูกต้องจึงสำคัญมากครับ 'พยายามเปิดตู้เย็นให้น้อยลง และจัดระเบียบของภายในให้ดี' ครับ เพื่อที่คุณจะได้หยิบของที่ต้องการได้ง่ายและรวดเร็ว ไม่ต้องเปิดแช่ไว้นานๆ ครับ เพราะทุกครั้งที่เราเปิดตู้เย็น ความเย็นภายในก็จะออกมา ทำให้คอมเพรสเซอร์ต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อทำความเย็นใหม่ ซึ่งแน่นอนว่ามันกินไฟเพิ่มขึ้นครับ
7. รีดผ้าครั้งละมากๆ (ประหยัดเวลา ประหยัดไฟ)
สุดท้ายนี้สำหรับใครที่ต้องรีดผ้าเป็นประจำนะครับ 'ควรรีดผ้าครั้งละมากๆ' ครับ เพราะเตารีดเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินไฟค่อนข้างสูงนะครับ การที่เราเสียบปลั๊กแล้วรอให้เตารีดร้อนแล้วรีดทีละตัวสองตัว จะทำให้เปลืองไฟกว่าการรอให้เตารีดร้อนเต็มที่แล้วรีดต่อเนื่องไปหลายๆ ตัวนะครับ หรือถ้าชุดไหนไม่จำเป็นต้องเรียบกริบ ก็ลองพิจารณาว่าจะไม่รีดไปเลยก็ได้นะครับ อันนี้ก็ช่วยประหยัดไปได้อีกทางครับ
เป็นไงบ้างครับกับ 7 วิธีลดค่าไฟที่ผมเอามาฝากในวันนี้? ดูเป็นเรื่องใกล้ตัวที่ทำตามได้ไม่ยากเลยใช่ไหมครับ? บางทีแค่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันเล็กๆ น้อยๆ ก็สามารถสร้างความแตกต่างในบิลค่าไฟได้มากโขเลยนะครับ
ลองเอาไปปรับใช้กันดูนะครับ ไม่ต้องทำพร้อมกันทั้งหมดก็ได้ครับ ค่อยๆ ทยอยทำไปทีละข้อสองข้อ แล้วลองสังเกตดูนะครับว่าค่าไฟเดือนหน้าของคุณดีขึ้นจริงไหม ถ้าได้ผลยังไงกลับมาบอกเล่าประสบการณ์กันได้นะครับ
หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ ทุกคนนะครับ ถ้ามีอะไรสงสัยหรือมีทริคอื่นๆ ที่อยากแนะนำเพิ่มเติม ก็คอมเมนต์มาคุยกันได้เลยนะครับ ยินดีเสมอครับ!