ถ้าพูดถึงแว่นโปรเกรสซีฟ หลายคนคงจะเคยได้ยินผ่านหูกันมาบ้างว่าใส่ยาก ใส่แล้วเวียนหัว หรือหนักสุดคือต้องวางทิ้งไว้ให้ฝุ่นเกาะ เพราะใส่ไม่ได้ มันจะจริงหรือเปล่า? และจะแก้ยังไงได้บ้าง? วันนี้จะเอาข้อมูลจากจักษุแพทย์ที่ Mattaya Vision Center มาแชร์ให้ทุกคนกันค่ะ
ทำไมใส่แว่นโปรเกรสซีฟแล้วปวดตา
หัวใจสำคัญของ เลนส์โปรเกรสซีฟ คือการรวมค่าสายตาหลายระยะ (ไกล-กลาง-ใกล้) ไว้ในเลนส์ชิ้นเดียวอย่างไร้รอยต่อ สิ่งที่เกิดขึ้นคือ สมองของคุณซึ่งเคยชินกับการมองผ่านเลนส์ชั้นเดียว มาตลอดชีวิต จะต้องเรียนรู้ “พิกัดใหม่” ว่าต้องสั่งการกล้ามเนื้อตาให้เหลือบไปตำแหน่งไหน เพื่อให้ได้ภาพที่คมชัดในแต่ละระยะ กระบวนการเรียนรู้นี้เปรียบเสมือนการที่คุณขับรถเกียร์ออโต้มาตลอด แล้วเปลี่ยนมาขับเกียร์กระปุก ช่วงแรกย่อมมีความขลุกขลัก ไม่ลื่นไหล และต้องใช้สมาธิสูง จนทำให้เกิดอาการล้าของกล้ามเนื้อตาและสมอง ซึ่งแสดงออกมาในรูปแบบของอาการปวดตานั่นเองค่ะ
อาการทั่วไป
- รู้สึกพื้นลอย หรือบันไดเลื่อนได้ เกิดจากการเผลอเหลือบตามองต่ำผ่านโซนอ่านหนังสือขณะเดิน
- มึนศีรษะเมื่อหันหน้าเร็ว ๆ สมองยังไม่ชินกับภาพบิดเบือนด้านข้าง
- ปวดกระบอกตาเล็กน้อยช่วงเย็น เกิดจากการใช้กล้ามเนื้อตาเพ่งหาโฟกัสในตำแหน่งใหม่
- ภาพชัดบ้าง เบลอบ้าง จังหวะการกวาดสายตายังไม่แม่นยำ
อาการผิดปกติ
- ต้องเงยหน้า หรือก้มหน้าผิดธรรมชาติ เช่น ต้องเชิดคางสูงมากเพื่อมองทางไกล แสดงว่าจุดประกอบ ต่ำเกินไป
- ภาพซ้อนหรือเบลอ แม้มองผ่านจุดกึ่งกลาง อาจเกิดจากค่าสายตาคลาดเคลื่อน หรือค่าสายตาเอียงไม่ถูกต้อง
- ปวดหัวรุนแรงจนคลื่นไส้ ไม่ใช่อาการปรับตัวปกติ แต่อาจเกิดจากโครงสร้างเลนส์ไม่เหมาะกับสรีระตา
5 เทคนิคปรับตัว ให้หายปวดตาและมองชัดไวขึ้น
1. เทคนิค “ใช้จมูกชี้เป้า”
นี่คือกฎเหล็กข้อแรก! แทนที่จะใช้การกลอกตาหรือเหลือบตาไปมองด้านข้าง ให้ฝึก “หันหน้าไปหาวัตถุ” โดยให้จมูกชี้ไปที่สิ่งนั้นเสมอ วิธีนี้จะบังคับให้ดวงตาของคุณมองผ่านจุดศูนย์กลางเลนส์ ซึ่งชัดที่สุด และหลีกเลี่ยงโซนภาพบิดเบือนด้านข้างได้ทันที
2. สูตรการมองลงบันได
เวลาเดินลงบันได ให้ฝึก “ก้มหน้า” ลงให้มากกว่าปกติ เพื่อให้ดวงตามองผ่านพื้นที่ด้านบนของเลนส์ (โซนมองไกล) จะทำให้เห็นขั้นบันไดชัดเจน ไม่ลอยหลอกตา ช่วยลดอุบัติเหตุได้
3. ปรับท่านั่งหน้าคอมพิวเตอร์
หลายท่านปวดคอเพราะพยายามหาโฟกัสหน้าจอคอมฯ แนะนำให้ “ปรับจอต่ำกว่าระดับสายตาเล็กน้อย” เพื่อให้ตาสามารถมองผ่านโซนกลาง ได้โดยไม่ต้องเงยหน้าหรือเกร็งคอ
4. เริ่มต้นในที่คุ้นเคย
2-3 วันแรก ให้เริ่มใส่แว่นใหม่เดินในบ้าน นั่งดูทีวี หรือทำงานในออฟฟิศ หลีกเลี่ยงการใส่ขับรถทางไกลทันที เพื่อให้สมองได้เรียนรู้มิติภาพในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยก่อน
5. กฎ “อดทนแต่ไม่ฝืน”
หากปวดตามากจนทนไม่ไหว ให้ถอดพักแล้วสลับไปใช้แว่นเดิมได้ค่ะ แต่อย่าหยุดใส่ไปเลย ให้พยายามเพิ่มชั่วโมงการใส่แว่นใหม่ทีละนิดในแต่ละวัน เพื่อให้สมองได้ฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง
แว่นโปรเกรสซีฟ ไม่ได้ใส่ยาก หากเข้าใจวิธีใช้งานและผ่านช่วงปรับตัวไปได้ คุณจะพบว่าแว่นโปรเกรสซีฟช่วยให้ชีวิตสะดวกสบายขึ้นมาก แต่ถ้าหากเกิน 1-2 สัปดาห์แล้วยังมีอาการผิดปกติ แนะนำให้เข้าปรึกษาจักษุแพทย์นะคะ
อ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ
วิธีแก้ปัญหาใส่แว่นโปรเกรสซีฟแล้วปวดตา
วิธีแก้ปัญหาใส่แว่นโปรเกรสซีฟแล้วปวดตา โดยจักษุแพทย์
ถ้าพูดถึงแว่นโปรเกรสซีฟ หลายคนคงจะเคยได้ยินผ่านหูกันมาบ้างว่าใส่ยาก ใส่แล้วเวียนหัว หรือหนักสุดคือต้องวางทิ้งไว้ให้ฝุ่นเกาะ เพราะใส่ไม่ได้ มันจะจริงหรือเปล่า? และจะแก้ยังไงได้บ้าง? วันนี้จะเอาข้อมูลจากจักษุแพทย์ที่ Mattaya Vision Center มาแชร์ให้ทุกคนกันค่ะ
ทำไมใส่แว่นโปรเกรสซีฟแล้วปวดตา
หัวใจสำคัญของ เลนส์โปรเกรสซีฟ คือการรวมค่าสายตาหลายระยะ (ไกล-กลาง-ใกล้) ไว้ในเลนส์ชิ้นเดียวอย่างไร้รอยต่อ สิ่งที่เกิดขึ้นคือ สมองของคุณซึ่งเคยชินกับการมองผ่านเลนส์ชั้นเดียว มาตลอดชีวิต จะต้องเรียนรู้ “พิกัดใหม่” ว่าต้องสั่งการกล้ามเนื้อตาให้เหลือบไปตำแหน่งไหน เพื่อให้ได้ภาพที่คมชัดในแต่ละระยะ กระบวนการเรียนรู้นี้เปรียบเสมือนการที่คุณขับรถเกียร์ออโต้มาตลอด แล้วเปลี่ยนมาขับเกียร์กระปุก ช่วงแรกย่อมมีความขลุกขลัก ไม่ลื่นไหล และต้องใช้สมาธิสูง จนทำให้เกิดอาการล้าของกล้ามเนื้อตาและสมอง ซึ่งแสดงออกมาในรูปแบบของอาการปวดตานั่นเองค่ะ
อาการทั่วไป
- รู้สึกพื้นลอย หรือบันไดเลื่อนได้ เกิดจากการเผลอเหลือบตามองต่ำผ่านโซนอ่านหนังสือขณะเดิน
- มึนศีรษะเมื่อหันหน้าเร็ว ๆ สมองยังไม่ชินกับภาพบิดเบือนด้านข้าง
- ปวดกระบอกตาเล็กน้อยช่วงเย็น เกิดจากการใช้กล้ามเนื้อตาเพ่งหาโฟกัสในตำแหน่งใหม่
- ภาพชัดบ้าง เบลอบ้าง จังหวะการกวาดสายตายังไม่แม่นยำ
อาการผิดปกติ
- ต้องเงยหน้า หรือก้มหน้าผิดธรรมชาติ เช่น ต้องเชิดคางสูงมากเพื่อมองทางไกล แสดงว่าจุดประกอบ ต่ำเกินไป
- ภาพซ้อนหรือเบลอ แม้มองผ่านจุดกึ่งกลาง อาจเกิดจากค่าสายตาคลาดเคลื่อน หรือค่าสายตาเอียงไม่ถูกต้อง
- ปวดหัวรุนแรงจนคลื่นไส้ ไม่ใช่อาการปรับตัวปกติ แต่อาจเกิดจากโครงสร้างเลนส์ไม่เหมาะกับสรีระตา
5 เทคนิคปรับตัว ให้หายปวดตาและมองชัดไวขึ้น
1. เทคนิค “ใช้จมูกชี้เป้า”
นี่คือกฎเหล็กข้อแรก! แทนที่จะใช้การกลอกตาหรือเหลือบตาไปมองด้านข้าง ให้ฝึก “หันหน้าไปหาวัตถุ” โดยให้จมูกชี้ไปที่สิ่งนั้นเสมอ วิธีนี้จะบังคับให้ดวงตาของคุณมองผ่านจุดศูนย์กลางเลนส์ ซึ่งชัดที่สุด และหลีกเลี่ยงโซนภาพบิดเบือนด้านข้างได้ทันที
2. สูตรการมองลงบันได
เวลาเดินลงบันได ให้ฝึก “ก้มหน้า” ลงให้มากกว่าปกติ เพื่อให้ดวงตามองผ่านพื้นที่ด้านบนของเลนส์ (โซนมองไกล) จะทำให้เห็นขั้นบันไดชัดเจน ไม่ลอยหลอกตา ช่วยลดอุบัติเหตุได้
3. ปรับท่านั่งหน้าคอมพิวเตอร์
หลายท่านปวดคอเพราะพยายามหาโฟกัสหน้าจอคอมฯ แนะนำให้ “ปรับจอต่ำกว่าระดับสายตาเล็กน้อย” เพื่อให้ตาสามารถมองผ่านโซนกลาง ได้โดยไม่ต้องเงยหน้าหรือเกร็งคอ
4. เริ่มต้นในที่คุ้นเคย
2-3 วันแรก ให้เริ่มใส่แว่นใหม่เดินในบ้าน นั่งดูทีวี หรือทำงานในออฟฟิศ หลีกเลี่ยงการใส่ขับรถทางไกลทันที เพื่อให้สมองได้เรียนรู้มิติภาพในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยก่อน
5. กฎ “อดทนแต่ไม่ฝืน”
หากปวดตามากจนทนไม่ไหว ให้ถอดพักแล้วสลับไปใช้แว่นเดิมได้ค่ะ แต่อย่าหยุดใส่ไปเลย ให้พยายามเพิ่มชั่วโมงการใส่แว่นใหม่ทีละนิดในแต่ละวัน เพื่อให้สมองได้ฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง
แว่นโปรเกรสซีฟ ไม่ได้ใส่ยาก หากเข้าใจวิธีใช้งานและผ่านช่วงปรับตัวไปได้ คุณจะพบว่าแว่นโปรเกรสซีฟช่วยให้ชีวิตสะดวกสบายขึ้นมาก แต่ถ้าหากเกิน 1-2 สัปดาห์แล้วยังมีอาการผิดปกติ แนะนำให้เข้าปรึกษาจักษุแพทย์นะคะ
อ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ วิธีแก้ปัญหาใส่แว่นโปรเกรสซีฟแล้วปวดตา