ตามหัวข้อเลยครับผมมีเพื่อนสนิท 2 คน ชายหนึ่งหญิงหนึ่ง แต่ก่อนพวกเราสนิทกันมากๆมีอะไรก็เล่าให้กันฟัง เวลายืมเงินหรือขอให้ช้วยคือไม่มีปัญหาเลยครับขอแค่บอกกี่บาทก็โอนไม่ได้คืนก็ไม่เป็นไร ช้วยก็ช้วยเต็มที่เท่าที่ทำได้ คือในกลุ่มเรา 3 คนผมเป็นคนที่ ที่บ้านค่อนข้างมีตังครับ ส่วนไหญ่เวลายืมเงินก็จะมายืมผม ก็ได้คืนบ้างไม่ได้บ้างแต่ผมก็ไม่ได้ติดอะไร เพราะมองว่าสนิทกัน
แต่แบบผมเริ่มไม่ชอบใจตรงที่เวลาผมมีอะไรผมจะไปเที่ยวไหน ผมจะบอกพวกเขาตลอดชวนตลอด ไม่มีตังผมก็ออกให้ แต่พอทีเขาตอนช่วงสงกรานที่ผ่านมาพากันไปเที่ยวถามผมสักคำว่าไปไหมยังไม่มีเลยครับ แล้วก็แบบโทรมาตามผมว่า "มืงต้องมานะเว้ย" ซึ่งโทรมาเร่งให้ผมรีบไปตอนตัวเองเที่ยวเสร็จแล้วกำลังจะกลับ กว่าผมจะไปถึงพวกมันก็ถึงบ้านกันตอนค่ำๆแล้วจะให้ผมไปเที่ยวไหนคืองงมาก อันนี้คือสิ่งที่ผมเริ่มไม่ชอบใจอย่างที่ 1
อย่างที่ 2 คือด้วยความที่บ้านเราไกลกันมากทั้ง 3 คนกว่าที่จะได้เจอกันก็ต้องไช้เวลาเดินทางแต่ส่วนไหญ่ผมจะเป็นคนไปหาเพราะผมมีรถ แล้วที่นี้พอหลังมันเที่ยวเสร็จโดยไม่ได้ชวนผมไช่ไหมครับ พอกลับมาบ้านตอนค่ำๆมันค่อยมาเร่งให้ผมไปหามันบอกเดี่ยวเรานั่งเล่นกันชิลๆตอนค่ำก็ได้ ไม่ก็หาที่เที่ยวกัน
ผมก็ไป ผมไปถึงตอน 4 โมงกว่าๆพอได้คุยกัน ก็ตกลงกันว่าจะเข้าเมืองไปเดินห้างกัน มันเลยเอาผมไปนั่งเล่นรอที่บ้านเพื่อนของมันอีกที เพราะมันติดธุระ มันบอก ผมก็ไปนั่งรอเพราะคิดว่าคงไม่นาน นั่งไปก็เกรงไปเพราะไม่สนิทกับพวกเขา แล้วรู้มั้ยครับกว่ามันจะทำธุระอะไรของมันเสร็จกว่าจะได้ไปกันจริงๆ คือตอน 6 โมงเกือบจะ 1 ทุ่ม คือผมแบบผมโครตโมโหเลย ตอนเที่ยวก็ไม่ชวน พอชวนก็ให้มาตอนค่ำๆ แถมกว่าจะมาถึงก็ขับรถเหนื่อยพอแล้ว พอมาถึงยังจะให้มานั่งรออีก แล้วพอผมถามมันว่า มืงไปทำอะไรทำไมไปนาน รู้ไหมครับมันตอบว่าไร มันบอกว่าไปกินข้าว ทั้งๆที่เรากำลังจะไปห้างกัน
คือแบบตอนนั้นผมโครตโมโหอะครับแต่ก็ทำไรไม่ได้เพราะก็มาขนาดนั้นละก็อดทนไปกับมันจนถึงเวลาไปส่งมันกลับบ้าน
หลายคนอาจถามมันทำขนาดนี้ทำไมไม่เลิกคบไปเลย คือแบบการกระทำที่มันทำกับผมมันแย่นะครับแต่แบบพอเวลามันคุย มันคุยกับผมแบบเราจะทำงานด้วยกันไปต่างประเทศด้วยกัน รวยด้วยกัน แถมยังมีการวางแผนงานชีวิตที่จะทำด้วยกันอีก คือแบบผมก็มองว่าเพื่อนคนนี้อย่างน้อยมันก็เป็นงาน เวลาผมขอให้มันช้วยมันก็ช้วยอยู่ถึงแม้จะไม่มาก แต่ผมก็ไม่ติดเพราะมองว่าเพื่อนกัน
จนกระทั่งมันไปทำงานที่ต่างจังหวัดมันก็เอามาโม้ ให้ผมฟังว่ามันจะลงทุนแบบนั้นแบบนี้จะศึกษาอย่างงั้นอย่างงี้ ซึ่งให้ผมพูดตรงๆคือมันยังอ่อนด้านนี้ ผมที่ศึกษาการลงทุนภาษาอะไรมาก่อนแล้วผมเลยรู้ว่ามันจะต้องเจออะไรบ้าง ผมเลยเตือนมันว่า มันไม่ผิดที่อยากจะพัฒนาตัวเองอยากจะมาเล่าเรื่องการลงทุนให้กุฟัง แต่ขอเตือนอย่าติดเกินไปเพราะมันจะทำให้มืงเป็นบ้า เหมือนคนอยู่ในโลกจิตนการมากเกินไป ผมก็เตือนๆไปด้วยความหวังดี แต่ผมยังไม่ได้บอกเลยว่ามันเป็น หลังจากนั้นแหละครับ พอผมทักไปตอบบ้างไม่ตอบบ้างเหมือนไม่อยากคุยพอผมเล่าเรื่องจริงจังๆให้ฟังก็ตอบแบบ อ่อ หรอ คือผมแม้งโครตผิดหวังทั้งๆที่แต่ก่อนก็ช้วยมาตั้งเยอะ แล้วพอเอามารวมกับเรื่องที่มันทำกับผมตอนช่วงสงกรานคือแบบผมพอเลย ทุกวันนี้ผมเลิกติดต่อเลิกทุกอย่าง เหนื่อยจริงคนแบบนี้ ใจดีหน่อยก็ได้ใจจนไม่เห็นหัวเรา พอใจร้ายพูดตรงๆหน่อยก็รับไม่ได้มองว่าเราเป็นตัวร้ายไปอีก เห้อ
แต่ก่อนผมกับมันก็ดีนะครับสนิทกันเวลาผมมีปัญหาไกลแค่ไหนมันก็จะมาช้วย จนผมมองว่านี้แหละเพื่อนแท้ มีอะไรก็เล่าให้กันฟัง จนพักหลังๆมาเนี้ยแหละครับที่มันเริ่มทำตัวแบบนี้ ผมผิดหวังและรับไม่ได้ก็เลยเลิกติดต่อตัดขาดไปเลยจบๆ
เพื่อนแบบนี้คิดว่าไงครับ
แต่แบบผมเริ่มไม่ชอบใจตรงที่เวลาผมมีอะไรผมจะไปเที่ยวไหน ผมจะบอกพวกเขาตลอดชวนตลอด ไม่มีตังผมก็ออกให้ แต่พอทีเขาตอนช่วงสงกรานที่ผ่านมาพากันไปเที่ยวถามผมสักคำว่าไปไหมยังไม่มีเลยครับ แล้วก็แบบโทรมาตามผมว่า "มืงต้องมานะเว้ย" ซึ่งโทรมาเร่งให้ผมรีบไปตอนตัวเองเที่ยวเสร็จแล้วกำลังจะกลับ กว่าผมจะไปถึงพวกมันก็ถึงบ้านกันตอนค่ำๆแล้วจะให้ผมไปเที่ยวไหนคืองงมาก อันนี้คือสิ่งที่ผมเริ่มไม่ชอบใจอย่างที่ 1
อย่างที่ 2 คือด้วยความที่บ้านเราไกลกันมากทั้ง 3 คนกว่าที่จะได้เจอกันก็ต้องไช้เวลาเดินทางแต่ส่วนไหญ่ผมจะเป็นคนไปหาเพราะผมมีรถ แล้วที่นี้พอหลังมันเที่ยวเสร็จโดยไม่ได้ชวนผมไช่ไหมครับ พอกลับมาบ้านตอนค่ำๆมันค่อยมาเร่งให้ผมไปหามันบอกเดี่ยวเรานั่งเล่นกันชิลๆตอนค่ำก็ได้ ไม่ก็หาที่เที่ยวกัน
ผมก็ไป ผมไปถึงตอน 4 โมงกว่าๆพอได้คุยกัน ก็ตกลงกันว่าจะเข้าเมืองไปเดินห้างกัน มันเลยเอาผมไปนั่งเล่นรอที่บ้านเพื่อนของมันอีกที เพราะมันติดธุระ มันบอก ผมก็ไปนั่งรอเพราะคิดว่าคงไม่นาน นั่งไปก็เกรงไปเพราะไม่สนิทกับพวกเขา แล้วรู้มั้ยครับกว่ามันจะทำธุระอะไรของมันเสร็จกว่าจะได้ไปกันจริงๆ คือตอน 6 โมงเกือบจะ 1 ทุ่ม คือผมแบบผมโครตโมโหเลย ตอนเที่ยวก็ไม่ชวน พอชวนก็ให้มาตอนค่ำๆ แถมกว่าจะมาถึงก็ขับรถเหนื่อยพอแล้ว พอมาถึงยังจะให้มานั่งรออีก แล้วพอผมถามมันว่า มืงไปทำอะไรทำไมไปนาน รู้ไหมครับมันตอบว่าไร มันบอกว่าไปกินข้าว ทั้งๆที่เรากำลังจะไปห้างกัน
คือแบบตอนนั้นผมโครตโมโหอะครับแต่ก็ทำไรไม่ได้เพราะก็มาขนาดนั้นละก็อดทนไปกับมันจนถึงเวลาไปส่งมันกลับบ้าน
หลายคนอาจถามมันทำขนาดนี้ทำไมไม่เลิกคบไปเลย คือแบบการกระทำที่มันทำกับผมมันแย่นะครับแต่แบบพอเวลามันคุย มันคุยกับผมแบบเราจะทำงานด้วยกันไปต่างประเทศด้วยกัน รวยด้วยกัน แถมยังมีการวางแผนงานชีวิตที่จะทำด้วยกันอีก คือแบบผมก็มองว่าเพื่อนคนนี้อย่างน้อยมันก็เป็นงาน เวลาผมขอให้มันช้วยมันก็ช้วยอยู่ถึงแม้จะไม่มาก แต่ผมก็ไม่ติดเพราะมองว่าเพื่อนกัน
จนกระทั่งมันไปทำงานที่ต่างจังหวัดมันก็เอามาโม้ ให้ผมฟังว่ามันจะลงทุนแบบนั้นแบบนี้จะศึกษาอย่างงั้นอย่างงี้ ซึ่งให้ผมพูดตรงๆคือมันยังอ่อนด้านนี้ ผมที่ศึกษาการลงทุนภาษาอะไรมาก่อนแล้วผมเลยรู้ว่ามันจะต้องเจออะไรบ้าง ผมเลยเตือนมันว่า มันไม่ผิดที่อยากจะพัฒนาตัวเองอยากจะมาเล่าเรื่องการลงทุนให้กุฟัง แต่ขอเตือนอย่าติดเกินไปเพราะมันจะทำให้มืงเป็นบ้า เหมือนคนอยู่ในโลกจิตนการมากเกินไป ผมก็เตือนๆไปด้วยความหวังดี แต่ผมยังไม่ได้บอกเลยว่ามันเป็น หลังจากนั้นแหละครับ พอผมทักไปตอบบ้างไม่ตอบบ้างเหมือนไม่อยากคุยพอผมเล่าเรื่องจริงจังๆให้ฟังก็ตอบแบบ อ่อ หรอ คือผมแม้งโครตผิดหวังทั้งๆที่แต่ก่อนก็ช้วยมาตั้งเยอะ แล้วพอเอามารวมกับเรื่องที่มันทำกับผมตอนช่วงสงกรานคือแบบผมพอเลย ทุกวันนี้ผมเลิกติดต่อเลิกทุกอย่าง เหนื่อยจริงคนแบบนี้ ใจดีหน่อยก็ได้ใจจนไม่เห็นหัวเรา พอใจร้ายพูดตรงๆหน่อยก็รับไม่ได้มองว่าเราเป็นตัวร้ายไปอีก เห้อ
แต่ก่อนผมกับมันก็ดีนะครับสนิทกันเวลาผมมีปัญหาไกลแค่ไหนมันก็จะมาช้วย จนผมมองว่านี้แหละเพื่อนแท้ มีอะไรก็เล่าให้กันฟัง จนพักหลังๆมาเนี้ยแหละครับที่มันเริ่มทำตัวแบบนี้ ผมผิดหวังและรับไม่ได้ก็เลยเลิกติดต่อตัดขาดไปเลยจบๆ