ไม่ต้องเดา! เช็กสุขภาพแบตเตอรี่มือถือด้วยตัวเองง่ายๆ พร้อมสัญญาณเตือนว่าถึงเวลาเปลี่ยนหรือยังครับ

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวพันทิปทุกคน วันนี้ผมมีเรื่องใกล้ตัวที่เราใช้กันทุกวันมาฝากกันครับ นั่นก็คือ "สุขภาพแบตเตอรี่มือถือ" ของเรานี่แหละครับ

หลายคนอาจจะเคยเจอปัญหาแบตฯ หมดเร็ว เครื่องร้อนผิดปกติ หรือเครื่องดับไปเองดื้อๆ โดยไม่ทันตั้งตัวใช่มั้ยครับ? อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณเตือนว่าแบตเตอรี่มือถือสุดที่รักของเราเริ่มจะเสื่อมสภาพแล้วนะครับ

การเช็กสุขภาพแบตเตอรี่เป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามเลยครับ เพราะนอกจากจะช่วยให้เราใช้งานมือถือได้อย่างราบรื่นแล้ว ยังช่วยป้องกันปัญหาใหญ่ๆ ที่อาจเกิดขึ้นตามมาได้ด้วยนะครับ

`



`

วิธีเช็กสุขภาพแบตเตอรี่บน iPhone (iOS)

สำหรับเพื่อนๆ ที่ใช้ iPhone การเช็กสุขภาพแบตเตอรี่นั้นง่ายมากๆ เลยครับ ทำตามขั้นตอนนี้นะครับ

1.  เข้าไปที่ "การตั้งค่า (Settings)" ครับ
2.  เลื่อนลงมาแล้วเลือก "แบตเตอรี่ (Battery)" ครับ
3.  จากนั้นเลือก "สุขภาพแบตเตอรี่และการชาร์จ (Battery Health & Charging)" ครับ

พอเข้ามาหน้านี้แล้ว จะเจอข้อมูลสำคัญสองส่วนหลักๆ ครับ

   ความจุสูงสุด (Maximum Capacity) ตรงนี้จะบอกเป็นเปอร์เซ็นต์ว่าแบตเตอรี่ของเรามีความจุสูงสุดเหลืออยู่เท่าไหร่เมื่อเทียบกับตอนที่เป็นแบตเตอรี่ใหม่ 100% ครับ โดยปกติแล้วถ้าแบตเตอรี่ลดต่ำกว่า 80% ทาง Apple ก็แนะนำให้พิจารณาเปลี่ยนแล้วนะครับ
   ความสามารถด้านประสิทธิภาพสูงสุด (Peak Performance Capability) ส่วนนี้จะบอกว่าแบตเตอรี่ของเรายังรองรับประสิทธิภาพสูงสุดของเครื่องได้อยู่หรือไม่ครับ ถ้าแบตเตอรี่เริ่มเสื่อม อาจจะส่งผลให้เครื่องช้าลง หรือมีอาการดับเองได้นะครับ

`



`

วิธีเช็กสุขภาพแบตเตอรี่บน Android

สำหรับฝั่ง Android อันนี้อาจจะมีความหลากหลายกว่าหน่อยนะครับ เพราะแต่ละยี่ห้อก็มีหน้าตาหรือฟังก์ชันที่แตกต่างกันออกไปครับ

   เช็กผ่านการตั้งค่า (Settings) มือถือ Android บางรุ่น โดยเฉพาะ Samsung จะมีฟีเจอร์ "การดูแลแบตเตอรี่และอุปกรณ์ (Battery and device care)" อยู่ในการตั้งค่าครับ ซึ่งจะบอกสถานะแบตเตอรี่คร่าวๆ และแนะนำการจัดการพลังงานได้ครับ
   ใช้รหัสลับ (Dialer Codes) บางรุ่นอาจจะสามารถกดรหัส ##4636## บนแป้นพิมพ์โทรศัพท์ เพื่อเข้าเมนูข้อมูลการใช้งาน ซึ่งอาจจะมีข้อมูลแบตเตอรี่ปรากฏอยู่ครับ แต่ก็ไม่ได้มีทุกรุ่นเสมอไปนะครับ และข้อมูลที่ได้อาจจะไม่ละเอียดเท่าของ iPhone ครับ
   แอปพลิเคชันจากภายนอก (Third-Party Apps) มีแอปฯ อย่าง AccuBattery ที่ได้รับความนิยม ซึ่งสามารถช่วยประเมินสุขภาพแบตเตอรี่ได้ครับ แต่ก็ต้องใช้งานไปสักพักเพื่อให้แอปฯ เก็บข้อมูลก่อนนะครับ และก็ควรเลือกแอปฯ ที่น่าเชื่อถือด้วยนะครับ

สัญญาณเตือนว่าแบตเตอรี่ของคุณอาจจะต้องเปลี่ยนแล้ว!

ไม่ว่าจะเป็น iPhone หรือ Android ถ้าเครื่องมีอาการเหล่านี้ ก็ถึงเวลาพิจารณาเปลี่ยนแบตเตอรี่แล้วนะครับ

   แบตเตอรี่หมดเร็วกว่าปกติมาก ชาร์จเต็มแล้วใช้งานได้ไม่นาน ทั้งๆ ที่ใช้เท่าเดิมครับ
   เครื่องร้อนผิดปกติ ทั้งที่ไม่ได้ใช้งานหนัก แต่เครื่องก็ร้อนจี๋เลยครับ
   เครื่องทำงานช้าลง เปิดแอปฯ ช้าลง เล่นเกมกระตุก ทั้งๆ ที่เมื่อก่อนก็เล่นได้ลื่นๆ ครับ
   เครื่องดับเองบ่อยๆ อยู่ดีๆ ก็ดับไปเอง แล้วต้องเปิดเครื่องใหม่ครับ
   ตัวเลขเปอร์เซ็นต์แบตฯ กระโดด เช่น จาก 30% แล้วกระโดดไป 10% หรือดับไปเลยครับ
   แบตเตอรี่บวม อันนี้อันตรายมากครับ ถ้าเห็นฝาหลังมือถือดันนูนขึ้นมา หรือหน้าจอดันขึ้นมา นั่นคือแบตเตอรี่บวมแล้วนะครับ ควรรีบนำไปเปลี่ยนทันทีครับ

`



`

ควรเปลี่ยนแบตเตอรี่เมื่อไหร่ดีครับ?

โดยทั่วไปแล้ว ถ้าเจอสัญญาณเตือนที่ผมบอกไปข้างต้น ก็ควรพิจารณาเปลี่ยนแบตเตอรี่ได้แล้วนะครับ

   สำหรับ iPhone ถ้า "Maximum Capacity" ลดลงต่ำกว่า 80% แล้ว หรือมีข้อความเตือนเกี่ยวกับประสิทธิภาพของแบตเตอรี่ปรากฏขึ้นมาครับ
   สำหรับ Android แม้จะไม่มีตัวเลขชัดเจนเหมือน iPhone แต่ถ้าแบตเตอรี่ใช้งานได้ไม่เต็มวันเหมือนเมื่อก่อน ทั้งที่ใช้งานเท่าเดิม หรือมีอาการข้างต้นหลายๆ อย่างรวมกัน ก็เป็นสัญญาณที่ดีที่ควรเปลี่ยนแล้วนะครับ
   อาการแบตเตอรี่บวม อันนี้ต้องรีบเปลี่ยนทันทีโดยไม่ลังเลเลยนะครับ เพราะอาจจะเกิดอันตรายได้ครับ

`



`

การดูแลและเช็กสุขภาพแบตเตอรี่อย่างสม่ำเสมอจะช่วยยืดอายุการใช้งานมือถือของเราได้นะครับ และถ้าถึงเวลาที่ต้องเปลี่ยนแล้ว ก็ควรเลือกใช้แบตเตอรี่ที่มีคุณภาพ และให้ช่างผู้เชี่ยวชาญเปลี่ยนให้จะดีที่สุดครับ

หวังว่าข้อมูลนี้จะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ ทุกคนนะครับ ถ้ามีคำถามหรือมีประสบการณ์อยากจะแชร์ ก็มาพูดคุยกันได้เลยนะครับ ขอบคุณครับ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่