The Standard POP :: สะท้อนปรากฏการณ์ BTS Effect แรงกระเพื่อมใหม่ที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจและป๊อปคัลเจอร์

,

.
POP PULSE : สะท้อนปรากฏการณ์ BTS Effect
แรงกระเพื่อมใหม่ที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจและป๊อปคัลเจอร์
.
.
ประเด็นสำคัญ
• ARIRANG ประตูสู่วัฒนธรรมเกาหลี
• เสียงดนตรีที่คอยขับเคลื่อนโลกของสตรีมมิ่ง
• Soft Power ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของเกาหลีใต้ที่ทรงพลัง
• BTS THE CITY ARIRANG พื้นที่แห่งศิลปะและเสียงดนตรี
• ปรัชญาชีวิตที่ซ่อนไว้ในบทเพลง
• เวิลด์ทัวร์ครั้งใหม่ที่กำลังจะสร้างประวัติศาสตร์
.
🔻🔻🔻🔻🔻🔻🔻

.
แม้ว่าเวลาจะผ่านไปแล้วหนึ่งเดือนกว่าๆ หลังจากที่  BTS       คัมแบ็กพร้อมกับอัลบั้มใหม่ในรอบเกือบ 4 ปี อย่าง  ARIRANG แต่ตอนนี้ ก็ต้องบอกว่ากระแสของอัลบั้มนี้ยังไม่มีทีท่าจะแผ่วลง และยังคงแสดงให้เห็นถึงนิยามของคำว่า  ‘ว่ายไปข้างหน้า’ เหมือนกับชื่อเพลง  SWIM  อย่างแท้จริง
.
เนื่องจากอัลบั้ม  ARIRANG  ไม่ได้เพียงแค่ประสบความสำเร็จบนชาร์ตเพลงใหญ่ๆ เท่านั้น แต่เพลงของพวกเขาเข้าไปอยู่ในใจของผู้ฟังหน้าใหม่มากมายทั่วโลก ทั้งยังจุดประกายแรงบันดาลใจให้กับแฟนๆ ผ่านเนื้อเพลงสุดลุ่มลึกอีกด้วย
.
อัลบั้มนี้ยังเปรียบเป็นประตูบานใหม่ที่พาผู้ฟังไปทำความรู้จักกับความเป็นเกาหลีอันเป็นรากเหง้าของพวกเขา ซึ่งเราจะได้ค้นพบกับองค์ประกอบหลายๆ อย่างที่สะท้อนถึงความเป็นศิลปะและวัฒนธรรมของเกาหลีในท่วงทำนอง ในเสียงดนตรี หรือแม้แต่ในงานภาพต่างๆ ที่ช่วยนิยามว่าตัวตนของ  BTS  คืออะไร และพวกเขาเติบโตขึ้นอย่างไรจากประสบการณ์ต่างๆ ที่แต่ละคนได้เรียนรู้มาจากช่วงเวลาที่หยุดพักวงไปก่อนหน้านี้
.
ในทางเดียวกัน การกลับมาของพวกเขายังสร้างเม็ดเงินมหาศาลให้กับประเทศเกาหลีใต้ เพราะแฟนๆ ชาว ARMY จากหลากหลายประเทศทั่วโลกก็เลือกเดินทางมายังกรุงโซลเพื่อมาสัมผัสประสบการณ์การคัมแบ็กสุดยิ่งใหญ่ของพวกเขาที่เมืองแห่งนี้ เพราะไม่ว่าเราจะเดินทางไปจุดไหน เราก็จะเห็นคำว่า   BTS   อยู่เสมอนั่นเอง

.
THE STANDARD POP  จึงอยากจะชวนทุกคนไปร่วมสำรวจคลื่นลมและแรงกระเพื่อมที่  BTS  สร้างขึ้นในตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมาผ่านคอลัมน์  POP PULSE ว่าพลังของเสียงดนตรีในอัลบั้ม  ARIRANG  ช่วยขับเคลื่อนศิลปะ วัฒนธรรมและเมืองในเกาหลีใต้ให้พัฒนาอย่างไร  คอนเสิร์ตกลายเป็นกลไกที่ทำให้เศรษฐกิจเติบโตได้จริงหรือไม่  และพวกเขากำลังสร้างความเคลื่อนไหวอะไรในโลกป๊อปคัลเจอร์  

พร้อมแล้ว มาดูไปพร้อมกันเลย
.
.


ARIRANG ประตูสู่วัฒนธรรมเกาหล
.
เพียงแค่เราได้เห็นคำว่า ‘ARIRANG’ จากการประกาศของ BTS ก็เป็นอันเข้าใจได้ทันทีว่าผลงานใหม่ของการคัมแบ็กในรอบเกือบ 4 ปีนี้ของ  BTS จะพาเรากลับไปสำรวจรากเหง้าความเป็นเกาหลี ทั้งในเชิงวัฒนธรรม เสียงดนตรี หรือแม้แต่ตัวตนของพวกเขาเอง

ARIRANG  กลายเป็นประตูบานใหม่ที่เปิดให้ผู้ฟังเข้าไปทำความรู้จักกับวัฒนธรรมเกาหลี เพราะ  ‘อารีรัง’  เป็นแนวดนตรีพื้นบ้านที่เป็นเสียงแทนความรู้สึกของคนเกาหลีมาหลายชั่วอายุคน ยิ่งพวกเขาใช้แซมเปิลและใช้เสียงนักร้องพื้นบ้านในเพลง Body to Body, การใช้เสียงฆ้องอายุ 1,200 ปีที่เป็นสมบัติชาติลำดับที่ 29 ในเพลง No.29, การอ้างอิงถึงนักเคลื่อนไหวทางการเมืองเพื่อเอกราชอย่าง Kim Gu ในเพลง Aliens ต่างก็ทำให้ผู้คนอยากรู้เรื่องราวประวัติศาสตร์เกาหลีกันมากขึ้น

แม้แต่ในมิวสิกวิดีโอเพลง 2.0 พวกเขาก็หยิบยกแรงบันดาลใจการสร้างฉากแอ็กชันมาจากหนังในตำนาน Oldboy ของผู้กำกับมากฝีมือชาวเกาหลีใต้ Park Chan Wook และเพลง Hooligan ก็มีฉากรำดาบเกาหลีและร่วมงานกับนางแบบสายเลือดเกาหลีชื่อดังอย่าง Soo Joo Park

ดังนั้นเราจึงจะเห็นได้ว่าการกลับมาของ  BTS  ในครั้งนี้มีการเติบโตมากขึ้น เพราะพวกเขาประกาศตัวตนของตัวเองออกมาอย่างชัดเจนผ่านเสียงเพลงว่าพวกเขาคือใคร ในขณะเดียวกัน พวกเขาก็มีความภาคภูมิใจที่จะนำเสนอรากฐานความเป็นวัฒนธรรมเกาหลีให้ทั่วโลกเห็นอีกด้วย
.

.
เสียงดนตรีที่คอยขับเคลื่อนโลกของสตรีมมิ่ง
.
หลังจากที่พวกเขาปล่อยอัลบั้ม ARIRANG ออกมา สตรีมมิ่งเพลง Spotify ก็เปิดเผยว่า พวกเขามีผู้ฟังหน้าใหม่ (first-time listeners) เข้ามาฟังผลงานใหม่เพิ่มขึ้นกว่า 690% ในขณะที่ผลงานเพลงแต่ละแทร็กนั้นก็ถูกเพิ่มเข้าสู่เพลย์ลิสต์ผู้ใช้กว่า 11.7 ล้านครั้ง และแน่นอนว่าหลังจากพวกเขาขึ้นเวทีแสดงคอนเสิร์ตร่วมกันเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่กรุงโซล ยอดสตรีมอัลบั้มนี้ก็เพิ่มขึ้นกว่า 120% ภายในชั่วโมงนั้นทันที
.
BTS ไม่ได้ทำสถิติแค่บนชาร์ตเพลงหรือสตรีมมิ่งเพลงเท่านั้น แต่พวกเขายังเป็นหนึ่งในปัจจัยหลักที่ช่วยขับเคลื่อนความนิยมของ Netflix ในไตรมาสแรกของปี 2026 เพราะหลังจากที่สตรีมมิ่งรับหน้าที่เป็นคนถ่ายทอดสดโชว์คัมแบ็ก  ๆBTS THE COMEBACK LIVE | ARIRANG  โชว์คอนเสิร์ตของพวกเขาก็ขึ้นอันดับ 1 ใน 24 ประเทศทั่วโลก และ Top 10 ในอีก 80 ประเทศ ทั้งยังมีผู้ชมรวมสูงถึง 18.4 ล้านคนทั่วโลก ดังนั้นด้วยความนิยมของ  BTS  ร่วมกันกับปัจจัยอื่นๆ ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (เช่น การถ่ายทอดสดเบสบอลของญี่ปุ่น การเติบโตของอินเดีย) ส่งผลให้สตรีมมิ่งมีรายได้จากค่าสมาชิกสูงกว่าที่บริษัทคาดการณ์ไว้ และผลักดันให้รายได้ไตรมาสแรกของ Netflix จากฝั่งเอเชียสูงขึ้นจากปีที่แล้วกว่า 20%
.

.
Soft Power ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของเกาหลีใต้ที่ทรงพลัง
.
การคัมแบ็กของพวกเขาในครั้งนี้ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าเกาหลีพุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยสื่ออังกฤษ The Independent รายงานว่า ในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เกาหลีใต้ต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติสูงถึง 2.06 ล้านคน ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ส่งผลให้ไตรมาสแรกมียอดรวมนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น 4.76 ล้านคน​ (เพิ่มขึ้น 23% จากปีก่อนหน้า)
.
สิ่งที่น่าสนใจก็คือนักท่องเที่ยวเหล่านี้ไม่ได้เที่ยวแค่ในกรุงโซลเท่านั้น แต่พวกเขาก็ยังถือโอกาสเที่ยวในเมืองอื่นๆ ในประเทศด้วย ซึ่งทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นว่าพลังของ BTS สามารถดึงดูดให้ผู้คนมาท่องเที่ยวที่ประเทศเกาหลีใต้ และอุตสาหกรรมเคป๊อปยังคงทรงพลังเป็นอย่างมากในยุคนี้
.
บัตรเครดิตเกาหลี  Hana Card  ยังเปิดเผยว่าชาวต่างชาติกว่า 30,000 คนที่ซื้อตั๋วคอนเสิร์ต  BTS  ใช้เงินเฉลี่ยกันคนละ 1.85 ล้านวอน (ประมาณ 50,000 บาท) และถ้าหากรวบรวมข้อมูลของทุกคนตั้งแต่ช่วงวันที่ 1 มกราคม – 12 เมษายน 2026 พวกเขาก็ใช้จ่ายรวมกันผ่านบัตรเครดิตประมาณ 55,500 ล้านวอนอีกด้วย ดังนั้นก็ต้องบอกว่าการคัมแบ็กของ  BTS  ครั้งนี้สร้างเม็ดเงินให้ประเทศเกาหลีใต้อย่างมหาศาลเลยทีเดียว

.

.
BTS THE CITY ARIRANG พื้นที่แห่งศิลปะและเสียงดนตรี
.
อีกหนึ่งซอฟต์พาวเวอร์สำคัญที่พวกเขาสร้างขึ้นในช่วงคัมแบ็กก็คือการเนรมิตเมืองให้กลายเป็นพื้นที่ที่ผสมผสานศิลปะกับดนตรีด้วยโปรเจกต์  BTS THE CITY ARIRANG  ที่โซลกลายเป็นพื้นที่ให้ผู้คนมาสำรวจเรื่องราวของ  ARIRANG  ผ่านสถานที่สำคัญต่างๆ ในกรุงโซลแบบ Immersive Experience
.
โดย Maeil Business เปิดเผยรายงานสรุปผลหลังโปรเจกต์ BTS THE CITY ARIRANG  ในกรุงโซลเปิดตัวครบหนึ่งเดือน พบว่ามีตัวเลขการเติบโตที่น่าสนใจ โดยเฉพาะที่ ประตูซงนเยมุน ซึ่งมีผู้มาเยือนเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน และในจำนวนนี้เป็นชาวต่างชาติถึง 73% จากอานิสงส์ของการจัดแสดงฉายภาพ (Media Facade) บนโบราณสถาน ในขณะที่พื้นที่กิจกรรมหลักอย่าง จัตุรัสทงแดมุน (DDP) ก็คึกคักไม่แพ้กัน โดยมีสัดส่วนนักท่องเที่ยวต่างชาติสูงถึง 86% ตอกย้ำอิทธิพลของวงที่ดึงดูดเม็ดเงินจากต่างประเทศเข้าสู่ใจกลางเมืองได้อย่างมหาศาล
.
.
ในกรุงโซลยังมีกิจกรรมเด่นๆ ทั่วเมืองอีกหลายอย่าง เช่น โชว์โดรนแปรอักษรในสวนสาธารณะ โชว์ไฟที่สะพานบันโพ นิทรรศการ  SWIM  ที่ พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัย (MMCA)
การเปลี่ยนบันไดสถานีรถไฟให้คล้ายสระว่ายน้ำ และคลองชองกเยซอนก็มีการตกแต่งด้วยคำว่า  KEEP SWIMMING และ Love Song Lounge  ที่ยออีโด
.
พวกเขายังกระตุ้นการท่องเที่ยวด้วยรถบัสที่ตกแต่งด้วยโลโก้อัลบั้ม โดยรถบัสเหล่านี้ก็วิ่งผ่านแลนด์มาร์กสำคัญของเมืองมากมาย เช่น ควังฮวามุน, ตลาดนัมแดมุน, ตึกของ HYBE และพระราชวังเคียงบกกุง ซึ่งยอดผู้ใช้บริการรถบัสก็เพิ่มขึ้น 20% จากระดับปกติ และแฟนๆ ก็เก็บตั๋วรุ่นพิเศษนี้ไว้เป็นที่ระลึกเช่นกัน
.
หลังจากนี้ พวกเขาจะเตรียมตัวขยายโปรเจกต์  BTS THE CITY ARIRANG  ไปยังเมืองอื่นๆ เช่น ปูซาน (ในช่วงเดือนมิถุนายน 2026) และลาสเวกัส (ในเดือนพฤษภาคม 2026) ดังนั้นจึงถือได้ว่าการคัมแบ็กนี้ประสบความสำเร็จทั้งในแง่ของชาร์ตเพลง เศรษฐกิจ การท่องเที่ยว การผลักดันศิลปะและวัฒนธรรมเกาหลีใต้ ตลอดจนเป็นการนำเสนอตัวตนของวงให้โลกได้เห็นเช่น
.



.
มีต่อที่ ความคิดเห็นที่ 1

👇
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่