จีนก็มีมัมมี่นะ “Tarin Mummy” ที่เขตปกครองตนเองอุยกูร์

มัมมี่แห่งลุ่มน้ำทาริม (Tarim Mummies) ที่ถูกค้นพบในเขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ ประเทศจีน เป็นหนึ่งในการค้นพบทางโบราณคดีที่น่าทึ่งที่สุด เนื่องจากสภาพร่างกายของมัมมี่เหล่านี้ยังคงความสมบูรณ์อย่างเหลือเชื่อแม้เวลาจะผ่านไปกว่า 4,000 ปี

เหตุผลที่มัมมี่เหล่านี้ไม่เน่าเปื่อย ไม่ได้เกิดจากการดองศพด้วยสารเคมีแบบอียิปต์โบราณ แต่เกิดจาก

ปัจจัยทางธรรมชาติ

1. สภาพแวดล้อมที่แห้งแล้งจัด (Extreme Aridity)
ลุ่มน้ำทาริมตั้งอยู่ในเขตทะเลทรายทักลามากัน ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่แห้งแล้งที่สุดในโลก ความแห้งของอากาศช่วยดึงความชื้นออกจากร่างกายอย่างรวดเร็ว ทำให้แบคทีเรียและเชื้อราที่ทำให้เกิดการเน่าเสียไม่สามารถเจริญเติบโตได้

2. ดินที่มีความเค็มสูง (Saline Soils)
ดินในบริเวณที่ฝังศพมีความเข้มข้นของเกลือสูงมาก เกลือทำหน้าที่เป็นสารกันบูดธรรมชาติที่ช่วยยับยั้งการย่อยสลายของเนื้อเยื่อและยับยั้งการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์

3. อากาศที่หนาวจัดในฤดูหนาว (Extreme Cold)
อุณหภูมิที่ต่ำมากในช่วงฤดูหนาวของภูมิภาคนี้ช่วย "แช่แข็ง" ร่างกายและหยุดกระบวนการเน่าเปื่อยในช่วงแรกหลังการเสียชีวิต ก่อนที่กระบวนการทำให้แห้ง (Desiccation) ตามธรรมชาติจะเสร็จสมบูรณ์

4. วิธีการฝังศพ (Unique Burial Practices)
มัมมี่หลายร่าง เช่น "สาวงามแห่งเสี่ยวเหอ" (Beauty of Xiaohe) ถูกฝังอยู่ใน โลงศพรูปทรงเรือ ที่ทำจากไม้และหุ้มด้วยหนังวัวอย่างแน่นหนาจนอากาศเข้าไม่ได้ วิธีนี้ช่วยป้องกันไม่ให้ออกซิเจนและน้ำซึมเข้าไปทำลายร่างมัมมี่

เกร็ดน่าสนใจ:

• ลักษณะทางกายภาพ: มัมมี่ทาริมมีลักษณะเด่นที่ดูคล้ายชาวตะวันตก เช่น มีดั้งจมูกโด่ง ผมสีบลอนด์หรือสีน้ำตาลแดง และรูปร่างสูงใหญ่ ซึ่งสร้างความฉงนให้กับนักประวัติศาสตร์มานาน

• ผลการตรวจ DNA: จากการศึกษาในปี 2021 พบว่าพวกเขาไม่ใช่ผู้ที่อพยพมาจากยุโรปอย่างที่เคยเข้าใจกัน แต่เป็นกลุ่มคนท้องถิ่นที่มีเชื้อสายเก่าแก่ (Ancient North Eurasians) ซึ่งอาศัยอยู่ในพื้นที่นี้มาอย่างยาวนานและมีความโดดเดี่ยวทางพันธุกรรม

CR YouTube @TheUnsolved888
คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่