การฝึกสังเกต "ใจ" หรือ "มู้ด" (Mood) ของเราเองนั้นทำได้ไม่ยากครับ หัวใจสำคัญคือ "แค่รู้ว่าตอนนี้ใจเราเป็นยังไง" โดยมองตามความเป็นจริง ไม่ต้องไปตัดสินหรือฝืนมัน ลองเช็กโหมดของใจเราตามนี้ดูนะครับ:
๑. ตอนที่ใจมันอยากได้ (มีกิเลส) — ก็แค่รู้ตัวชัดๆ ว่า "อ๋อ ตอนนี้ใจเรากำลังมีความอยากอยู่นะ"
๒. ตอนที่ใจมันเฉยๆ ไม่ได้อยากได้อะไร — ก็รู้ตัวว่า "ตอนนี้ใจเราปกติดี ไม่ได้โหยหาอะไร"
๓. ตอนที่ใจมันเริ่มตึง เริ่มหงุดหงิดโกรธเคือง — ก็รู้ตัวว่า "โอเค ตอนนี้ใจเรากำลังเริ่มขุ่นมัวแล้วนะ"
๔. ตอนที่ใจมันเย็นลง ไม่โกรธใคร — ก็รู้ตัวว่า "ตอนนี้ใจเราสงบดีจัง"
๕. ตอนที่ใจมันเบลอๆ งงๆ หรือหลงไปกับอะไรบางอย่าง — ก็รู้ตัวว่า "ตอนนี้ใจเรากำลังหลงทางหรือเบลออยู่"
๖. ตอนที่ใจมันเคลียร์ ชัดเจน ไม่หลงมัวเมา — ก็รู้ตัวว่า "ตอนนี้ใจเราตื่นรู้และชัดเจนดี"
๗. ตอนที่ใจมันดาวน์ (Down) หดหู่ หรือขี้เกียจไม่อยากทำอะไร — ก็รู้ตัวว่า "ตอนนี้ใจมันนิ่งๆ ซึมๆ ไปหน่อยนะ"
๘. ตอนที่ใจมันลอย ฟุ้งซ่าน ว้าวุ่น คิดไปเรื่อย — ก็รู้ตัวว่า "ตอนนี้ใจเรากำลังส่ายไปส่ายมา ไม่นิ่งเลย"
๙. ตอนที่ใจมันเข้าโหมดโฟกัสแบบลึกซึ้ง (ใจอัปเกรด) — ก็รู้ตัวว่า "ตอนนี้ใจเราเข้าสู่โหมดสงบที่ลึกขึ้นแล้ว"
๑๐. ตอนที่ใจมันอยู่ในโหมดธรรมดาทั่วไป — ก็รู้ตัวว่า "ตอนนี้ใจเราก็เป็นมู้ดปกติของคนทั่วไป"
๑๑. ตอนที่ใจมันยังพัฒนาต่อได้อีก — ก็รู้ตัวว่า "ใจตอนนี้ดีนะ แต่ยังมีทางที่พัฒนาไปได้ไกลกว่านี้"
๑๒. ตอนที่ใจมันถึงจุดที่ดีที่สุดแล้ว — ก็รู้ตัวว่า "ตอนนี้ใจเราถึงจุดที่โอเคที่สุดแล้ว"
๑๓. ตอนที่ใจมันนิ่งสนิทและตั้งมั่น (เป็นสมาธิ) — ก็รู้ตัวว่า "ตอนนี้ใจเราตั้งมั่นและมีสมาธิมาก"
๑๔. ตอนที่ใจมันยังไม่ค่อยนิ่ง — ก็รู้ตัวว่า "ตอนนี้ใจเรายังส่ายไปมา ไม่เป็นสมาธิเท่าไหร่"
๑๕. ตอนที่ใจมันรู้สึกโล่ง อิสระ เหมือนหลุดพ้นจากอะไรบางอย่าง — ก็รู้ตัวว่า "ตอนนี้ใจเราเบาสบายและเป็นอิสระแล้ว"
๑๖. ตอนที่ใจมันยังรู้สึกเหมือนมีอะไรติดค้างอยู่ — ก็รู้ตัวว่า "ตอนนี้ใจเรายังไม่หลุดพ้นจากสิ่งกวนใจนะ"
สรุปสั้นๆ สำหรับการฝึกใจ
เราควรหมั่นกลับมาสังเกตใจตัวเองบ่อยๆ:
ดูใจของ "ตัวเอง" บ้าง
ลองสังเกตและเรียนรู้จากใจของ "คนรอบข้าง" บ้าง (เพื่อสร้างความเข้าใจและเมตตา)
เฝ้าดูตอนที่อารมณ์มัน "เริ่มเกิดขึ้น" แล้วก็ดูตอนที่มัน "ค่อยๆ จางหายไป"
เป้าหมายคือ: ให้สติเราอยู่กับคำว่า "ใจมันก็แค่นี้แหละ" (แค่ใจมีอยู่) เพื่อให้เราได้เรียนรู้และจดจำสภาวะต่างๆ เท่านั้น โดยที่เราไม่เอาตัวเราเข้าไปผูกติด หรือไปยึดมั่นถือมั่นกับอะไรในโลกนี้มากจนเกินไป
นี่แหละครับ คือวิถีของการเฝ้าดูใจในแบบที่เรียบง่ายและสงบที่สุด
วิธีสังเกตใจตัวเอง (จิตตานุปัสสนาสติปัฏฐาน)
๑. ตอนที่ใจมันอยากได้ (มีกิเลส) — ก็แค่รู้ตัวชัดๆ ว่า "อ๋อ ตอนนี้ใจเรากำลังมีความอยากอยู่นะ"
๒. ตอนที่ใจมันเฉยๆ ไม่ได้อยากได้อะไร — ก็รู้ตัวว่า "ตอนนี้ใจเราปกติดี ไม่ได้โหยหาอะไร"
๓. ตอนที่ใจมันเริ่มตึง เริ่มหงุดหงิดโกรธเคือง — ก็รู้ตัวว่า "โอเค ตอนนี้ใจเรากำลังเริ่มขุ่นมัวแล้วนะ"
๔. ตอนที่ใจมันเย็นลง ไม่โกรธใคร — ก็รู้ตัวว่า "ตอนนี้ใจเราสงบดีจัง"
๕. ตอนที่ใจมันเบลอๆ งงๆ หรือหลงไปกับอะไรบางอย่าง — ก็รู้ตัวว่า "ตอนนี้ใจเรากำลังหลงทางหรือเบลออยู่"
๖. ตอนที่ใจมันเคลียร์ ชัดเจน ไม่หลงมัวเมา — ก็รู้ตัวว่า "ตอนนี้ใจเราตื่นรู้และชัดเจนดี"
๗. ตอนที่ใจมันดาวน์ (Down) หดหู่ หรือขี้เกียจไม่อยากทำอะไร — ก็รู้ตัวว่า "ตอนนี้ใจมันนิ่งๆ ซึมๆ ไปหน่อยนะ"
๘. ตอนที่ใจมันลอย ฟุ้งซ่าน ว้าวุ่น คิดไปเรื่อย — ก็รู้ตัวว่า "ตอนนี้ใจเรากำลังส่ายไปส่ายมา ไม่นิ่งเลย"
๙. ตอนที่ใจมันเข้าโหมดโฟกัสแบบลึกซึ้ง (ใจอัปเกรด) — ก็รู้ตัวว่า "ตอนนี้ใจเราเข้าสู่โหมดสงบที่ลึกขึ้นแล้ว"
๑๐. ตอนที่ใจมันอยู่ในโหมดธรรมดาทั่วไป — ก็รู้ตัวว่า "ตอนนี้ใจเราก็เป็นมู้ดปกติของคนทั่วไป"
๑๑. ตอนที่ใจมันยังพัฒนาต่อได้อีก — ก็รู้ตัวว่า "ใจตอนนี้ดีนะ แต่ยังมีทางที่พัฒนาไปได้ไกลกว่านี้"
๑๒. ตอนที่ใจมันถึงจุดที่ดีที่สุดแล้ว — ก็รู้ตัวว่า "ตอนนี้ใจเราถึงจุดที่โอเคที่สุดแล้ว"
๑๓. ตอนที่ใจมันนิ่งสนิทและตั้งมั่น (เป็นสมาธิ) — ก็รู้ตัวว่า "ตอนนี้ใจเราตั้งมั่นและมีสมาธิมาก"
๑๔. ตอนที่ใจมันยังไม่ค่อยนิ่ง — ก็รู้ตัวว่า "ตอนนี้ใจเรายังส่ายไปมา ไม่เป็นสมาธิเท่าไหร่"
๑๕. ตอนที่ใจมันรู้สึกโล่ง อิสระ เหมือนหลุดพ้นจากอะไรบางอย่าง — ก็รู้ตัวว่า "ตอนนี้ใจเราเบาสบายและเป็นอิสระแล้ว"
๑๖. ตอนที่ใจมันยังรู้สึกเหมือนมีอะไรติดค้างอยู่ — ก็รู้ตัวว่า "ตอนนี้ใจเรายังไม่หลุดพ้นจากสิ่งกวนใจนะ"
สรุปสั้นๆ สำหรับการฝึกใจ
เราควรหมั่นกลับมาสังเกตใจตัวเองบ่อยๆ:
ดูใจของ "ตัวเอง" บ้าง
ลองสังเกตและเรียนรู้จากใจของ "คนรอบข้าง" บ้าง (เพื่อสร้างความเข้าใจและเมตตา)
เฝ้าดูตอนที่อารมณ์มัน "เริ่มเกิดขึ้น" แล้วก็ดูตอนที่มัน "ค่อยๆ จางหายไป"
เป้าหมายคือ: ให้สติเราอยู่กับคำว่า "ใจมันก็แค่นี้แหละ" (แค่ใจมีอยู่) เพื่อให้เราได้เรียนรู้และจดจำสภาวะต่างๆ เท่านั้น โดยที่เราไม่เอาตัวเราเข้าไปผูกติด หรือไปยึดมั่นถือมั่นกับอะไรในโลกนี้มากจนเกินไป
นี่แหละครับ คือวิถีของการเฝ้าดูใจในแบบที่เรียบง่ายและสงบที่สุด