ผลสำรวจ 'ธำรงศักดิ์โพล' พบคนไม่เชื่อมั่นจะเข้าสู่ยุค "พอแล้ว ๆ รวยไม่ไหวแล้ว"
.
. 'ธำรงศักดิ์โพล' สำรวจ 3,634 คน ใน 47 จังหวัด พบส่วนใหญ่ 49.50% ไม่เชื่อมั่นอย่างยิ่งว่า 'อนุทิน' จะนำคนไทยเข้าสู่ยุค "พอแล้ว ๆ รวยไม่ไหวแล้ว"
.
3 พฤษภาคม 2569 งานวิจัยส่วนบุคคลของ รองศาสตราจารย์ ดร.ธำรงศักดิ์ เพชรเลิศอนันต์ ผู้อำนวยการหลักสูตรรัฐศาสตรมหาบัณฑิต คณะรัฐศาสตร์ ม.รังสิต เก็บข้อมูลแบบสอบถามจากคนทั้งประเทศ จำนวน 3,634 คน เก็บแบบสอบถามระหว่าง 5-24 เมษายน 2569 โดยนักศึกษาปริญญาตรี-โท-เอก คณะรัฐศาสตร์ ม.รังสิต 150 คน เก็บแบบสอบถามใน 47 จังหวัด
.
นายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เมื่อ 7 กันยายน 2568 แต่งตั้งรัฐมนตรีเมื่อ 19 กันยายน แถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา 29-30 กันยายน นายอนุทินยุบสภาผู้แทนราษฎรวันที่ 12 ธันวาคม 2568 เลือกตั้งวันอาทิตย์ 8 กุมภาพันธ์ 2569 กกต.ประกาศรับรอง สส. เขต เมื่อ 25 กุมภาพันธ์ (จนถึงวันนี้ 3 พฤษภาคม 84 วันหลังวันเลือกตั้ง หรือ 67 วันหลังประกาศผลเขต ก็ยังไม่มีประกาศคะแนนผลรวมของผู้สมัครทุกคนในแต่ละเขต โดย กกต. ดูเหมือนจะให้ผู้อยากทราบไปรวมคะแนนกันเอาเองจากคะแนนแต่ละหน่วยเลือกตั้ง ซึ่ง iLaw ชี้ว่าบางเขตมีไม่ครบทุกหน่วยเลือกตั้ง) กกต. ประกาศ สส. บัญชีรายชื่อเมื่อ 4 มีนาคม นายอนุทิน หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีเมื่อ 19 มีนาคม 2569 ดังนั้น การจัดเก็บข้อมูลผลการสำรวจครั้งนี้จึงมีขึ้นในช่วงเดือนแรกของการเป็นนายกรัฐมนตรีครั้งใหม่
.
1.ข้อคำถามว่า “ท่านเชื่อมั่นระดับใดว่า สมัยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ท่านจะเข้าสู่ยุค "พอแล้ว ๆ รวยไม่ไหวแล้ว" ”ผลการวิจัยพบว่า (มี 3,628 คนตอบคำถามข้อนี้)
.
ระดับ 0 ร้อยละ 49.50 (1,796 คน)
ระดับ 1 ร้อยละ 11.69 (424 คน)
ระดับ 2 ร้อยละ 7.47 (271 คน)
ระดับ 3 ร้อยละ 7.50 (272 คน)
ระดับ 4 ร้อยละ 5.68 (206 คน)
ระดับ 5 ร้อยละ 7.72 (280 คน)
ระดับ 6 ร้อยละ 2.62 (95 คน)
ระดับ 7 ร้อยละ 1.96 (71 คน)
ระดับ 8 ร้อยละ 1.79 (65 คน)
ระดับ 9 ร้อยละ 1.18 (43 คน)
ระดับ 10 ร้อยละ 2.89 (105 คน)
.
ค่าระดับหมายถึง
.
ระดับ 0 หมายถึง ไม่เชื่อมั่นอย่างยิ่ง, ระดับ 1 หมายถึง เชื่อมั่นน้อยที่สุด ... ระดับ 10 หมายถึง เชื่อมั่นมากที่สุด
.
พิจารณารายภาค
.
ระดับ 0 ไม่เชื่อมั่นอย่างยิ่ง กรุงเทพฯ ร้อยละ 47.3 ภาคกลาง ร้อยละ 50.3 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ร้อยละ 58.3 ภาคเหนือ ร้อยละ 51.8 ภาคใต้ ร้อยละ 44.6
.
ระดับ 10 เชื่อมั่นมากที่สุด กรุงเทพฯ ร้อยละ 2.1 ภาคกลาง ร้อยละ 2.7 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ร้อยละ 1.3 ภาคเหนือ ร้อยละ 1.2 ภาคใต้ ร้อยละ 5.1
.
.
ราคามะพร้าวแกงดิ่งเหลือ 6 บาท จี้รัฐระงับนำเข้า 4.6 หมื่นตันซ้ำเติมตลาด
https://www.prachachat.net/local-economy/news-2000658
.
วิกฤตราคามะพร้าวแกงดิ่ง เหลือ 6 บาท/ลูก สวนทางต้นทุนน้ำมันพุ่ง ซ้ำเติมเกษตรกรภาคใต้ ด้านตัวแทนชาวสวนยื่นหนังสือด่วน “อนุทิน” ชู 8 มาตรการสกัดนำเข้า 4.6 หมื่นตัน พร้อมพยุงราคาผลผลิตในประเทศไม่ต่ำกว่า 18 บาท/ลูก
.
สถานการณ์ราคามะพร้าวในพื้นที่ภาคใต้ อาทิ จ.ประจวบคีรีขันธ์ จ.พัทลุง จ.สงขลา ฯลฯ กำลังเผชิญแรงกดดันรอบด้าน หลังราคาน้ำมันเชื้อเพลิงปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง สวนทางกับราคาผลผลิตทางการเกษตรที่ตกต่ำ โดยเฉพาะ “
มะพร้าวแกง” ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจหลักของพื้นที่ ส่งผลให้รายได้ของเกษตรกรหดตัวอย่างหนัก ขณะที่ต้นทุนการผลิตและค่าครองชีพกลับพุ่งสูง
.
นางสาว
สุรีรัตน์ แต้ชูตระกูล เกษตรกรชาวสวนมะพร้าว อำเภอทับสะแก กล่าวว่า สถานการณ์ราคามะพร้าวในปัจจุบันอยู่ในภาวะวิกฤตอย่างหนัก โดยราคามะพร้าวแกงหน้าสวนเหลือเพียง 7 บาทต่อผล เมื่อหักค่าสอย 2 บาท และค่าเก็บเกี่ยวอีก 1 บาท ทำให้เกษตรกรมีรายได้สุทธิเพียง 4 บาทต่อผลเท่านั้น ซึ่งไม่สอดคล้องกับต้นทุนการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะค่าน้ำมันเชื้อเพลิงที่ปรับตัวสูงขึ้นกว่า 50% ส่งผลให้ค่าขนส่งและค่าใช้จ่ายในการดูแลสวนเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จนเกษตรกรจำนวนมากแทบไม่เหลือกำไร
.
นอกจากนี้ภาวะราคาน้ำมันที่สูงขึ้นยังยิ่งซ้ำเติมสถานการณ์ เนื่องจากส่งผลให้ต้นทุนด้านการขนส่ง ปุ๋ย และการดูแลรักษาสวนเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้เกษตรกรต้องแบกรับภาระต้นทุนที่สูงขึ้น แต่กลับขายผลผลิตได้ในราคาที่ต่ำลง ทำให้เกิดภาวะ “
รายได้ลด-รายจ่ายเพิ่ม” อย่างชัดเจน
.
เช่นเดียวกับที่ จ.พัทลุง ทางด้านแหล่งข่าวเจ้าของสวนมะพร้าว อ.กงหรา จ.พัทลุง กล่าวว่า พื้นที่ภาคใต้โดยเฉพาะ จ.พัทลุง จ.นครศรีธรรมราช จ.สงขลา ฯลฯ เป็นแหล่งปลูกและส่งออกมะพร้าวไปยังโรงงานอุตสาหกรรมผลิตกะทิรายใหญ่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ และปริมณฑล แต่ปัจจุบันราคามะพร้าวแกงหรือมะพร้าวกะทิค้าปลีกยังคงปรับตัวลดลงอย่างชัดเจน เนื่องจากปีนี้ผลผลิตมะพร้าวออกสู่ตลาดค่อนข้างมาก ทำให้ราคารับซื้อมะพร้าวต่ำกว่าปีที่ผ่านมา โดยราคารับซื้อหน้าสวนลูกขนาดเล็กถึงใหญ่เฉลี่ยอยู่ที่ 6-8 บาท/ลูกเท่านั้น ขณะที่ในปี 2568 ราคาลูกขนาดใหญ่เฉลี่ยอยู่ที่ 25-30 บาท/ลูก ส่วนลูกขนาดกลางและขนาดเล็กเฉลี่ยอยู่ที่ 20-18 บาท/ลูก ซึ่งเป็นราคาที่ทรงตัวตลอดทั้งปี 2568 เพราะปริมาณมะพร้าวค่อนข้างขาดแคลน
.
“ปัจจุบันราคามะพร้าวยังคงตกต่ำ ซึ่งต่ำกว่าต้นทุนการผลิตอย่างมาก และอยู่ในระดับนี้มาอย่างต่อเนื่อง สร้างผลกระทบต่อเกษตรกรทุกครัวเรือนในพื้นที่ เนื่องจากมะพร้าวถือเป็นรายได้หลัก อีกทั้งยังเป็นวัตถุดิบสำคัญในหลายอุตสาหกรรม ทั้งอาหารและการแพทย์” แหล่งข่าวกล่าว
.
อย่างไรก็ดีที่ผ่านมาเกษตรกรชาวสวนมะพร้าวใน 3 อำเภอหลัก จากอำเภอทับสะแก อำเภอบางสะพาน และอำเภอบางสะพานน้อย ได้ทำหนังสือถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาราคามะพร้าวตกต่ำอย่างเร่งด่วน ที่ร้านอาหารริมทะเลประจวบคีรีขันธ์ เพื่อขอให้รัฐบาลเร่งแก้ไขวิกฤตราคามะพร้าวแกงตกต่ำ โดยนายอนุทินได้รับปากว่าจะมอบหมายให้นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างเร่งด่วน
.
สำหรับข้อเสนอที่กลุ่มเกษตรกรได้ยื่นต่อรัฐบาล 8 ข้อ เพื่อฟื้นฟูราคามะพร้าวและสร้างเสถียรภาพในระยะยาว ได้แก่
.
1. ขอให้ระงับการนำเข้ามะพร้าวผลและผลิตภัณฑ์มะพร้าวทุกชนิดชั่วคราว หลังพบว่ามีการนำเข้าช่วงต้นปีมากกว่า 46,000 ตัน หรือประมาณ 36 ล้านผล ส่งผลกระทบต่อราคามะพร้าวภายในประเทศอย่างรุนแรง
.
2.กำหนดเงื่อนไขให้ราคามะพร้าวในประเทศต้องไม่ต่ำกว่าผลละ 18 บาท และมะพร้าวขาวไม่ต่ำกว่า 35 บาทต่อกิโลกรัม ก่อนพิจารณานำเข้า
.
3. เปิดให้เกษตรกรมีส่วนร่วมและรับรู้ข้อมูลก่อนการอนุมัตินำเข้า
.
4. ผลักดันตั้งคณะกรรมการมะพร้าวแห่งชาติ โดยมีตัวแทนเกษตรกรเข้าร่วม
.
5. ผลักดันให้มะพร้าวเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญของประเทศ เพื่อเสริมความมั่นคงทางอาหาร
.
6. กำหนดโควตาการนำเข้าผลิตภัณฑ์มะพร้าว เช่น มะพร้าวฝอย กะทิสำเร็จรูป กะทิแช่แข็ง เป็นต้น อย่างชัดเจน เพื่อไม่ให้กระทบต่อเกษตรกรชาวสวนมะพร้าว
.
7. ปรับปรุงกฎหมาย, กฎกระทรวง ควบคุมโรงงานแปรรูป และเข้มงวดการลักลอบนำเข้า
.
8. ปรับนโยบายการค้าทั้งในและนอกกรอบ WTO ให้สอดคล้องกับ AFTA และกำหนดให้สินค้าส่งออกต้องระบุแหล่งที่มาของวัตถุดิบอย่างชัดเจน
.
ปัญหาการนำเข้ามะพร้าวแกงในช่วงที่ผลผลิตภายในประเทศล้นตลาด ยิ่งเป็นปัจจัยซ้ำเติมให้ราคาภายในประเทศปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกษตรกรหลายรายเริ่มเผชิญภาวะขาดทุนสะสม
.
ข้อเรียกร้องของกลุ่มเกษตรกรที่เร่งด่วนที่สุด คือ ให้ภาครัฐระงับการนำเข้ามะพร้าวแกงทันที โดยควรพิจารณาปริมาณผลผลิตในประเทศก่อนอนุญาตนำเข้า เพื่อปกป้องราคาผลผลิตของเกษตรกรไทย
.
.
สว.ชงญัตติ จี้รัฐบาลทบทวนแลนด์บริดจ์ กระทบสิ่งแวดล้อม วิถีชุมชน
https://www.matichon.co.th/politics/news_5702322
.
สว.ชงญัตติ จี้รัฐบาลทบทวนแลนด์บริดจ์ กระทบสิ่งแวดล้อม วิถีชุมชน
.
เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า นาย
มงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา ได้ออกหนังสือนัดประชุมวุฒิสภา ในวันที่ 5 พฤษภาคม โดยในวาระดังกล่าวได้ระบุว่าเป็นการพิจารณาญัตติต่างๆ ที่สว. เสนอ รวม 6 ญัตติ
.
ทั้งนี้ มีญัตติที่เสนอใหม่คือ ญัตติของนาย
นรเศรษฐ์ ปรัชญากร สว. ที่ขอให้รัฐบาลทบทวนเดินหน้าโครงการแลนด์บริดจ์ โดยเหตุผลของการเสนอญัตติดังกล่าว นายนรเศรษฐ์ ระบุไว้ในหนังสือว่า ตามข้อเท็จจริงที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมและคณะทำงาน ได้ประกาศต่อสื่อมวลชนต่อแผนการสานต่อโครงการแลนด์บริดจ์เพื่อเป็นการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจภาคใต้ โดยใช้เงินลงทุน 9.9 แสนล้านบาท
.
ทั้งนี้ นโยบายดังกล่าวถูกวิพาษณ์วิจารณ์จากหลายภาคส่วนทั้งภาควิชาการและภาคประชาสังคมว่า อาจไม่คุ้มค่าทางเศรษฐกิจตามรายงานที่เสนอสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจรนำเสนอ และผลกระทบโครงการอาจนำมาสู่ความเสื่อมถอยของสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ภาคใต้ และกระทบต่อสิทธิชุมชนของคนในพื้นที่ภาคใต้ในมิติของวัฒนธรรมและทางสังคม โดยช่วงที่ผ่านมามีการพบว่ามีการเสนอทางเลือกอื่นที่มีโอกาสสร้างความคุ้มค่า และมีผลกระทบต่อชุมชน สิ่งแวดล้อมน้อยกว่าการลงทุนโครงการแลนด์บริดจ์อยู่หลายโครงการ ทว่าไม่ได้รับความสนใจจากรัฐบาลที่มุ่งหน้าศึกษามากพอ
JJNY : คนไม่เชื่อมั่น "พอแล้ว ๆ รวยไม่ไหวแล้ว"│มะพร้าวแกงดิ่ง│สว.ชงญัตติ จี้ทบทวนแลนด์บริดจ์│"กาย" ฟาดเร่งรัดแลนด์บริดจ์
.
ระดับ 1 ร้อยละ 11.69 (424 คน)
ระดับ 2 ร้อยละ 7.47 (271 คน)
ระดับ 3 ร้อยละ 7.50 (272 คน)
ระดับ 4 ร้อยละ 5.68 (206 คน)
ระดับ 5 ร้อยละ 7.72 (280 คน)
ระดับ 6 ร้อยละ 2.62 (95 คน)
ระดับ 7 ร้อยละ 1.96 (71 คน)
ระดับ 8 ร้อยละ 1.79 (65 คน)
ระดับ 9 ร้อยละ 1.18 (43 คน)
ระดับ 10 ร้อยละ 2.89 (105 คน)
.
ระดับ 0 ไม่เชื่อมั่นอย่างยิ่ง กรุงเทพฯ ร้อยละ 47.3 ภาคกลาง ร้อยละ 50.3 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ร้อยละ 58.3 ภาคเหนือ ร้อยละ 51.8 ภาคใต้ ร้อยละ 44.6
ระดับ 10 เชื่อมั่นมากที่สุด กรุงเทพฯ ร้อยละ 2.1 ภาคกลาง ร้อยละ 2.7 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ร้อยละ 1.3 ภาคเหนือ ร้อยละ 1.2 ภาคใต้ ร้อยละ 5.1
.
ราคามะพร้าวแกงดิ่งเหลือ 6 บาท จี้รัฐระงับนำเข้า 4.6 หมื่นตันซ้ำเติมตลาด
https://www.prachachat.net/local-economy/news-2000658
.
วิกฤตราคามะพร้าวแกงดิ่ง เหลือ 6 บาท/ลูก สวนทางต้นทุนน้ำมันพุ่ง ซ้ำเติมเกษตรกรภาคใต้ ด้านตัวแทนชาวสวนยื่นหนังสือด่วน “อนุทิน” ชู 8 มาตรการสกัดนำเข้า 4.6 หมื่นตัน พร้อมพยุงราคาผลผลิตในประเทศไม่ต่ำกว่า 18 บาท/ลูก
.
สถานการณ์ราคามะพร้าวในพื้นที่ภาคใต้ อาทิ จ.ประจวบคีรีขันธ์ จ.พัทลุง จ.สงขลา ฯลฯ กำลังเผชิญแรงกดดันรอบด้าน หลังราคาน้ำมันเชื้อเพลิงปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง สวนทางกับราคาผลผลิตทางการเกษตรที่ตกต่ำ โดยเฉพาะ “มะพร้าวแกง” ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจหลักของพื้นที่ ส่งผลให้รายได้ของเกษตรกรหดตัวอย่างหนัก ขณะที่ต้นทุนการผลิตและค่าครองชีพกลับพุ่งสูง
.
นางสาวสุรีรัตน์ แต้ชูตระกูล เกษตรกรชาวสวนมะพร้าว อำเภอทับสะแก กล่าวว่า สถานการณ์ราคามะพร้าวในปัจจุบันอยู่ในภาวะวิกฤตอย่างหนัก โดยราคามะพร้าวแกงหน้าสวนเหลือเพียง 7 บาทต่อผล เมื่อหักค่าสอย 2 บาท และค่าเก็บเกี่ยวอีก 1 บาท ทำให้เกษตรกรมีรายได้สุทธิเพียง 4 บาทต่อผลเท่านั้น ซึ่งไม่สอดคล้องกับต้นทุนการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะค่าน้ำมันเชื้อเพลิงที่ปรับตัวสูงขึ้นกว่า 50% ส่งผลให้ค่าขนส่งและค่าใช้จ่ายในการดูแลสวนเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จนเกษตรกรจำนวนมากแทบไม่เหลือกำไร
.
นอกจากนี้ภาวะราคาน้ำมันที่สูงขึ้นยังยิ่งซ้ำเติมสถานการณ์ เนื่องจากส่งผลให้ต้นทุนด้านการขนส่ง ปุ๋ย และการดูแลรักษาสวนเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้เกษตรกรต้องแบกรับภาระต้นทุนที่สูงขึ้น แต่กลับขายผลผลิตได้ในราคาที่ต่ำลง ทำให้เกิดภาวะ “รายได้ลด-รายจ่ายเพิ่ม” อย่างชัดเจน
.
เช่นเดียวกับที่ จ.พัทลุง ทางด้านแหล่งข่าวเจ้าของสวนมะพร้าว อ.กงหรา จ.พัทลุง กล่าวว่า พื้นที่ภาคใต้โดยเฉพาะ จ.พัทลุง จ.นครศรีธรรมราช จ.สงขลา ฯลฯ เป็นแหล่งปลูกและส่งออกมะพร้าวไปยังโรงงานอุตสาหกรรมผลิตกะทิรายใหญ่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ และปริมณฑล แต่ปัจจุบันราคามะพร้าวแกงหรือมะพร้าวกะทิค้าปลีกยังคงปรับตัวลดลงอย่างชัดเจน เนื่องจากปีนี้ผลผลิตมะพร้าวออกสู่ตลาดค่อนข้างมาก ทำให้ราคารับซื้อมะพร้าวต่ำกว่าปีที่ผ่านมา โดยราคารับซื้อหน้าสวนลูกขนาดเล็กถึงใหญ่เฉลี่ยอยู่ที่ 6-8 บาท/ลูกเท่านั้น ขณะที่ในปี 2568 ราคาลูกขนาดใหญ่เฉลี่ยอยู่ที่ 25-30 บาท/ลูก ส่วนลูกขนาดกลางและขนาดเล็กเฉลี่ยอยู่ที่ 20-18 บาท/ลูก ซึ่งเป็นราคาที่ทรงตัวตลอดทั้งปี 2568 เพราะปริมาณมะพร้าวค่อนข้างขาดแคลน
.
“ปัจจุบันราคามะพร้าวยังคงตกต่ำ ซึ่งต่ำกว่าต้นทุนการผลิตอย่างมาก และอยู่ในระดับนี้มาอย่างต่อเนื่อง สร้างผลกระทบต่อเกษตรกรทุกครัวเรือนในพื้นที่ เนื่องจากมะพร้าวถือเป็นรายได้หลัก อีกทั้งยังเป็นวัตถุดิบสำคัญในหลายอุตสาหกรรม ทั้งอาหารและการแพทย์” แหล่งข่าวกล่าว
.
อย่างไรก็ดีที่ผ่านมาเกษตรกรชาวสวนมะพร้าวใน 3 อำเภอหลัก จากอำเภอทับสะแก อำเภอบางสะพาน และอำเภอบางสะพานน้อย ได้ทำหนังสือถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาราคามะพร้าวตกต่ำอย่างเร่งด่วน ที่ร้านอาหารริมทะเลประจวบคีรีขันธ์ เพื่อขอให้รัฐบาลเร่งแก้ไขวิกฤตราคามะพร้าวแกงตกต่ำ โดยนายอนุทินได้รับปากว่าจะมอบหมายให้นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างเร่งด่วน
.
สำหรับข้อเสนอที่กลุ่มเกษตรกรได้ยื่นต่อรัฐบาล 8 ข้อ เพื่อฟื้นฟูราคามะพร้าวและสร้างเสถียรภาพในระยะยาว ได้แก่
.
1. ขอให้ระงับการนำเข้ามะพร้าวผลและผลิตภัณฑ์มะพร้าวทุกชนิดชั่วคราว หลังพบว่ามีการนำเข้าช่วงต้นปีมากกว่า 46,000 ตัน หรือประมาณ 36 ล้านผล ส่งผลกระทบต่อราคามะพร้าวภายในประเทศอย่างรุนแรง
.
2.กำหนดเงื่อนไขให้ราคามะพร้าวในประเทศต้องไม่ต่ำกว่าผลละ 18 บาท และมะพร้าวขาวไม่ต่ำกว่า 35 บาทต่อกิโลกรัม ก่อนพิจารณานำเข้า
.
3. เปิดให้เกษตรกรมีส่วนร่วมและรับรู้ข้อมูลก่อนการอนุมัตินำเข้า
.
4. ผลักดันตั้งคณะกรรมการมะพร้าวแห่งชาติ โดยมีตัวแทนเกษตรกรเข้าร่วม
.
5. ผลักดันให้มะพร้าวเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญของประเทศ เพื่อเสริมความมั่นคงทางอาหาร
.
6. กำหนดโควตาการนำเข้าผลิตภัณฑ์มะพร้าว เช่น มะพร้าวฝอย กะทิสำเร็จรูป กะทิแช่แข็ง เป็นต้น อย่างชัดเจน เพื่อไม่ให้กระทบต่อเกษตรกรชาวสวนมะพร้าว
.
7. ปรับปรุงกฎหมาย, กฎกระทรวง ควบคุมโรงงานแปรรูป และเข้มงวดการลักลอบนำเข้า
.
8. ปรับนโยบายการค้าทั้งในและนอกกรอบ WTO ให้สอดคล้องกับ AFTA และกำหนดให้สินค้าส่งออกต้องระบุแหล่งที่มาของวัตถุดิบอย่างชัดเจน
.
ปัญหาการนำเข้ามะพร้าวแกงในช่วงที่ผลผลิตภายในประเทศล้นตลาด ยิ่งเป็นปัจจัยซ้ำเติมให้ราคาภายในประเทศปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกษตรกรหลายรายเริ่มเผชิญภาวะขาดทุนสะสม
.
ข้อเรียกร้องของกลุ่มเกษตรกรที่เร่งด่วนที่สุด คือ ให้ภาครัฐระงับการนำเข้ามะพร้าวแกงทันที โดยควรพิจารณาปริมาณผลผลิตในประเทศก่อนอนุญาตนำเข้า เพื่อปกป้องราคาผลผลิตของเกษตรกรไทย
.
.
สว.ชงญัตติ จี้รัฐบาลทบทวนแลนด์บริดจ์ กระทบสิ่งแวดล้อม วิถีชุมชน
https://www.matichon.co.th/politics/news_5702322
.
สว.ชงญัตติ จี้รัฐบาลทบทวนแลนด์บริดจ์ กระทบสิ่งแวดล้อม วิถีชุมชน
.
เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา ได้ออกหนังสือนัดประชุมวุฒิสภา ในวันที่ 5 พฤษภาคม โดยในวาระดังกล่าวได้ระบุว่าเป็นการพิจารณาญัตติต่างๆ ที่สว. เสนอ รวม 6 ญัตติ
.
ทั้งนี้ มีญัตติที่เสนอใหม่คือ ญัตติของนายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร สว. ที่ขอให้รัฐบาลทบทวนเดินหน้าโครงการแลนด์บริดจ์ โดยเหตุผลของการเสนอญัตติดังกล่าว นายนรเศรษฐ์ ระบุไว้ในหนังสือว่า ตามข้อเท็จจริงที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมและคณะทำงาน ได้ประกาศต่อสื่อมวลชนต่อแผนการสานต่อโครงการแลนด์บริดจ์เพื่อเป็นการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจภาคใต้ โดยใช้เงินลงทุน 9.9 แสนล้านบาท
.
ทั้งนี้ นโยบายดังกล่าวถูกวิพาษณ์วิจารณ์จากหลายภาคส่วนทั้งภาควิชาการและภาคประชาสังคมว่า อาจไม่คุ้มค่าทางเศรษฐกิจตามรายงานที่เสนอสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจรนำเสนอ และผลกระทบโครงการอาจนำมาสู่ความเสื่อมถอยของสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ภาคใต้ และกระทบต่อสิทธิชุมชนของคนในพื้นที่ภาคใต้ในมิติของวัฒนธรรมและทางสังคม โดยช่วงที่ผ่านมามีการพบว่ามีการเสนอทางเลือกอื่นที่มีโอกาสสร้างความคุ้มค่า และมีผลกระทบต่อชุมชน สิ่งแวดล้อมน้อยกว่าการลงทุนโครงการแลนด์บริดจ์อยู่หลายโครงการ ทว่าไม่ได้รับความสนใจจากรัฐบาลที่มุ่งหน้าศึกษามากพอ