JJNY : คนไม่เชื่อมั่น "พอแล้ว ๆ รวยไม่ไหวแล้ว"│มะพร้าวแกงดิ่ง│สว.ชงญัตติ จี้ทบทวนแลนด์บริดจ์│"กาย" ฟาดเร่งรัดแลนด์บริดจ์

ผลสำรวจ 'ธำรงศักดิ์โพล' พบคนไม่เชื่อมั่นจะเข้าสู่ยุค "พอแล้ว ๆ รวยไม่ไหวแล้ว"
.

.
'ธำรงศักดิ์โพล' สำรวจ 3,634 คน ใน 47 จังหวัด พบส่วนใหญ่ 49.50% ไม่เชื่อมั่นอย่างยิ่งว่า 'อนุทิน' จะนำคนไทยเข้าสู่ยุค "พอแล้ว ๆ รวยไม่ไหวแล้ว"
.
3 พฤษภาคม 2569 งานวิจัยส่วนบุคคลของ รองศาสตราจารย์ ดร.ธำรงศักดิ์ เพชรเลิศอนันต์ ผู้อำนวยการหลักสูตรรัฐศาสตรมหาบัณฑิต คณะรัฐศาสตร์ ม.รังสิต เก็บข้อมูลแบบสอบถามจากคนทั้งประเทศ จำนวน 3,634 คน เก็บแบบสอบถามระหว่าง 5-24 เมษายน 2569 โดยนักศึกษาปริญญาตรี-โท-เอก คณะรัฐศาสตร์ ม.รังสิต 150 คน เก็บแบบสอบถามใน 47 จังหวัด
.
นายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เมื่อ 7 กันยายน 2568 แต่งตั้งรัฐมนตรีเมื่อ 19 กันยายน แถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา 29-30 กันยายน นายอนุทินยุบสภาผู้แทนราษฎรวันที่ 12 ธันวาคม 2568 เลือกตั้งวันอาทิตย์ 8 กุมภาพันธ์ 2569 กกต.ประกาศรับรอง สส. เขต เมื่อ 25 กุมภาพันธ์ (จนถึงวันนี้ 3 พฤษภาคม 84 วันหลังวันเลือกตั้ง หรือ 67 วันหลังประกาศผลเขต ก็ยังไม่มีประกาศคะแนนผลรวมของผู้สมัครทุกคนในแต่ละเขต โดย กกต. ดูเหมือนจะให้ผู้อยากทราบไปรวมคะแนนกันเอาเองจากคะแนนแต่ละหน่วยเลือกตั้ง ซึ่ง iLaw ชี้ว่าบางเขตมีไม่ครบทุกหน่วยเลือกตั้ง) กกต. ประกาศ สส. บัญชีรายชื่อเมื่อ 4 มีนาคม นายอนุทิน หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีเมื่อ 19 มีนาคม 2569 ดังนั้น การจัดเก็บข้อมูลผลการสำรวจครั้งนี้จึงมีขึ้นในช่วงเดือนแรกของการเป็นนายกรัฐมนตรีครั้งใหม่
.
1.ข้อคำถามว่า “ท่านเชื่อมั่นระดับใดว่า สมัยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ท่านจะเข้าสู่ยุค "พอแล้ว ๆ รวยไม่ไหวแล้ว" ”ผลการวิจัยพบว่า (มี 3,628 คนตอบคำถามข้อนี้)              
.              
ระดับ 0 ร้อยละ 49.50 (1,796 คน)
ระดับ 1 ร้อยละ 11.69 (424 คน)
ระดับ 2 ร้อยละ 7.47 (271 คน)
ระดับ 3 ร้อยละ 7.50 (272 คน)
ระดับ 4 ร้อยละ 5.68 (206 คน)
ระดับ 5 ร้อยละ 7.72 (280 คน)
ระดับ 6 ร้อยละ 2.62 (95 คน)
ระดับ 7 ร้อยละ 1.96 (71 คน)
ระดับ 8 ร้อยละ 1.79 (65 คน)
ระดับ 9 ร้อยละ 1.18 (43 คน)
ระดับ 10 ร้อยละ 2.89 (105 คน)
.
ค่าระดับหมายถึง
.
ระดับ 0 หมายถึง ไม่เชื่อมั่นอย่างยิ่ง, ระดับ 1 หมายถึง เชื่อมั่นน้อยที่สุด ... ระดับ 10 หมายถึง เชื่อมั่นมากที่สุด
.
พิจารณารายภาค
.
ระดับ 0 ไม่เชื่อมั่นอย่างยิ่ง กรุงเทพฯ ร้อยละ 47.3 ภาคกลาง ร้อยละ 50.3 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ร้อยละ 58.3 ภาคเหนือ ร้อยละ 51.8 ภาคใต้ ร้อยละ 44.6
.
ระดับ 10 เชื่อมั่นมากที่สุด กรุงเทพฯ ร้อยละ 2.1 ภาคกลาง ร้อยละ 2.7 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ร้อยละ 1.3 ภาคเหนือ ร้อยละ 1.2 ภาคใต้ ร้อยละ 5.1
.

.
ราคามะพร้าวแกงดิ่งเหลือ 6 บาท จี้รัฐระงับนำเข้า 4.6 หมื่นตันซ้ำเติมตลาด
https://www.prachachat.net/local-economy/news-2000658
.
วิกฤตราคามะพร้าวแกงดิ่ง เหลือ 6 บาท/ลูก สวนทางต้นทุนน้ำมันพุ่ง ซ้ำเติมเกษตรกรภาคใต้ ด้านตัวแทนชาวสวนยื่นหนังสือด่วน “อนุทิน” ชู 8 มาตรการสกัดนำเข้า 4.6 หมื่นตัน พร้อมพยุงราคาผลผลิตในประเทศไม่ต่ำกว่า 18 บาท/ลูก
.
สถานการณ์ราคามะพร้าวในพื้นที่ภาคใต้ อาทิ จ.ประจวบคีรีขันธ์ จ.พัทลุง จ.สงขลา ฯลฯ กำลังเผชิญแรงกดดันรอบด้าน หลังราคาน้ำมันเชื้อเพลิงปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง สวนทางกับราคาผลผลิตทางการเกษตรที่ตกต่ำ โดยเฉพาะ “มะพร้าวแกง” ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจหลักของพื้นที่ ส่งผลให้รายได้ของเกษตรกรหดตัวอย่างหนัก ขณะที่ต้นทุนการผลิตและค่าครองชีพกลับพุ่งสูง
.
นางสาวสุรีรัตน์ แต้ชูตระกูล เกษตรกรชาวสวนมะพร้าว อำเภอทับสะแก กล่าวว่า สถานการณ์ราคามะพร้าวในปัจจุบันอยู่ในภาวะวิกฤตอย่างหนัก โดยราคามะพร้าวแกงหน้าสวนเหลือเพียง 7 บาทต่อผล เมื่อหักค่าสอย 2 บาท และค่าเก็บเกี่ยวอีก 1 บาท ทำให้เกษตรกรมีรายได้สุทธิเพียง 4 บาทต่อผลเท่านั้น ซึ่งไม่สอดคล้องกับต้นทุนการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะค่าน้ำมันเชื้อเพลิงที่ปรับตัวสูงขึ้นกว่า 50% ส่งผลให้ค่าขนส่งและค่าใช้จ่ายในการดูแลสวนเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จนเกษตรกรจำนวนมากแทบไม่เหลือกำไร
.
นอกจากนี้ภาวะราคาน้ำมันที่สูงขึ้นยังยิ่งซ้ำเติมสถานการณ์ เนื่องจากส่งผลให้ต้นทุนด้านการขนส่ง ปุ๋ย และการดูแลรักษาสวนเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้เกษตรกรต้องแบกรับภาระต้นทุนที่สูงขึ้น แต่กลับขายผลผลิตได้ในราคาที่ต่ำลง ทำให้เกิดภาวะ “รายได้ลด-รายจ่ายเพิ่ม” อย่างชัดเจน
.
เช่นเดียวกับที่ จ.พัทลุง ทางด้านแหล่งข่าวเจ้าของสวนมะพร้าว อ.กงหรา จ.พัทลุง กล่าวว่า พื้นที่ภาคใต้โดยเฉพาะ จ.พัทลุง จ.นครศรีธรรมราช จ.สงขลา ฯลฯ เป็นแหล่งปลูกและส่งออกมะพร้าวไปยังโรงงานอุตสาหกรรมผลิตกะทิรายใหญ่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ และปริมณฑล แต่ปัจจุบันราคามะพร้าวแกงหรือมะพร้าวกะทิค้าปลีกยังคงปรับตัวลดลงอย่างชัดเจน เนื่องจากปีนี้ผลผลิตมะพร้าวออกสู่ตลาดค่อนข้างมาก ทำให้ราคารับซื้อมะพร้าวต่ำกว่าปีที่ผ่านมา โดยราคารับซื้อหน้าสวนลูกขนาดเล็กถึงใหญ่เฉลี่ยอยู่ที่ 6-8 บาท/ลูกเท่านั้น ขณะที่ในปี 2568 ราคาลูกขนาดใหญ่เฉลี่ยอยู่ที่ 25-30 บาท/ลูก ส่วนลูกขนาดกลางและขนาดเล็กเฉลี่ยอยู่ที่ 20-18 บาท/ลูก ซึ่งเป็นราคาที่ทรงตัวตลอดทั้งปี 2568 เพราะปริมาณมะพร้าวค่อนข้างขาดแคลน
.
“ปัจจุบันราคามะพร้าวยังคงตกต่ำ ซึ่งต่ำกว่าต้นทุนการผลิตอย่างมาก และอยู่ในระดับนี้มาอย่างต่อเนื่อง สร้างผลกระทบต่อเกษตรกรทุกครัวเรือนในพื้นที่ เนื่องจากมะพร้าวถือเป็นรายได้หลัก อีกทั้งยังเป็นวัตถุดิบสำคัญในหลายอุตสาหกรรม ทั้งอาหารและการแพทย์” แหล่งข่าวกล่าว
.
อย่างไรก็ดีที่ผ่านมาเกษตรกรชาวสวนมะพร้าวใน 3 อำเภอหลัก จากอำเภอทับสะแก อำเภอบางสะพาน และอำเภอบางสะพานน้อย ได้ทำหนังสือถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาราคามะพร้าวตกต่ำอย่างเร่งด่วน ที่ร้านอาหารริมทะเลประจวบคีรีขันธ์ เพื่อขอให้รัฐบาลเร่งแก้ไขวิกฤตราคามะพร้าวแกงตกต่ำ โดยนายอนุทินได้รับปากว่าจะมอบหมายให้นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างเร่งด่วน
.
สำหรับข้อเสนอที่กลุ่มเกษตรกรได้ยื่นต่อรัฐบาล 8 ข้อ เพื่อฟื้นฟูราคามะพร้าวและสร้างเสถียรภาพในระยะยาว ได้แก่
.
1. ขอให้ระงับการนำเข้ามะพร้าวผลและผลิตภัณฑ์มะพร้าวทุกชนิดชั่วคราว หลังพบว่ามีการนำเข้าช่วงต้นปีมากกว่า 46,000 ตัน หรือประมาณ 36 ล้านผล ส่งผลกระทบต่อราคามะพร้าวภายในประเทศอย่างรุนแรง
.
2.กำหนดเงื่อนไขให้ราคามะพร้าวในประเทศต้องไม่ต่ำกว่าผลละ 18 บาท และมะพร้าวขาวไม่ต่ำกว่า 35 บาทต่อกิโลกรัม ก่อนพิจารณานำเข้า
.
3. เปิดให้เกษตรกรมีส่วนร่วมและรับรู้ข้อมูลก่อนการอนุมัตินำเข้า
.
4. ผลักดันตั้งคณะกรรมการมะพร้าวแห่งชาติ โดยมีตัวแทนเกษตรกรเข้าร่วม
.
5. ผลักดันให้มะพร้าวเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญของประเทศ เพื่อเสริมความมั่นคงทางอาหาร
.
6. กำหนดโควตาการนำเข้าผลิตภัณฑ์มะพร้าว เช่น มะพร้าวฝอย กะทิสำเร็จรูป กะทิแช่แข็ง เป็นต้น อย่างชัดเจน เพื่อไม่ให้กระทบต่อเกษตรกรชาวสวนมะพร้าว
.
7. ปรับปรุงกฎหมาย, กฎกระทรวง ควบคุมโรงงานแปรรูป และเข้มงวดการลักลอบนำเข้า
.
8. ปรับนโยบายการค้าทั้งในและนอกกรอบ WTO ให้สอดคล้องกับ AFTA และกำหนดให้สินค้าส่งออกต้องระบุแหล่งที่มาของวัตถุดิบอย่างชัดเจน
.
ปัญหาการนำเข้ามะพร้าวแกงในช่วงที่ผลผลิตภายในประเทศล้นตลาด ยิ่งเป็นปัจจัยซ้ำเติมให้ราคาภายในประเทศปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกษตรกรหลายรายเริ่มเผชิญภาวะขาดทุนสะสม
.
ข้อเรียกร้องของกลุ่มเกษตรกรที่เร่งด่วนที่สุด คือ ให้ภาครัฐระงับการนำเข้ามะพร้าวแกงทันที โดยควรพิจารณาปริมาณผลผลิตในประเทศก่อนอนุญาตนำเข้า เพื่อปกป้องราคาผลผลิตของเกษตรกรไทย
.

.
สว.ชงญัตติ จี้รัฐบาลทบทวนแลนด์บริดจ์ กระทบสิ่งแวดล้อม วิถีชุมชน
https://www.matichon.co.th/politics/news_5702322
.
สว.ชงญัตติ จี้รัฐบาลทบทวนแลนด์บริดจ์ กระทบสิ่งแวดล้อม วิถีชุมชน
.
เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา ได้ออกหนังสือนัดประชุมวุฒิสภา ในวันที่ 5 พฤษภาคม โดยในวาระดังกล่าวได้ระบุว่าเป็นการพิจารณาญัตติต่างๆ ที่สว. เสนอ รวม 6 ญัตติ
.
ทั้งนี้ มีญัตติที่เสนอใหม่คือ ญัตติของนายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร สว. ที่ขอให้รัฐบาลทบทวนเดินหน้าโครงการแลนด์บริดจ์ โดยเหตุผลของการเสนอญัตติดังกล่าว นายนรเศรษฐ์ ระบุไว้ในหนังสือว่า ตามข้อเท็จจริงที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมและคณะทำงาน ได้ประกาศต่อสื่อมวลชนต่อแผนการสานต่อโครงการแลนด์บริดจ์เพื่อเป็นการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจภาคใต้ โดยใช้เงินลงทุน 9.9 แสนล้านบาท
.
ทั้งนี้ นโยบายดังกล่าวถูกวิพาษณ์วิจารณ์จากหลายภาคส่วนทั้งภาควิชาการและภาคประชาสังคมว่า อาจไม่คุ้มค่าทางเศรษฐกิจตามรายงานที่เสนอสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจรนำเสนอ และผลกระทบโครงการอาจนำมาสู่ความเสื่อมถอยของสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ภาคใต้ และกระทบต่อสิทธิชุมชนของคนในพื้นที่ภาคใต้ในมิติของวัฒนธรรมและทางสังคม โดยช่วงที่ผ่านมามีการพบว่ามีการเสนอทางเลือกอื่นที่มีโอกาสสร้างความคุ้มค่า และมีผลกระทบต่อชุมชน สิ่งแวดล้อมน้อยกว่าการลงทุนโครงการแลนด์บริดจ์อยู่หลายโครงการ ทว่าไม่ได้รับความสนใจจากรัฐบาลที่มุ่งหน้าศึกษามากพอ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่