อธิบาย แลนด์บริดจ์ไทย ทำไมไม่ตัดเส้นทางตรง ให้สั้นที่สุด ? /โดย ลงทุนแมน

หากใครเคยเห็นแผนที่ของโครงการแลนด์บริดจ์ (Landbridge) โปรเจกต์ระดับล้านล้านบาทของไทย
คงพบว่า ท่าเรือทั้ง 2 ฝั่งของไทย ไม่ได้ตั้งอยู่ในแนวตรงเดียวกัน

เพราะเมื่อเริ่มจากฝั่งอันดามัน เส้นทางจะต้องเฉียงขึ้นไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อเชื่อมกับท่าเรือฝั่งอ่าวไทย

ทำไมแลนด์บริดจ์ไทย ถึงไม่เลือกเชื่อมแบบทางตรงที่ระยะสั้นกว่า ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง

https://www.facebook.com/share/p/18ueGYzbfp/?mibextid=wwXIfr


แลนด์บริดจ์ เป็นโครงการสร้างโครงสร้างพื้นฐาน สำหรับเชื่อมโยงการขนส่งสินค้าระหว่างทะเลอ่าวไทย กับทะเลอันดามัน

ประกอบด้วยท่าเรือน้ำลึก ซึ่งมีการกำหนดท่าเรือฝั่งอันดามัน ไว้ที่บริเวณแหลมอ่าวอ่าง ตำบลราชกรูด อำเภอเมือง จังหวัดระนอง

ขณะที่ท่าเรือฝั่งอ่าวไทย กำหนดไว้อยู่ที่บริเวณแหลมริ่ว ตำบลบางน้ำจืด อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร

และโครงข่ายระบบการขนส่งระหว่างท่าเรืออย่าง ทางหลวงพิเศษระหว่างจังหวัด และรถไฟทางคู่ รวมถึงระบบท่อส่งของเหลว

โดยเส้นทางเชื่อมระหว่างท่าเรือทั้ง 2 นี้มีลักษณะการวางในแนวเฉียง รวมระยะทางราว 90 กิโลเมตร

แต่ในความจริง หากวิ่งเส้นตรง จากท่าเรือฝั่งอ่าวไทย บริเวณแหลมริ่ว ไปสุดขอบประเทศในฝั่งทะเลอันดามัน จะพบว่า มีระยะทางรวมประมาณ 70 กิโลเมตร ซึ่งสั้นกว่าเส้นทางของแลนด์บริดจ์

แล้วเพราะอะไร แลนด์บริดจ์ ถึงถูกวางเส้นทางเฉียงออกไปจากทางตรงที่สั้นกว่า ซึ่งหลายคนอาจคิดว่า มีต้นทุนที่ต่ำกว่า

คำตอบอยู่ที่ลักษณะพื้นที่ของปลายฝั่งอันดามัน โดยที่ตรงนั้น คือ บริเวณปากแม่น้ำกระบุรี หรือชายฝั่งตอนบนของอำเภอเมืองระนอง

โดยพื้นที่ปากแม่น้ำกระบุรี มีความตื้นเขิน และมีความลึกตามธรรมชาติที่ไม่มากพอ สำหรับการก่อสร้างท่าเรือน้ำลึก และไม่เหมาะสมต่อการเทียบท่าของเรือขนาดใหญ่

นอกจากนั้น ระหว่างเส้นทางจากท่าเรือฝั่งอ่าวไทย หรือตรงแหลมริ่ว ลากตรงมายังปากแม่น้ำกระบุรี

หากจะต้องสร้างโครงข่ายการขนส่ง จะต้องหาทางทะลุหรือผ่านเทือกเขา ที่เป็นปราการทางธรรมชาติ คั่นกลางระหว่างชุมพรและระนอง

รวมไปถึงระหว่างพื้นที่ทั้ง 2 นี้ยังมีจุดที่ไปทับซ้อนกับแนวพื้นที่เขตอุทยานแห่งชาติ ได้แก่

- เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าควนแม่ยายหม่อน
- อุทยานแห่งชาติลำน้ำกระบุรี

ซึ่งหากต้องการก่อสร้างถนนหรือระบบรางผ่านพื้นที่เหล่านี้ จำเป็นต้องเพิกถอน หรือปรับแนวเขตพื้นที่อนุรักษ์บางส่วนออกก่อน เนื่องจากติดข้อจำกัดตามกฎหมาย ทั้งจาก พรบ.อุทยานแห่งชาติ และ พรบ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า

ทำให้เกิดความซับซ้อนและยุ่งยากมากขึ้น อีกทั้งยังเสี่ยงสร้างผลกระทบต่อระบบนิเวศ และอาจนำไปสู่กระแสการการคัดค้านจากภาคสิ่งแวดล้อมและชุมชนในพื้นที่ได้อีกด้วย

และประเด็นสุดท้ายคือ พื้นที่ปากแม่น้ำกระบุรี เป็นพื้นที่ชายแดนระหว่างไทยและเมียนมาด้วยเช่นกัน ทำให้มีความซับซ้อนในการจัดการพื้นที่มากยิ่งขึ้นด้วย

ทั้งหมดนี้ จึงสรุปได้ว่า แนวการวางเส้นทางท่าเรือระหว่าง 2 ฝั่งทางทะเล ถูกกำหนดด้วยความเหมาะสมของพื้นที่ สำหรับการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่

อย่างไรก็ตาม โครงการนี้ยังคงถูกตั้งคำถามถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมโดยรอบ

เพราะการก่อสร้างโครงการ ต้องถมทะเลและขุดลอกร่องน้ำขนาดใหญ่ ที่อาจเปลี่ยนทิศทางของกระแสน้ำ เพิ่มการกัดเซาะชายฝั่ง และเพิ่มความเสี่ยงด้านมลพิษจากการเดินเรือ

ท้ายที่สุด อาจกระทบทั้งระบบนิเวศทางทะเล แหล่งประมงพื้นบ้าน และวิถีชีวิตของชุมชนชายฝั่งโดยตรง

ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวถูกนำกลับเข้าสู่กระบวนการทบทวนข้อมูลอีกครั้ง ซึ่งก็คงต้องรอติดตามความคืบหน้าต่อไปในอนาคต..
______________________________________

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่