ตอนนั้นดูซีซันแรกไปแล้ว ประทับใจมาก คือ เป็น “นรก” แห่งห้อง ER ของแท้ ซีรีส์ถ่ายทอดความเป็น “นรก” แห่งห้อง ER ออกมาได้ดีมากๆ และซีซัน 2 ก็ยังดีเหมือนเดิม
แต่ซีซันนี้ก็ต้องมีสีสันเพิ่มขึ้น ตัวละครเยอะขึ้น personal ของตัวละครก็ต้องมากขึ้น เรื่องก็มากขึ้น และมีเคสให้รักษาแปลกๆ เยอะมากขึ้นด้วย การเปลี่ยนผ่านตัวละครจากรุ่นพี่สู่รุ่นน้องก็ทำออกมาได้ดีมากๆ
Concept ของซีซันนี้มาในแนว หมอ robby ต้องการจะพักผ่อน เพราะตัวของ robby เริ่มเหนื่อยกับตัวเอง แต่ robby ในฐานะอาจารย์แพทย์ก็ต้อง make sure ว่าหาก pittbergs ไม่มีเขา เขาต้องพิสูจน์ให้ได้ว่า pittbergs ต้องอยู่ได้
ซีซันนี้ยังให้เห็นมุมมองที่หลากหลายมากขึ้น คืออย่างซีซันแรกนี้คือเราจะเห็นในมุม นศ.แพทย์ inturn สะเยอะ แต่ซีซันนี้นอกจากจะเห็น นศ.แพทย์ inturn คนใหม่แล้ว ยังมีเรื่อง นศ.พยาบาล ฝึกงาน ได้เห็นมุมพยาบาลมากขึ้น มี อจ.แพทย์คนใหม่ การกลับมาของหมอ langdon และอื่นๆ อีกมากมาย ทั้งหมดที่เล่าไปนี้คือ ปัญหาของหมอ robby ที่ต้องเจอก่อน ตัวเองจะไปพักร้อนยาว 3 เดือน
นอกจากนี่ซีรีส์ยังมีการสะท้อนถึงระบบสาธารณสุข ระบบโรงพยาบาล อันนี่มีสปอยล์ แต่ผมรู้สึกว่าประเด็นที่เขาเล่ามันน่าสนใจมาก
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้อย่างตอนที่ รพ.โดน hacker hack เข้ามาในระบบ ของ รพ. ทำให้บุคลากรใน รพ. ต้องหันกลับมาใช้ในระบบ analog เพื่อไม่ให้ข้อมูลของคนไข้และบุคลากรทางการแพทย์หลุดไป ก็คือจาก crisis เป็น mega crisis เลย แต่ตัวละครก็สามารถจัดการปัญหานี้ได้อย่างโอเครอยู่🤣
โดยรวมเป็นอีกหนึ่งซีรีส์ที่แนะนำ ยิ่งถ้าใครชอบแนวหมอนี้คือต้องมาจัดเลย งานภาพ practical effects การเล่าเรื่อง ดราม่าในเรื่องคือดีมากๆ และหากใครยังไม่ได้ดูซีซัน 1 แนะนำให้ไปดูเลบครับ สามารถดูซีซัน 2 ก่อนได้ แต่อาจจะมีไม่เข้าใจบ้างเล็กน้อย แบบน้อยมากจริงๆ ผมมองว่ามันสามารถดูซีซั่น 2 ก่อนได้เลย แล้วค่อยย้อนกลับไปดู 1 ก็ได้อยู่
10/10
เม้ามอย
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้ผมชอบหลายประเด็นมากนะในซีซันนี้ ไม่ว่าจะเป็น
1. คนไข้ทำร้ายร่างกายบุคลากรทางการแพทย์ จะเห็นได้ว่า นศ.พยาบาล inturn อย่าง emma nolan คือ โดนคนไข้ทำร้ายร่างกายอ่ะ คือเราจะเห็นได้ว่ามันมีกฎหมายคุ้มครองบุคลากรทางการแพทย์ด้วย แต่ก็สงสาร emma นะ มาครั้งแรกละโดนเลย
2. ทิ้งลูกไว้ใน รพ. คือเหลือจะเชื่อ แต่มัมมีจริงๆ นะ พวกที่ทิ้งทารกไว้เลยแบบไม่รับผิดชอบต่อการกระทำของตัวเอง บอกตรง โคตรสงสารเด็กเลย และจนจบซีซันก็ยังไม่รู้ตัวคนรับอุปถัมภ์นะว่าจะเป็นใคร
3. ปัญหาเรื่องของ หมอ langdon “ประเด็นที่ว่า langdon สมควรกลับมามั้ย?“ ถ้าหากกลับมาแล้วหมอ santos จะโอเครมั้ย รึระบบความยุติธรรมใน รพ. มันจะเจ๊งไปแล้ว? คืออันนี้เป็น dilemma ของคน 2 กลุ่มนะ คือกลุ่มที่มองว่าทุกคนควรมี ”โอกาสที่2“ กับ ”เราต้องเคร่งครัดในกฎ ไม่งั้นกฎหมายจะไม่ศักสิทธิ์“ สำหรับผมอยู่ฝั่ง ”second chance” เชื่อนะ ลึกๆ คนเราสามารถกลับตัวได้ langdon ก็ไปบำบัดแล้ว แต่บางคนอาจจะไม่เชื่ออีก เพราะการบำบัดมันก็อาจนะไม่ได้ผลก็ได้ เหมือนกับ rue ในซีรีส์ euphoria ที่ไปบำบัดแล้วแต่ก็ยังกลับมาใช้ยาอยู่ ซึ่งอันนี้เข้าใจได้ แต่สุดท้ายมันก็อยู่กับ empathy/sympathy ของมนุษย์ ซึ่งมนุษย์โดยส่วนใหญ่ก็มีความ empathy กันทั้งนั้น ดังนั้นผมเลยคิดว่า langdon น่าจะได้อยู่ต่อซึ่งก็จริง
4. อจ.แพทย์คนใหม่อย่าง หมอ baran al-hashimi ที่เข้ามารับช่วงต่อจาก robby ที่ต้องเขาไม่อยู่ จะเห็นได้ว่าสไตล์การทำงานของทั้งคู่โคตรต่าง แบบชัดเจน คนนึงบอกเชื่อใน “สัญชาตญาณ” อีกคนแบบต้องใช้ “ระบบของ รพ.” และตัวของหมอ al-hashimi ต้องการให้ แผนก ER ของ pittbergs ต้องการ อจ.แพทย์ถึง 2 คน ซึ่งภายหลังจะเข้าใจได้ว่าทำไม เป็นเพราะตัวของหมอ al-hashimi ดันป่วยอีก อาจจะ disrupts การทำงานได้เลยต้องการผู้ช่วย แต่เหมือนจริงๆ แล้วหมอ al-hashimi ก็ต้องการพิสูจน์ตัวเองนะว่า สามารถคุมคนได้อยู่ แต่หมอ robby มีหรอจะเชื่อ ทั้งซีซันเราเลยจะได้เห็นหมอ robby ตามดูหมอ al-hashimi ตลอด ซึ่งสร้างความอึดอัดให้กับ al-hashimi จนสุดท้าย ก็ยังไม่แน่ใจว่า al-hashimi จะกลับมาทำงานต่อม้ย
5. หมอ javadi ก็มีปัญหาเรื่อง อาจจะถอดความฝันของตัวเองจากการเป็นหมอ ถึงขั้นอยากเปลี่ยนสายจากหมอสู่กฎหมาย
6. หมอ samira มีอาการ burn out เพราะเรื่องครอบครัว ตลอดทั้งซีรีส์จะเห็นว่าแม่ของหมอ samira นี้คือโทรมาหาตลอดเลย สร้างความ อึดอัดใจกับตัวเธอเองมาก แต่ในขณะเดียวกันตัวเธอเองก็อยากจะมีเวลาให้กับครอบครัวเช่นกัน เลยเป็นสภาวะที่เธอไม่รู้จะทำยังไง และทำให้เธอเสียสมาธิสำหรับการดูแลคนไข้ของเธอ
7. หัวหน้าพยาบาล dana เอาจริงซีซันที่แล้วชอบบทของ dana มาก พอมาซีซันนี้ยิ่งชอบอีก เพราะ dana มีบทบาท เกี่ยวข้องกับพยาบาลฝึกงานคนใหม่ด้วยเป็นอารมณ์เหมือนพี่เลี้ยงซึ่งก็ได้มีการสอนในเรื่องราวต่างๆที่พยาบาลควรทราบแต่ประเด็นที่ผมชอบก็คือประเด็นที่ เคสของคดีข่มขืน ที่ dana ใช้อุปกรณ์ box-set ของเขาในการตรวจสอบสารต่างๆที่อยู่ในผู้ที่ถูกข่มขืน dana ก็มีการพูดถึงเรื่องของสิทธิของตัวเอง การป้องกันสิทธิของตัวเอง ซึ่งเอาจริงตอนซีซั่นแรกนี่นางไม่ได้พูดถึงเรื่องนี้เยอะเพราะว่านางยังโดนต่อยอยู่เลยแต่หลังจากที่นางโดนต่อยแล้วนางก็ได้เหมือนรู้ตัวเองแล้วนางก็เปลี่ยนตัวเอง เคารพในสิ่งที่ และต้องการปกป้องสิทธิของคนอื่นด้วยเช่นกัน แต่มันก็ดันมีประเด็นอีกตรงที่ว่า ตอนที่คนไข้คนหนึ่งบุกเข้าไปทำร้ายพยาบาลฝึกหัด ตอนนั้น dana ได้พกยาตัวนึงติดตัวไป ซึ่งทางด้านตัวของ robby ก็กลัวว่ามันจะเป็นเหมือนกับเคสของ langdon แต่ส่วนตัวผมมองว่ามันคงไม่มีอะไรหรอก
รีวิวหลังชม “the pitt season 2”
ตอนนั้นดูซีซันแรกไปแล้ว ประทับใจมาก คือ เป็น “นรก” แห่งห้อง ER ของแท้ ซีรีส์ถ่ายทอดความเป็น “นรก” แห่งห้อง ER ออกมาได้ดีมากๆ และซีซัน 2 ก็ยังดีเหมือนเดิม
แต่ซีซันนี้ก็ต้องมีสีสันเพิ่มขึ้น ตัวละครเยอะขึ้น personal ของตัวละครก็ต้องมากขึ้น เรื่องก็มากขึ้น และมีเคสให้รักษาแปลกๆ เยอะมากขึ้นด้วย การเปลี่ยนผ่านตัวละครจากรุ่นพี่สู่รุ่นน้องก็ทำออกมาได้ดีมากๆ
Concept ของซีซันนี้มาในแนว หมอ robby ต้องการจะพักผ่อน เพราะตัวของ robby เริ่มเหนื่อยกับตัวเอง แต่ robby ในฐานะอาจารย์แพทย์ก็ต้อง make sure ว่าหาก pittbergs ไม่มีเขา เขาต้องพิสูจน์ให้ได้ว่า pittbergs ต้องอยู่ได้
ซีซันนี้ยังให้เห็นมุมมองที่หลากหลายมากขึ้น คืออย่างซีซันแรกนี้คือเราจะเห็นในมุม นศ.แพทย์ inturn สะเยอะ แต่ซีซันนี้นอกจากจะเห็น นศ.แพทย์ inturn คนใหม่แล้ว ยังมีเรื่อง นศ.พยาบาล ฝึกงาน ได้เห็นมุมพยาบาลมากขึ้น มี อจ.แพทย์คนใหม่ การกลับมาของหมอ langdon และอื่นๆ อีกมากมาย ทั้งหมดที่เล่าไปนี้คือ ปัญหาของหมอ robby ที่ต้องเจอก่อน ตัวเองจะไปพักร้อนยาว 3 เดือน
นอกจากนี่ซีรีส์ยังมีการสะท้อนถึงระบบสาธารณสุข ระบบโรงพยาบาล อันนี่มีสปอยล์ แต่ผมรู้สึกว่าประเด็นที่เขาเล่ามันน่าสนใจมาก
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
โดยรวมเป็นอีกหนึ่งซีรีส์ที่แนะนำ ยิ่งถ้าใครชอบแนวหมอนี้คือต้องมาจัดเลย งานภาพ practical effects การเล่าเรื่อง ดราม่าในเรื่องคือดีมากๆ และหากใครยังไม่ได้ดูซีซัน 1 แนะนำให้ไปดูเลบครับ สามารถดูซีซัน 2 ก่อนได้ แต่อาจจะมีไม่เข้าใจบ้างเล็กน้อย แบบน้อยมากจริงๆ ผมมองว่ามันสามารถดูซีซั่น 2 ก่อนได้เลย แล้วค่อยย้อนกลับไปดู 1 ก็ได้อยู่
10/10
เม้ามอย
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้