ค้างผ่อนบ้าน 3 งวดจนมีหมายศาลขู่ยึด... กฎหมายชี้ เจรจาถูกจังหวะ หยุดการยึดทรัพย์ได้

ค้างผ่อนบ้าน 3 งวดจนมีหมายศาลขู่ยึด... หลายคนถอดใจยอมเสียบ้าน
กฎหมายชี้ 'เจรจาถูกจังหวะ หยุดการยึดทรัพย์ได้' แม้คดีไปถึงศาลแล้วก็ตาม

ผ่อนบ้านไม่ไหว ช็อตเงินกะทันหัน ค้างค่างวด 2-3 เดือนจนมีจดหมายทวงหนี้ขู่ฟ้องยึดบ้านส่งมาถึงหน้าประตู... หลายคนแพนิค เลือกที่จะเงียบ ปิดโทรศัพท์หนี และทำใจยอมรับสภาพว่าคงต้องเก็บของย้ายออกแน่ๆ แต่ความจริงคือ... การค้างค่างวดไม่ได้แปลว่าคุณต้องเสียบ้านทันที และยังมีทางรั้งบ้านไว้ได้ถ้าคุณรู้สิทธิทางกฎหมาย

เรื่องมีอยู่ว่า... ลองนึกภาพตาม
ผู้กู้คนหนึ่ง ซื้อบ้านมาราคา 3,500,000 บาท ผ่อนมาหลายปีจนยอดหนี้คงเหลือ 2,800,000 บาท แต่เกิดตกงานกะทันหัน
เมื่อค้างชำระค่างวด 3 เดือนติดกัน (เกิน 90 วัน) สถานะหนี้ถูกตัดเป็น NPL เครดิตบูโรเสีย และดอกเบี้ยผิดนัดพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
ธนาคารส่งหนังสือทวงถาม (Notice) มาที่บ้าน ขีดเส้นตายให้ชำระยอดค้างทั้งหมด ไม่อย่างนั้นจะดำเนินคดีฟ้องบังคับจำนอง
จุดวิกฤตคือ ผู้กู้คิดว่าไม่มีเงินก้อนไปปิด จึงเลือกที่จะหลบหน้า ไม่ยอมไปศาล ปล่อยให้ธนาคารฟ้องและเตรียมตัวถูกยึดบ้านไปขายทอดตลาด

โชคดีที่ผู้กู้ตัดสินใจปรึกษาทนายความ ทนายจึงพาเข้าสู่กระบวนการเจรจาไกล่เกลี่ยในชั้นศาล และใช้มาตรการช่วยเหลือของรัฐเข้ามาร่วมด้วย
กฎหมายชี้ว่า...

ในกรณีการผิดนัดชำระหนี้บ้าน กฎหมายและกระบวนการบังคับคดีกำหนดว่า...
แม้ธนาคารจะมีสิทธิฟ้องบังคับจำนองเมื่อหนี้กลายเป็น NPL แต่กระบวนการศาลจนถึงขั้นยึดทรัพย์ไปขายทอดตลาดต้องใช้เวลา 1-2 ปี ลูกหนี้มีสิทธิขอไกล่เกลี่ยเพื่อชะลอการฟ้องหรือถอนฟ้องได้เสมอ หากมีแผนการชำระหนี้ที่ชัดเจน
ก่อนถูกยึด คุณสามารถขอ "ปรับโครงสร้างหนี้" ได้หลายรูปแบบ เช่น ขอพักชำระเงินต้น 6-12 เดือน (จ่ายแค่ดอกเบี้ย) หรือขอขยายเวลาผ่อนให้นานขึ้นเพื่อลดค่างวดรายเดือน

หากปล่อยให้ธนาคารยึดบ้านไปขายทอดตลาดในราคาที่ต่ำกว่ายอดหนี้ คุณจะยังโดนตามฟ้อง "หนี้ส่วนต่าง" และถ้าหนี้ส่วนต่างพร้อมดอกเบี้ยมีมูลค่าเกิน 1,000,000 บาท ธนาคารมีสิทธิฟ้องให้คุณกลายเป็นบุคคลล้มละลายได้
ผลคือ ศาลอนุญาตให้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความ ผู้กู้ไม่ต้องถูกยึดบ้าน และได้เข้าร่วมโครงการของแบงก์ชาติที่ให้ผ่อนชำระหนี้ได้สูงสุด 3 ปีโดยไม่คิดดอกเบี้ย



ที่มา

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่