“ถ้าวันนั้นเราได้กลับบ้าน…ชีวิตเราคงไม่เป็นแบบวันนี้”
“อยากกลับบ้าน” เป็นคำแรกที่เด็กอายุ 16 ปีคนหนึ่งที่พูดภาษาอังกฤษไม่ได้เลย พูดออกมาทันทีที่เท้าแตะสนามบิน Auckland
ยังจำความรู้สึกและบรรยากาศในตอนนั้นได้ดี ในหัวมีแต่คำถามว่า “ฉันมาอยู่ตรงนี้ได้ยังไง” และเต็มไปด้วยความคิดที่อยากกลับบ้านตั้งแต่วินาทีแรกที่มาถึง แต่จะทำยังไงได้ ในเมื่อเรามาอยู่จุดนี้แล้ว สิ่งเดียวที่คิดต่อคือ “เราต้องทำได้ ไม่มีอะไรที่เราทำไม่ได้”
เราเป็นเด็กคนหนึ่งที่ไม่ชอบภาษาอังกฤษเลย และเป็นเด็กที่เรียนภาษาอังกฤษยังไงก็ตกทุกเทอม และนั่นคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้พ่อส่งเราไปเรียนนิวซีแลนด์คนเดียว
ตอนนั้นรู้สึกกลัวมาก กลัวว่าจะอยู่ไม่ได้ กลัวว่าจะคุยกับใครไม่รู้เรื่อง กลัวว่าจะไม่เข้าใจสิ่งที่ครูสอน แต่สุดท้ายสิ่งที่เรากลัวก็เป็นเพียงแค่ความคิด
เราได้รับการต้อนรับอย่างดีจาก Host family คุณครู และเพื่อนใหม่ ทั้งชาว Kiwi และเพื่อนนานาชาติ ทำให้เราไม่รู้สึกแตกต่างหรือกดดันจนเกินไป เพื่อน ๆ คอยช่วยเหลือเสมอเวลาที่เราไม่เข้าใจที่ครูสอน และยังมีวิชา ESOL สำหรับปรับพื้นฐานภาษาอังกฤษให้กับนักเรียนนานาชาติอีก
บรรยากาศการเรียนที่นี่ก็มีความสนุก ไม่ได้เน้นวิชาการมากจนเกินไปเหมือนที่ประเทศไทย
จากเด็กที่อยากกลับบ้านตั้งแต่วันแรก รู้ตัวอีกที เราอยู่ที่นี่มาแล้วถึง 3 ปี และกลับกลายเป็นว่า “ไม่อยากกลับเมืองไทยเลย”
เมื่อมองย้อนกลับไป เราต้องขอบคุณพ่อที่ยืนกรานส่งเราไปเรียนที่นิวซีแลนด์ ขอบคุณ Host family ที่เป็นครอบครัวที่อบอุ่นให้เราในวันที่อยู่ไกลบ้าน ขอบคุณคุณครูและเพื่อน ๆ ที่เข้าใจ แม้ว่าเราจะยังสื่อสารไม่เก่ง ขอบคุณ agency ที่คอยช่วยเหลือเราเสมอโดยที่เราไม่ต้องร้องขอ
และสุดท้าย ขอบคุณตัวเอง สำหรับความพยายามที่ไม่เคยยอมแพ้ สำหรับใครที่ยังลังเลหรือกลัว อยากให้รู้ว่านิวซีแลนด์อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในชีวิตของคุณ และเป็นที่ที่คุณจะอยากกลับไปอีกครั้งแน่นอน
รักและคิดถึงทุกประสบการณ์ที่ได้เจอในนิวซีแลนด์ 🤍
[CR] หากมีโอกาส ทำไมควรไปเรียนต่างประเทศสักครั้งหนึ่งในชีวิต? และประเทศที่ไม่ควรมองข้ามคือ ‘นิวซีแลนด์’”
“อยากกลับบ้าน” เป็นคำแรกที่เด็กอายุ 16 ปีคนหนึ่งที่พูดภาษาอังกฤษไม่ได้เลย พูดออกมาทันทีที่เท้าแตะสนามบิน Auckland
ยังจำความรู้สึกและบรรยากาศในตอนนั้นได้ดี ในหัวมีแต่คำถามว่า “ฉันมาอยู่ตรงนี้ได้ยังไง” และเต็มไปด้วยความคิดที่อยากกลับบ้านตั้งแต่วินาทีแรกที่มาถึง แต่จะทำยังไงได้ ในเมื่อเรามาอยู่จุดนี้แล้ว สิ่งเดียวที่คิดต่อคือ “เราต้องทำได้ ไม่มีอะไรที่เราทำไม่ได้”
เราเป็นเด็กคนหนึ่งที่ไม่ชอบภาษาอังกฤษเลย และเป็นเด็กที่เรียนภาษาอังกฤษยังไงก็ตกทุกเทอม และนั่นคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้พ่อส่งเราไปเรียนนิวซีแลนด์คนเดียว
ตอนนั้นรู้สึกกลัวมาก กลัวว่าจะอยู่ไม่ได้ กลัวว่าจะคุยกับใครไม่รู้เรื่อง กลัวว่าจะไม่เข้าใจสิ่งที่ครูสอน แต่สุดท้ายสิ่งที่เรากลัวก็เป็นเพียงแค่ความคิด
เราได้รับการต้อนรับอย่างดีจาก Host family คุณครู และเพื่อนใหม่ ทั้งชาว Kiwi และเพื่อนนานาชาติ ทำให้เราไม่รู้สึกแตกต่างหรือกดดันจนเกินไป เพื่อน ๆ คอยช่วยเหลือเสมอเวลาที่เราไม่เข้าใจที่ครูสอน และยังมีวิชา ESOL สำหรับปรับพื้นฐานภาษาอังกฤษให้กับนักเรียนนานาชาติอีก
บรรยากาศการเรียนที่นี่ก็มีความสนุก ไม่ได้เน้นวิชาการมากจนเกินไปเหมือนที่ประเทศไทย
จากเด็กที่อยากกลับบ้านตั้งแต่วันแรก รู้ตัวอีกที เราอยู่ที่นี่มาแล้วถึง 3 ปี และกลับกลายเป็นว่า “ไม่อยากกลับเมืองไทยเลย”
เมื่อมองย้อนกลับไป เราต้องขอบคุณพ่อที่ยืนกรานส่งเราไปเรียนที่นิวซีแลนด์ ขอบคุณ Host family ที่เป็นครอบครัวที่อบอุ่นให้เราในวันที่อยู่ไกลบ้าน ขอบคุณคุณครูและเพื่อน ๆ ที่เข้าใจ แม้ว่าเราจะยังสื่อสารไม่เก่ง ขอบคุณ agency ที่คอยช่วยเหลือเราเสมอโดยที่เราไม่ต้องร้องขอ
และสุดท้าย ขอบคุณตัวเอง สำหรับความพยายามที่ไม่เคยยอมแพ้ สำหรับใครที่ยังลังเลหรือกลัว อยากให้รู้ว่านิวซีแลนด์อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในชีวิตของคุณ และเป็นที่ที่คุณจะอยากกลับไปอีกครั้งแน่นอน
รักและคิดถึงทุกประสบการณ์ที่ได้เจอในนิวซีแลนด์ 🤍
CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้