ประวัติศาสตร์วันหยุดพักผ่อน สิทธิขั้นพื้นฐานของแรงงาน ที่กว่าจะได้มา...มันไม่ง่ายเลย
.
1 พฤษภาคม ของทุกปี เป็น “วันแรงงาน (National Labour Day)” ที่ถือเป็นวันระลึกถึงผู้ใช้แรงงานทุกคน เพราะชนชั้นแรงงานมีความสำคัญต่อความเจริญของประเทศ ซึ่งใน “วันแรงงาน” คือวันที่ลูกจ้างทุกคนจะได้หยุด 1 วันเพื่อพักผ่อน

และเมื่อพูดถึงวันหยุด แน่นอนว่าเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของแรงงานทุกคน แต่เชื่อหรือไม่ว่า วันหยุดที่ให้แรงงานได้พักผ่อนอยู่กับครอบครัว หรือได้หยุด 2 วันติดต่อกันนั้น เพิ่งจะเกิดขึ้นมาเพียงไม่ ถึง 100 ปีนี้เอง
.
โดยในอดีตการหยุดพักผ่อน มักมีเพียงชนชั้นสูงเท่านั้นที่ทำได้ ทำให้คนชนชั้นล่างในสมัยโรมัน ยุคกลาง จนถึงยุคฟื้นฟูศิลปวิทยา ยังไม่มีวันหยุดที่แน่นอน เพราะทุกอย่างขึ้นอยู่กับเจ้านายของพวกเขา
.
แต่หลังยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม กลุ่มแรงงานได้รวมกันเรียกร้องสิทธิ สวัสดิการที่เหมาะสม และเรียกร้องขอทำงานวันละไม่เกิน 8 ชั่วโมง ซึ่งเรื่องราวรุนแรงจนเกิดการปะทะระหว่างกลุ่มแรงงานกับเจ้าหน้าที่รัฐ แต่ในที่สุดกลุ่มแรงงานได้สวัสดิการด้านต่างๆ เพิ่มขึ้น ซึ่งถือเป็นชัยชนะครั้งสำคัญ และองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (International Labour Organisation) ก็ได้ถือกำเนิดขึ้นในปี ค.ศ. 1919
.
อย่างไรก็ตาม วันหยุดเพียงวันเดียวของแรงงานคือ “วันอาทิตย์” เนื่องจากเป็น วันสำคัญในการประกอบพิธีทางศาสนา รวมถึงเป็นวันดื่มสังสรรค์ของผู้คน ส่วนวันหยุดอื่นๆ มักเป็นวันสำคัญของประเทศ ซึ่งมีน้อยมาก
.
สภาพที่ย่ำแย่นี้ ทำให้เกิดจุดเปลี่ยนในปี 1938 เมื่อ “เฮนรี ฟอร์ด (Henry Ford)” เจ้าของโรงงานรถยนต์ชื่อดัง ได้เริ่มให้คนงานหยุดสัปดาห์ละ 2 วัน โดยยังได้รับค่าจ้างและสวัสดิการเท่าเดิม เพื่อให้คนงานมีเวลามากพอที่จะไปเปลี่ยนบรรยากาศบ้าง แล้วค่อยกลับมาทำงาน
.
ซึ่งผลปรากฏว่า คนงานของเขามีประสิทธิภาพการทำงานดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ส่งผลให้ผลประกอบการของบริษัทดีตาม และทำให้ทุกบริษัททำตามแนวทางของเขา จนเป็นที่มาของวันหยุด เสาร์ อาทิตย์ ที่ทั่วโลกยึดเป็นหลักสากลจนถึงวันนี้
.
จึงทำให้ศตวรรษที่ 20 เป็นช่วงที่แรงงานได้ใช้วันหยุดแบบเต็มที่อย่างแท้จริง ชายหาดเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยว ป่ากลายเป็นสถานที่ตั้งแคมป์ เพราะเมื่อคนเรามีวันหยุดมากขึ้น ก็ย่อมอยากเดินทางท่องเที่ยวมากขึ้น
.
เพราะการที่แรงงานได้พักผ่อนอย่างเพียงพอ ไม่ว่าจะมาจากหยุดเสาร์อาทิตย์ หรือการใช้สิทธิลาพักร้อนนั้น ช่วยให้พวกเขาปรับสมดุลระหว่างเวลาส่วนตัวและการพักผ่อนได้ ซึ่งส่งผลดีต่อการทำงานอย่างคาดไม่ถึง
ทีมา ; SPRiNGNews
ประวัติศาสตร์วันหยุดพักผ่อน สิทธิพื้นฐาน ที่กว่าจะได้มา
.
1 พฤษภาคม ของทุกปี เป็น “วันแรงงาน (National Labour Day)” ที่ถือเป็นวันระลึกถึงผู้ใช้แรงงานทุกคน เพราะชนชั้นแรงงานมีความสำคัญต่อความเจริญของประเทศ ซึ่งใน “วันแรงงาน” คือวันที่ลูกจ้างทุกคนจะได้หยุด 1 วันเพื่อพักผ่อน
และเมื่อพูดถึงวันหยุด แน่นอนว่าเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของแรงงานทุกคน แต่เชื่อหรือไม่ว่า วันหยุดที่ให้แรงงานได้พักผ่อนอยู่กับครอบครัว หรือได้หยุด 2 วันติดต่อกันนั้น เพิ่งจะเกิดขึ้นมาเพียงไม่ ถึง 100 ปีนี้เอง
.
โดยในอดีตการหยุดพักผ่อน มักมีเพียงชนชั้นสูงเท่านั้นที่ทำได้ ทำให้คนชนชั้นล่างในสมัยโรมัน ยุคกลาง จนถึงยุคฟื้นฟูศิลปวิทยา ยังไม่มีวันหยุดที่แน่นอน เพราะทุกอย่างขึ้นอยู่กับเจ้านายของพวกเขา
.
แต่หลังยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม กลุ่มแรงงานได้รวมกันเรียกร้องสิทธิ สวัสดิการที่เหมาะสม และเรียกร้องขอทำงานวันละไม่เกิน 8 ชั่วโมง ซึ่งเรื่องราวรุนแรงจนเกิดการปะทะระหว่างกลุ่มแรงงานกับเจ้าหน้าที่รัฐ แต่ในที่สุดกลุ่มแรงงานได้สวัสดิการด้านต่างๆ เพิ่มขึ้น ซึ่งถือเป็นชัยชนะครั้งสำคัญ และองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (International Labour Organisation) ก็ได้ถือกำเนิดขึ้นในปี ค.ศ. 1919
.
อย่างไรก็ตาม วันหยุดเพียงวันเดียวของแรงงานคือ “วันอาทิตย์” เนื่องจากเป็น วันสำคัญในการประกอบพิธีทางศาสนา รวมถึงเป็นวันดื่มสังสรรค์ของผู้คน ส่วนวันหยุดอื่นๆ มักเป็นวันสำคัญของประเทศ ซึ่งมีน้อยมาก
.
สภาพที่ย่ำแย่นี้ ทำให้เกิดจุดเปลี่ยนในปี 1938 เมื่อ “เฮนรี ฟอร์ด (Henry Ford)” เจ้าของโรงงานรถยนต์ชื่อดัง ได้เริ่มให้คนงานหยุดสัปดาห์ละ 2 วัน โดยยังได้รับค่าจ้างและสวัสดิการเท่าเดิม เพื่อให้คนงานมีเวลามากพอที่จะไปเปลี่ยนบรรยากาศบ้าง แล้วค่อยกลับมาทำงาน
.
ซึ่งผลปรากฏว่า คนงานของเขามีประสิทธิภาพการทำงานดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ส่งผลให้ผลประกอบการของบริษัทดีตาม และทำให้ทุกบริษัททำตามแนวทางของเขา จนเป็นที่มาของวันหยุด เสาร์ อาทิตย์ ที่ทั่วโลกยึดเป็นหลักสากลจนถึงวันนี้
.
จึงทำให้ศตวรรษที่ 20 เป็นช่วงที่แรงงานได้ใช้วันหยุดแบบเต็มที่อย่างแท้จริง ชายหาดเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยว ป่ากลายเป็นสถานที่ตั้งแคมป์ เพราะเมื่อคนเรามีวันหยุดมากขึ้น ก็ย่อมอยากเดินทางท่องเที่ยวมากขึ้น
.
เพราะการที่แรงงานได้พักผ่อนอย่างเพียงพอ ไม่ว่าจะมาจากหยุดเสาร์อาทิตย์ หรือการใช้สิทธิลาพักร้อนนั้น ช่วยให้พวกเขาปรับสมดุลระหว่างเวลาส่วนตัวและการพักผ่อนได้ ซึ่งส่งผลดีต่อการทำงานอย่างคาดไม่ถึง
ทีมา ; SPRiNGNews