ไมเกรนไม่ใช่แค่ปวดหัวธรรมดาค่ะ
แต่มันคือ “สมองกำลังไวเกินไป” กับทุกสิ่งรอบตัว
โดยเฉพาะ “แสง” ที่ปกติเราเจอแล้วไม่เป็นอะไร
แต่ในช่วงไมเกรน มันกลับกลายเป็นตัวกระตุ้นความปวดได้เลย
[ ทางเดินในสมองที่แวะมาเจอกัน ]
✔️ ในสมองเรามี “ชานชาลารวมสัญญาณ” อยู่จุดหนึ่ง
เรียกว่า ทาลามัส (thalamus) โดยเฉพาะโซน Pulvinar
✔️ ไม่ว่าจะเป็น
– สัญญาณแสงจากตา
– หรือสัญญาณความเจ็บจากศีรษะ
สุดท้ายต้อง “มาแวะที่นี่ก่อน” เหมือนรถไฟต้องจอดสถานีกลาง
[ วงจรแสง: ไม่ได้มีแค่การมองเห็น ]
ที่ตาเราไม่ได้มีแค่เซลล์มองภาพนะคะ
▪️ เซลล์มองภาพ (cone, rod) → ใช้ดูโลก
▪️ เซลล์รับแสงพิเศษ (intrinsically photosensitive retinal ganglion cell: ipRGC)
ipRGC ไม่ได้เอาไว้ดูภาพ
แต่เอาไว้ “บอกสมองว่าแสงแรงแค่ไหน”
⮕ ส่งสัญญาณไป Thalamus (Pulvinar)
⮕ แล้วกระจายไปส่วนที่ควบคุมการตื่นตัว นาฬิกาชีวภาพ ฮอร์โมน
สรุปง่ายๆ
มันคือระบบ “รับรู้ความจ้า” ของร่างกาย
[ วงจรความเจ็บของไมเกรน ]
สมองตัวมันเอง “ไม่มีตัวรับความเจ็บ”
แต่ที่ปวด คือบริเวณ “เยื่อหุ้มสมอง” และ “หลอดเลือดรอบๆ”
เมื่อไมเกรนเริ่ม
✔️ เกิดคลื่นไฟฟ้าช้าๆ ในสมอง
(cortical spreading depression: CSD)
✔️ คลื่นนี้ไปกระตุ้นปลายประสาท
ให้ปล่อยสารก่ออักเสบ เช่น CGRP, substance P
✔️ ทำให้หลอดเลือด “ขยาย + อักเสบ”
⮕ เลือดไหลแรง กระแทกผนัง
⮕ เกิดอาการปวดตุ้บๆ
จากนั้น
⮕ สัญญาณปวดวิ่งผ่านก้านสมอง
(spinal trigeminal nucleus: SpV)
⮕ ขึ้นไปที่ Thalamus (Pulvinar)
⮕ แล้วค่อยไปสมองชั้นนอกให้เรารู้สึก “ปวด”
[ จุดพีค=ตอนที่สองระบบชนกัน ]
ช่วงที่ไมเกรนกำลังมา
✔️ Thalamus โดนกระตุ้นจาก “สัญญาณปวด” อยู่แล้ว
✔️ แถมยังโดนคลื่น CSD ทำให้ “ไวผิดปกติ”
ตรงนี้สำคัญมาก
เพราะพอ “แสง” เข้ามา
⮕ สัญญาณแสง (จาก ipRGC) ก็ต้องผ่าน Pulvinar
⮕ แต่ตอนนี้ Pulvinar อยู่ในโหมด “ขยายสัญญาณ”
ผลคือ
แสงที่ควรจะแค่ “สว่าง”
ถูกสมองตีความเป็น “เจ็บ”
[ ยกตัวอย่าง ]
ปกติ = ไมโครโฟนเสียงเบา → พูดปกติ เสียงปกติ
แต่ในไมเกรน = ไมโครโฟนเปิดสุด
→ เสียงนิดเดียว กลายเป็นเสียงแสบหู
Pulvinar ก็เหมือนไมค์ตัวนั้นค่ะ
สัญญาณแสงเข้ามาปุ๊บ คึกเลย
สมองที่ไวจากไมเกรนอยู่แล้ว ก็เลยโดนกระตุ้นซะงั้น
📘 โดยสรุปก็คือ
✔️ ไมเกรนทำให้สมองไวต่อสิ่งเร้า (sensitization)
✔️ วงจรแสง กับ วงจรความเจ็บ ใช้ “ทางผ่านเดียวกัน” (thalamus: pulvinar)
✔️ พอจุดนี้ไวเกิน → สัญญาณแสงถูก “ขยาย”
✔️ สมองเลยแปลแสงธรรมดา = ความปวด
📌นี่แหละค่ะ
เหตุผลที่บางคนต้อง “ปิดไฟ นอนมืดๆ” ตอนเป็นไมเกรน
ไม่ใช่เพราะแสงแรงเกินไป
แต่เพราะ “สมองกำลังรับมันแรงเกินไป”
ใครเป็นไมเกรนแบบรุนแรง มันทรมานมากนะคะ
ควรมีทั้งยาตอนมีอาการ และยาคุมอาการนะ
CR เพจ Tensia
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้ https://www.facebook.com/tensiacorephysiology/photos/-%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B9%84%E0%B8%A1-%E0%B9%81%E0%B8%AA%E0%B8%87%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%94%E0%B8%B2-%E0%B8%96%E0%B8%B6%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%A7%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%95%E0%B8%B8%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%9B%E0%B8%A7%E0%B8%94%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%94%E0%B9%89-%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B9%83%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B8%9A%E0%B8%99%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B8%9A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%A3/122309413298214982/?set=a.122100128582214982&http_ref=eyJ0cyI6MTc3NzI2NjAwNDAwMCwiciI6Imh0dHBzOlwvXC93d3cuZmFjZWJvb2suY29tXC9zaGFyZVwvMUZyZGJleWdBTlwvP21pYmV4dGlkPXd3WElmciJ9
❓ ทำไม “แสงธรรมดา” ถึงกลายเป็นตัวกระตุ้นความปวดในไมเกรนได้ มีใครเป็นแบบนี้บ้าง
แต่มันคือ “สมองกำลังไวเกินไป” กับทุกสิ่งรอบตัว
โดยเฉพาะ “แสง” ที่ปกติเราเจอแล้วไม่เป็นอะไร
แต่ในช่วงไมเกรน มันกลับกลายเป็นตัวกระตุ้นความปวดได้เลย
[ ทางเดินในสมองที่แวะมาเจอกัน ]
✔️ ในสมองเรามี “ชานชาลารวมสัญญาณ” อยู่จุดหนึ่ง
เรียกว่า ทาลามัส (thalamus) โดยเฉพาะโซน Pulvinar
✔️ ไม่ว่าจะเป็น
– สัญญาณแสงจากตา
– หรือสัญญาณความเจ็บจากศีรษะ
สุดท้ายต้อง “มาแวะที่นี่ก่อน” เหมือนรถไฟต้องจอดสถานีกลาง
[ วงจรแสง: ไม่ได้มีแค่การมองเห็น ]
ที่ตาเราไม่ได้มีแค่เซลล์มองภาพนะคะ
▪️ เซลล์มองภาพ (cone, rod) → ใช้ดูโลก
▪️ เซลล์รับแสงพิเศษ (intrinsically photosensitive retinal ganglion cell: ipRGC)
ipRGC ไม่ได้เอาไว้ดูภาพ
แต่เอาไว้ “บอกสมองว่าแสงแรงแค่ไหน”
⮕ ส่งสัญญาณไป Thalamus (Pulvinar)
⮕ แล้วกระจายไปส่วนที่ควบคุมการตื่นตัว นาฬิกาชีวภาพ ฮอร์โมน
สรุปง่ายๆ
มันคือระบบ “รับรู้ความจ้า” ของร่างกาย
[ วงจรความเจ็บของไมเกรน ]
สมองตัวมันเอง “ไม่มีตัวรับความเจ็บ”
แต่ที่ปวด คือบริเวณ “เยื่อหุ้มสมอง” และ “หลอดเลือดรอบๆ”
เมื่อไมเกรนเริ่ม
✔️ เกิดคลื่นไฟฟ้าช้าๆ ในสมอง
(cortical spreading depression: CSD)
✔️ คลื่นนี้ไปกระตุ้นปลายประสาท
ให้ปล่อยสารก่ออักเสบ เช่น CGRP, substance P
✔️ ทำให้หลอดเลือด “ขยาย + อักเสบ”
⮕ เลือดไหลแรง กระแทกผนัง
⮕ เกิดอาการปวดตุ้บๆ
จากนั้น
⮕ สัญญาณปวดวิ่งผ่านก้านสมอง
(spinal trigeminal nucleus: SpV)
⮕ ขึ้นไปที่ Thalamus (Pulvinar)
⮕ แล้วค่อยไปสมองชั้นนอกให้เรารู้สึก “ปวด”
[ จุดพีค=ตอนที่สองระบบชนกัน ]
ช่วงที่ไมเกรนกำลังมา
✔️ Thalamus โดนกระตุ้นจาก “สัญญาณปวด” อยู่แล้ว
✔️ แถมยังโดนคลื่น CSD ทำให้ “ไวผิดปกติ”
ตรงนี้สำคัญมาก
เพราะพอ “แสง” เข้ามา
⮕ สัญญาณแสง (จาก ipRGC) ก็ต้องผ่าน Pulvinar
⮕ แต่ตอนนี้ Pulvinar อยู่ในโหมด “ขยายสัญญาณ”
ผลคือ
แสงที่ควรจะแค่ “สว่าง”
ถูกสมองตีความเป็น “เจ็บ”
[ ยกตัวอย่าง ]
ปกติ = ไมโครโฟนเสียงเบา → พูดปกติ เสียงปกติ
แต่ในไมเกรน = ไมโครโฟนเปิดสุด
→ เสียงนิดเดียว กลายเป็นเสียงแสบหู
Pulvinar ก็เหมือนไมค์ตัวนั้นค่ะ
สัญญาณแสงเข้ามาปุ๊บ คึกเลย
สมองที่ไวจากไมเกรนอยู่แล้ว ก็เลยโดนกระตุ้นซะงั้น
📘 โดยสรุปก็คือ
✔️ ไมเกรนทำให้สมองไวต่อสิ่งเร้า (sensitization)
✔️ วงจรแสง กับ วงจรความเจ็บ ใช้ “ทางผ่านเดียวกัน” (thalamus: pulvinar)
✔️ พอจุดนี้ไวเกิน → สัญญาณแสงถูก “ขยาย”
✔️ สมองเลยแปลแสงธรรมดา = ความปวด
📌นี่แหละค่ะ
เหตุผลที่บางคนต้อง “ปิดไฟ นอนมืดๆ” ตอนเป็นไมเกรน
ไม่ใช่เพราะแสงแรงเกินไป
แต่เพราะ “สมองกำลังรับมันแรงเกินไป”
ใครเป็นไมเกรนแบบรุนแรง มันทรมานมากนะคะ
ควรมีทั้งยาตอนมีอาการ และยาคุมอาการนะ
CR เพจ Tensia
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้