JJNY : ปชน.เกาะติด 4 วาระเร่งด่วน│วีระยุทธเหน็บ เอกนัฏ│ศิริกัญญาเตือนลุยทำแลนด์บริดจ์│สส.ปชน.ซัดศุภจี เล่นใหญ่ทำคอนเทนต์

ปชน. เปิดตัว ครม.เงา ตรวจสอบรัฐบาลรายสัปดาห์ เกาะติด 4 วาระเร่งด่วน
https://www.khaosod.co.th/update-news/news_10226486
.

.
ปชน. เปิดตัว ครม.เงา แบ่งงาน 4 เสาหลัก ตรวจสอบรัฐบาลรายสัปดาห์ เสนอทางเลือกที่ดีกว่า เติมความหวังให้ประชาชน เกาะติด 4 วาระเร่งด่วน
.
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 29 เม.ย. 2569 ที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) พร้อมด้วย น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรค นายวีระยุทธ กาญจนชูฉัตร สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรค นายเดชรัต สุขกำเนิด รองหัวหน้าพรรค แถลงความคืบหน้าแนวทางการทำงานของคณะรัฐมนตรี (ครม.) เงา
.
โดยนายณัฐพงษ์ กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้เป็นการประชุมภายใน เพื่อออกแบบการทำงานในทีมพรรคประชาชน คำว่า ครม.เงานั้น ไม่ใช่สิ่งที่พรรคประชาชนหรือพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งในประเทศนี้คิดขึ้น แต่เรารับเอาวัฒนธรรมการเมืองในต่างประเทศ เช่น อังกฤษที่มีการเมืองในระบอบประชาธิปไตยในระบอบรัฐสภาเป็นร้อยๆ ปีแล้ว
.
ทั้งนี้ สิ่งที่เรามองเห็นหลังการเลือกตั้งเมื่อเดือน ก.พ. 2569 นอกจากความถดถอยทางเศรษฐกิจ การเมือง ระบบนิติรัฐ นิติธรรมแล้ว สิ่งที่เรามองเห็น คือ ความถดถอยของความหวัง ซึ่งเชื่อว่าพรรคประชาชนจะเป็นกลไกสำคัญที่จะช่วยเติมความหวังให้กับประชาชนคนไทยได้
.
นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า ในการประชุมครม.ทุกสัปดาห์มีความสำคัญ ทุกมติที่ออกมาส่งผลกระทบต่อประชาชนและผู้ประกอบการ มีคนที่ได้และเสียประโยชน์ทุกการตัดสินใจในทุกการดำเนินนโยบาย ดังนั้น การมีทีมครม.เงาของพรรคประชาชน จะช่วยตรวจสอบการทำงานอย่างใกล้ชิดในทุกมติที่ออกมา จะติดตามและตีแผ่ให้เห็นว่า การตัดสินใจของรัฐบาลนี้ เพื่อประโยชน์ให้กับกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งหรือไม่
.
ส่วนการเติมความหวังนั้น ครม.เงาจะทำหน้าที่เสนอทางเลือกที่ดีกว่า ให้ข้อเสนอแนะเร่งด่วนในวิกฤตเฉพาะหน้า ให้รัฐบาลดำเนินการทันที
.
ทั้งนี้ ได้มีการแบ่งงานเป็น 4 เสาหลักพร้อมผู้รับผิดชอบ ได้แก่
.
นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร รองหัวหน้าพรรค ดูแลด้านเศรษฐกิจ
น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรค ดูแลการปฏิรูปรัฐ
นายเดชรัต สุขกำเนิด รองหัวหน้าพรรค ดูแลด้านคุณภาพชีวิตใหม่
นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ เลขาธิการพรรค ดูแลความมั่นคงใหม่
นอกจากนี้ ยังมีทีม สส. มาเป็นครม.เงาของพรรคประชาชน เพื่อช่วยขับเคลื่อนงานและประชุมกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง
.
นายณัฐพงษ์ กล่าวด้วยว่า สำหรับผลลัพธ์การประชุมวันนี้มีการพูดคุย 4 เรื่องด่วนที่จะติดตามใกล้ชิดในช่วง 1 เดือนจากนี้ คือ 1.มาตรการช่วยเหลือประชาชน เช่น ไทยช่วยไทยพลัส 2.โครงการแลนด์บริดจ์ ซึ่งต้องมีการทบทวนว่าจะดำเนินการต่ออย่างไร
.
3. เรื่องค่าไฟ ข้อเสนอของเราที่ดีกว่าในการปรับโครงสร้างพลังงานอย่างไร และ 4.เรื่องลมหายใจ รัฐบาลต้องเสนอกฎหมายปกป้องลมหายใจของคนไทย 2 ร่างสำคัญ คือ พ.ร.บ.อากาศสะอาด และพ.ร.บ.PRTR กลับมาเดือนหน้าต่อภายในวันที่ 12 พ.ค.นี้
.
เมื่อถามว่า แคนดิเดต ครม. The Professionals จะมาร่วมประชุมด้วยหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า จะมีส่วนร่วมประชุมด้วยแน่นอน เป้าหมายของพวกเราไม่ได้ยึดโยงกับตัวบุคคล ไม่ว่าจะเป็นทีม The Professionals หรือทีมที่แถลง ทีม สส. ภาคเอกชน ภาคประชาชนทุกภาคส่วน เราพร้อมที่จะทำงานร่วมกันกับทุกคน โดยเอาวาระของประเทศเป็นตัวตั้ง
.
เมื่อถามว่า มาตรการของครม.เงา จะแตกต่างจากตรวจสอบของรัฐบาลในสภาอย่างไร นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า สิ่งสำคัญ คือ การเติมความหวังกลับไปให้ประชาชน และต้องยอมรับว่าบางครั้งเราใช้กลไกในสภาที่เป็นกลไกทางการ การประชุมกรรมาธิการ (กมธ.) บางครั้งต้องเป็นไปตามระเบียบวาระ บางครั้งอาจจะไม่ได้ทันท่วงทีสถานการณ์
.
ตนคิดว่ารูปแบบ ครม.เงา จะเพิ่มความคล่องตัว และทำให้เราสามารถทำงานร่วมกับทุกภาคส่วนได้ การสื่อสารจะไม่ได้แค่วิพากษ์วิจารณ์อย่างเดียว แต่จะมีการเสนอทางเลือกที่ดีกว่าประกบไปด้วยเสมอ ซึ่งจะทำให้ประชาชนมองเห็นความหวัง
.
เมื่อถามว่า ครม.เงาในอดีต เช่น พรรคประชาธิปัตย์ บางคนได้เป็นครม.จริงด้วย ใช้ได้กับพรรคประชาชนหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า เราไม่เคยยึดติดที่ตัวบุคคล และไม่ปฏิเสธที่จะทำงานร่วมกับคนที่มีความรู้ ความสามารถ มีเจตจำนงทางการเมือง
.
อย่างไรก็ตาม ตนอยากให้ทุกคนเห็นภาพตรงกันว่า การทำงานครม.เงาของพรรคประชาชน เราทำงานกันเป็นทีม และทุกคนที่ทำงานร่วมกันไม่ได้รู้สึกว่าต้องมาทำงานเพราะตำแหน่งในครั้งหน้า ทุกคนเอาผลประโยชน์เป็นตัวตั้งแน่นอน
.
เมื่อถามว่าจะมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาประชุมร่วมกับครม.เงาด้วยหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ในฐานะพรรคฝ่ายค้านให้ข้อเสนอไป แต่รัฐบาลจะหยิบไปทำหรือไม่ทำนั้นก็เป็นหน้าที่ของรัฐบาล การที่เราพยายามผลักดันให้เกิดการทำจริงในฝั่งราชการ เราต้องฝากข้อเสนอผ่านครม. ไปยังกมธ.ชุดต่างๆ ทั้ง 35 คณะ ไม่จำเป็นเฉพาะที่พรรคประชาชนได้ประธาน
.
ดังนั้น เชื่อว่าการที่เราจะช่วยเติมความหวังให้ประชาชนผ่านใต้บริบทเศรษฐกิจ สังคม การเมือง ในปัจจุบัน คือการที่เราพยายามให้ข้อเสนอที่ดีกว่าให้ประชาชนเห็น หากรัฐบาลไม่ยอมนำข้อเสนอต่างๆ เหล่านั้นไปดำเนินการคนที่จะเป็นคนตัดสินหน้าตาของรัฐบาลในครั้งหน้าคือประชาชนผ่านการเลือกตั้ง
.
เมื่อถามว่า หากในอีก 1-2 ปี ครม.จริงไปไม่รอด ครม.เงาของพรรคประชาชน จะมีส่วนเข้าไปเติมเต็มหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ตนคิดว่าเร็วไปที่จะไปพูดถึงการปรับเปลี่ยนหน้าตาของรัฐบาล ตอนนี้วาระสำคัญที่ ครม.เงาได้นำเสนอไปนั้น คือ การพยายามเติมเต็มความหวังของประชาชน ทำหน้าที่อย่างเต็มที่ เสนอทางเลือกที่ดีกว่า
.
ส่วนบริบทการเมืองในอนาคตจะเป็นอย่างไร จะมีการปรับเปลี่ยนหรือไม่ ตนขอให้รอติดตามการทำหน้าที่ของพรรคประชาชนตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงวันข้างหน้า รอดูสถานการณ์การเมืองในอนาคตดีกว่า
.
เมื่อถามถึงมติที่ประชุมของพรรค เรื่องเงื่อนไขการเข้าร่วมรัฐบาลคือจะสามารถเข้าไปเปลี่ยนแปลงการเมืองได้หรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า มีแค่นั้นเลย เราเข้ามาทำงานการเมือง คือต้องการเข้าสู่อำนาจรัฐ เพื่อไปสร้างการเปลี่ยนแปลง
.
ในส่วนรายละเอียดของสูตรในการจัดตั้งรัฐบาล ต่อจากนี้ในอนาคตจะเป็นอย่างไรนั้น ตนมองว่าเป็นเรื่องที่เร็วไปที่จะพูดและเปล่าประโยชน์ที่จะพูดด้วย เพราะยังไม่มีใครรู้ว่าสถานการณ์ทางการเมืองในอนาคตผลการเลือกตั้งจะออกมาเป็นอย่างไร
.
แต่สิ่งหนึ่งที่ตนพูดได้ คือเป็นมติของที่ประชุมใหญ่ พรรคประชาชนเห็นตรงกันว่า เราเข้ามาทำงานการเมือง ไม่ได้เข้าสู่อำนาจรัฐ เพราะแค่อยากได้อำนาจรัฐและการจัดสรรงบประมาณ เราอยากได้อำนาจรัฐบ เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลง
.
เมื่อถามว่า 4 วาระเร่งด่วนของครม.เงาที่จะเสนอให้ครม.จริง คาดหวังการปรับครม.จริงด้วยหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า การปรับหรือไม่ปรับอยู่ที่การตัดสินใจของรัฐบาล และความสัมพันธ์ของพรรคร่วมรัฐบาลด้วย การตรวจสอบเรื่องการปรับครม.จะส่งผลสะเทือนหรือไม่ เราก็ทำเต็มที่
.
นอกเหนือจากการตรวจสอบแล้ว การให้ข้อเสนอแนะที่เป็นตัวเลือกที่ดีกว่าเราก็ต้องทำไปพร้อมกันด้วย การจะเปลี่ยนหรือไม่เปลี่ยน ไม่ได้อยู่ที่ฝั่งเราฝั่งเดียว แต่อยู่ที่ตัวรัฐบาลเอง เชื่อว่าการจัดรัฐบาลแบบยึดโยงกันด้วยกลุ่มผลประโยชน์ และการที่เราตรวจสอบอย่างเข้มข้นจะทำรัฐบาลที่ดูแข็งนอกแต่จริงๆ แล้วอ่อนใน มีความปราะบาง อยากให้ประชาชนติดตามการทำหน้าที่ของพวกเราในชุดครม.เงาอย่างต่อเนื่อง.
.

.
“วีระยุทธ” ซัด “รัฐบาล” ต้องตั้งต้นให้ถูก อย่าแก้ค่าไฟแพงฉาบฉวย-โยนภาระ เหน็บ “เอกนัฏ” มาตรการไม่ชัด
.
“วีระยุทธ” ซัด “รัฐบาล” ต้องตั้งต้นให้ถูก อย่าแก้ค่าไฟแพงฉาบฉวย-โยนภาระ เสนอ เจรจาลดค่าพร้อมจ่าย ที่เป็นเสือนอนกิน ทลายโควตาซื้อไฟจากประชาชนที่จำกัดจำเขี่ย เหน็บ “เอกนัฏ” ประชุมเช้าบ่ายเย็น แต่ไม่มีมาตรการชัดเจน ชี้ ปมใช้ไฟเกิน 400 หน่วย กระทบ SMEs ส่วนหนุนติดโซลาร์เซลล์ ยังไม่เพียงพอต่อกันจูงใจ
.
29 เม.ย. 2569 ที่รัฐสภา นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร สส.บัญชีรายชื่อ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคประชาชน กล่าวถึงวาระเร่งด่วนเรื่องค่าไฟ ที่พรรคประชาชนจะติดตามอย่างใกล้ชิด ในช่วงหนึ่งเดือนต่อจากนี้ ระบุว่า รัฐบาลต้องไม่แก้ไขปัญหาค่าไฟแพงอย่างฉาบฉวยอย่างที่เป็นอยู่ เป็นการโยนภาระกลับมาให้กับประชาชน ตนเองเสนอว่า รัฐบาลต้องกล้าเดินหน้าเจรจาลดค่าพร้อมจ่าย ที่เป็นเสือนอนกิน พร้อมทลายโควตาซื้อไฟฟ้าจากภาคประชาชนที่จำกัดจำเขี่ยเหลือเกิน
.
การทำงานแบบที่เป็นแก้ปัญหาแบบฉาบฉวยเท่านั้น ทิศทางสับสนมาก นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ออกมาพูดเช้า บ่าย เย็น ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก็มีมาตรการไม่ชัดเจนด้วยซ้ำ ว่าจะเอาอย่างไร โดยเฉพาะกรณีค่าไฟเกิน 400 หน่วย เข้าใจว่าต้องมีการคุยต่อในการประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) จึงต้องขอความชัดเจนในเรื่องนี้
.
เรื่องที่สำคัญ คือไม่อยากให้การทำงานของรัฐมนตรีมองว่า คนที่ใช้ไฟเกิน 400 หน่วยเป็นคนที่ใช้ไฟสิ้นเปลือง เพราะอย่าลืมว่า คนที่ใช้ไฟเช่นนั้นมีหลายแบบ อย่างบ้านที่คนอยู่เยอะก็เป็นความจำเป็น ค่าไฟขนาดนี้ วิกฤตพลังงานขนาดนี้ ไม่มีใครใช้เปลืองหรอก
.
อีกกลุ่มคือ SMEs ที่อยู่ในบ้าน โดยเฉพาะธุรกิจขนาดเล็ก ตามสภาพความเป็นจริงของธุรกิจไทย SMEs จำนวนมาก ที่ชั้นหนึ่งใช้ประกอบธุรกิจ และใช้ชั้นสองเป็นบ้าน จึงมีการใช้ค่าไฟเกิน เป็นการเพิ่มต้นทุน ผลักภาระให้ประชาชนช่วยประชาชนกันเอง และยิ่งช่วยเพิ่มภาระให้กับ SMEs กลุ่มนี้ ที่ปัจจุบันหนักอยู่แล้ว กำลังซื้อถดถอย ต้นทุนยังมาเพิ่ม
.
ดังนั้น อยากให้รัฐบาลตั้งต้นให้ถูกว่า อย่าเอาประชาชนมาดูแลกันเอง แต่รัฐบาลต้องกล้าเดินหน้าลดค่าไฟ เจรจาต้นทุนที่สำคัญ ที่เกิดจากค่าพร้อมจ่าย ถ้ารัฐบาลมีความกล้าหาญ มีหลักการจริงๆ ต้องเดินหน้าตรงนี้ ถึงจะชัดเจนว่า ยึดผลประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง
.
ส่วนการติดโซลาร์เซลล์ ถ้าบ้านที่มีกำลังทรัพย์ หรือบริษัทจำนวนมากมีการติดกันไปหมดแล้ว ถ้าต้องมีการติดใหม่ ต้นทุนอาจจะเป็นแสนบาท การให้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำอย่างเดียวไม่เพียงพอต่อกันจูงใจ การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดเป็นเรื่องที่ดี แต่คุณต้องคิดถึงต้นทุนที่แท้จริงด้วย
.

.
ศิริกัญญา เตือนรัฐบาล ลุยทำแลนด์บริดจ์ ผลตอบแทนต่ำไร้คนลงทุน กระทบสิ่งแวดล้อมอื้อ
https://www.khaosod.co.th/politics/news_10226535
.
ศิริกัญญา เตือนรัฐบาล ลุยทำแลนด์บริดจ์ ผลตอบแทนต่ำไร้คนลงทุน หวั่นซ้ำรอยรถไฟฟ้าเชื่อมสามสนามบิน แถมกระทบสิ่งแวดล้อม-เกษตรกร-ภาคประมง
.
วันที่ 29 เม.ย. 2569 ที่รัฐสภา น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.เงา) ถึงกรณีที่รัฐบาลจะเดินหน้าโครงการแลนด์บริดจ์ ว่า เราเจอข้อค้นพบที่น่าสนใจจากการประเมินความคุ้มค่าของโครงการโดยสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) จำนวน 2 จุด
.
ได้แก่ จุดแรกคือ ความคุ้มค่าทั้งโครงการ อัตราผลตอบแทนอยู่ในเกณฑ์ที่รับได้ประมาณ 8% ส่วนมูลค่าปัจจุบันสุทธิก็เป็นบวก อีกจุดคือการประเมินความคุ้มค่าสำหรับภาคเอกชนพบว่า ผลตอบแทนตกลงมาเหลืออยู่ที่ 5% ต่ำในระดับที่ไม่มีเอกชนรายใดต้องการที่จะมาลงทุน ทั้งยังมีมูลค่าปัจจุบันสุทธิติดลบ
.
น.ส.ศิริกัญญา กล่าวต่อว่า กรณีดังกล่าวถือว่าเลวร้ายที่สุด เอกชนต้องลงทุนเองทั้งหมด 100% โครงการนี้จึงไม่น่าจูงใจให้มีเอกชนรายใดเข้ามาลงทุน ไม่แน่ใจว่ารัฐบาลจะเดินโครงการนี้อย่างไร จะมีการปรับเปลี่ยนการร่วมลงทุนหรือไม่
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่