บลูมเบิร์ก (Bloomberg) รายงานว่า โรงกลั่นน้ำมันของรัฐจีน เริ่มยื่นขออนุญาตจากรัฐบาลปักกิ่ง เพื่อให้สามารถกลับมาส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิงได้ในเดือนพฤษภาคม โดยอ้างว่ามีสต็อกภายในประเทศจำนวนมาก
แหล่งข่าวระบุว่า บริษัทน้ำมันรายใหญ่ของจีน รวมถึง China Petrochemical Corp. (หรือที่รู้จักในชื่อ Sinopec) และ China National Petroleum Corp. (CNPC) ได้ขออนุมัติส่งออกน้ำมันเบนซินและดีเซลแล้ว เมื่อสัปดาห์ก่อนหน้า
สต็อกน้ำมันทั่วประเทศจีนเพิ่มขึ้นอย่างมาก หลังจากที่รัฐบาลตัดสินใจจำกัดการส่งออกน้ำมันในช่วงที่สงครามอิหร่านเริ่มต้นขึ้น โดยให้ความสำคัญกับอุปทานภายในประเทศ ท่ามกลางบริบทที่อิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซ สร้างความตื่นตระหนกในหมู่ผู้นำเข้าน้ำมันและผลิตภัณฑ์กลั่นรายใหญ่
ในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ด้วยราคาน้ำมันเชื้อเพลิงภายในประเทศที่สูงขึ้น ส่งผลให้ดีมานด์น้ำมันอ่อนแอลงอย่างคาดไม่ถึง อีกทั้งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการใช้รถยนต์ไฟฟ้า ปัจจัยดังกล่าวสร้างแรงกดดันที่ลดลงต่อผู้ผลิต ในขณะเดียวกัน อัตรากำไรจากการส่งออกก็เพิ่มขึ้นอย่างมาก
ข้อมูลจาก Mysteel OilChem ระบุว่า ปริมาณสำรองน้ำมันเบนซินและดีเซลในโรงกลั่นของรัฐจีน อยู่ในระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2025 และ 2024 ตามลำดับ
ขณะนี้รัฐบาลจีนยังไม่ได้ประกาศการเปลี่ยนแปลงใด ๆ เกี่ยวกับใบอนุญาต หลังจากบริษัทร้องขอไป
ในฐานะประเทศผู้นำเข้าน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของโลก จีนให้ความสำคัญกับความมั่นคงด้านพลังงานมาหลายปี ผ่านกลยุทธ์การอาศัยผู้จัดหาหลากหลายราย การลงทุนอย่างหนักในการผลิตภายในประเทศ และการสำรองน้ำมัน ทำให้จีนอยู่ในสถานะที่ดีกว่าประเทศเพื่อนบ้านที่กำลังเผชิญกับวิกฤตอุปทานครั้งประวัติศาสตร์
นอกจากนี้ จีนยังตอบสนองอย่างรวดเร็วเพื่อปกป้องผู้บริโภคในประเทศ โดยจำกัดการส่งออกเชื้อเพลิง แม้ว่าประเทศผู้นำเข้าน้ำมันจากจีน อย่างฟิลิปปินส์และเวียดนามจะกำลังเผชิญกับภาวะขาดแคลนอย่างรุนแรงก็ตาม
โรงกลั่นน้ำมันของรัฐจีน ยื่นขออนุญาตส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิง