"สีหศักดิ์" ซัด "รัฐบาลทรัมป์" ผ่านสื่อนอก! เมินช่วยไทยช่วงวิกฤตเศรษฐกิจจากสงครามตะวันออกกลาง
.
สำนักข่าวต่างประเทศ The Washington Post เผยแพร่บทสัมภาษณ์เจาะลึกของ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทย ที่ได้สะท้อนความผิดหวังต่อรัฐบาลสหรัฐอเมริกาภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่เพิกเฉยต่อการช่วยเหลือประเทศไทยซึ่งเป็นพันธมิตรเก่าแก่ ในขณะที่ไทยกำลังดิ้นรนรับมือกับความเสียหายทางเศรษฐกิจในวงกว้าง จากผลพวงของสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล กับอิหร่าน
.
สหรัฐฯ เมินช่วย บีบไทยหันหน้าพึ่ง "รัสเซีย-จีน"
เมื่อปราศจากการสนับสนุนจากสหรัฐอเมริกา ไทยจึงจำเป็นต้องหันไปขอความช่วยเหลือจากประเทศคู่แข่งของสหรัฐฯ อย่างรัสเซียและจีนแทน
.
"ผมคิดว่าพวกเขาตระหนักดีว่าสงครามมีผลกระทบตามมา" นายสีหศักดิ์กล่าวถึงเจ้าหน้าที่รัฐบาลทรัมป์ "แต่พวกเขายังไม่ได้ออกมาคุยกับเราเลยว่าจะช่วยได้อย่างไร พวกเขาไม่ได้เข้าหาเราโดยตรงเพื่อบอกว่า 'โอ้ เราเข้าใจนะว่าคุณต้องแบกรับผลกระทบ และเราสามารถช่วยเหลือคุณได้'"
.
รองนายกฯ ไทยกล่าวเสริมว่า ท่าทีเดียวที่ได้รับจากสหรัฐฯ คือการที่ประธานาธิบดีทรัมป์เสนอให้ประเทศที่ขาดแคลนเชื้อเพลิงมาซื้อน้ำมันและก๊าซจากสหรัฐฯ โดยทรัมป์กล่าวสุนทรพจน์เมื่อช่วงต้นเดือนว่า "ซื้อน้ำมันจากสหรัฐอเมริกาสิ เรามีเยอะแยะ"
.
วิกฤตราคา "ปุ๋ย-น้ำมัน" พุ่ง กระทบหนักชาวนาไทย
เมื่อสงครามที่ทำกับอิหร่านยืดเยื้อเข้าสู่เดือนที่ 3 ส่งผลให้ต้นทุนของประเทศในเอเชียพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยภูมิภาคนี้ได้รับผลกระทบเป็นวงกว้างและเจ็บปวดมากกว่าที่สหรัฐฯ ได้รับ เนื่องจากเอเชียพึ่งพาเชื้อเพลิงและปุ๋ยจากตะวันออกกลางอย่างมหาศาล
.
"จุดยืนของเราคือสงครามนี้ไม่ควรเกิดขึ้นตั้งแต่แรก" นายสีหศักดิ์ ให้สัมภาษณ์เมื่อวันเสาร์ที่ จ.กระบี่ ระหว่างให้การต้อนรับนายหวัง อี้ รมว.ต่างประเทศจีน "เราไม่อยากประณามสหรัฐฯ โดยตรง แต่นี่คือสิ่งที่ไม่ควรเริ่มต้นขึ้นเลย"
.
ประเทศไทย ซึ่งเป็นที่ตั้งของศูนย์ส่งกำลังบำรุงและเติมเชื้อเพลิงให้กองทัพสหรัฐฯ ในเอเชีย ต้องดิ้นรนอย่างหนักเพื่อแข่งขันกับประเทศที่ร่ำรวยกว่า ในการจัดหาเชื้อเพลิงและปุ๋ยทดแทนส่วนที่ติดค้างอยู่ในตะวันออกกลาง กลุ่มเกษตรกรระบุว่า ราคา "ปุ๋ยยูเรีย" ซึ่งจำเป็นต่อชาวนาไทยกว่า 10 ล้านคน พุ่งขึ้นเกือบเท่าตัวตั้งแต่เริ่มสงคราม ขณะที่ราคาดีเซลในเดือนนี้ก็แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์
.
ด้วยความจำเป็นเร่งด่วน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ของไทยเพิ่งเดินทางเยือนกรุงมอสโกเพื่อเจรจากับเจ้าหน้าที่รัสเซีย นอกจากนี้ ไทยยังพยายามจัดหาน้ำมันดิบจากรัสเซีย แต่ความกังวลเรื่องการละเมิดมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ ทำให้ธนาคารไทยยังชะลอการทำธุรกรรม
.
วิกฤตช่องแคบฮอร์มุซ และโศกนาฏกรรมเรือไทย "มยุรี นารี"
ในการหารือกับนายหวัง อี้ นายสีหศักดิ์เผยว่า เขาได้ขอให้รัฐบาลปักกิ่งช่วยอำนวยความสะดวกให้เรือสินค้าไทย 8 ลำ สามารถผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างปลอดภัย ซึ่งนายหวัง อี้ ตอบกลับว่า จีนเองก็มีเรือติดค้างอยู่ที่จุดวิกฤตินั้นถึง 70 ลำ และกำลังดิ้นรนหาทางออกเช่นกัน (ก่อนเกิดสงคราม จีนคือนำเข้าน้ำมันผ่านช่องแคบนี้เป็นอันดับ 1 ของโลก)
.
สถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซยังคงอันตราย แม้ก่อนหน้านี้สหรัฐฯ และอิหร่านจะตกลงหยุดยิงช่วงกลางเดือนเมษายน แต่การเดินเรือก็กลับมาชะงักงันอีกครั้งจากภัยคุกคามของทั้งสองฝ่าย รวมถึงความเสี่ยงจากการสื่อสารที่ผิดพลาดและทุ่นระเบิดในพื้นที่
.
เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เกิดเหตุสลดขึ้นเมื่อเรือบรรทุกสินค้าติดธงไทยชื่อ Mayuree Naree (มยุรี นารี) ถูกขีปนาวุธของอิหร่านโจมตีขณะพยายามข้ามช่องแคบ ส่งผลให้ลูกเรือชาวไทยเสียชีวิต 3 ราย และได้รับการช่วยเหลือรอดชีวิต 20 ราย
.
นายคาลิด ฮาชิม กรรมการผู้จัดการ บริษัท พรีเชียส ชิพปิ้ง (Precious Shipping) ผู้ดำเนินการเรือ ยืนยันว่า "เรือของเราไม่ได้ถูกสั่งห้ามออกจากช่องแคบฮอร์มุซ เราไม่เคยได้รับข้อความใดๆ จากใครเลยที่บอกว่าเราไม่ควรออกจากอ่าวเปอร์เซียผ่านช่องแคบนี้" ในขณะที่ทางการอิหร่านอ้างว่าเรือลำดังกล่าวไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งนายสีหศักดิ์ระบุว่าเรื่องนี้กำลังอยู่ระหว่างการสืบสวน
.
นโยบายสหรัฐฯ คาดเดาไม่ได้ บีบไทยทบทวนความสัมพันธ์
จากการเดินทางเยือนโอมานเมื่อสัปดาห์ก่อน นายสีหศักดิ์เผยว่าเขาได้รับสัญญาณว่าโอมานไม่ได้มองโลกในแง่ดีเกี่ยวกับการหยุดยิงในระยะใกล้นี้ ซึ่งเขาก็เห็นด้วย เนื่องจากเป้าหมายของรัฐบาลทรัมป์ "เปลี่ยนไปตลอดเวลา" จากเดิมที่เป้าหมายดูเหมือนจะเป็นการเปลี่ยนระบอบการปกครอง ตอนนี้กลับกลายเป็นการยุติโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน
.
"มีความไม่แน่นอนอย่างมากในนโยบายของรัฐบาลสหรัฐฯ" นายสีหศักดิ์กล่าว พร้อมชี้ให้เห็นถึงนโยบายกำแพงภาษีของทรัมป์ที่ทำให้พันธมิตรหลายชาติประหลาดใจ และการตัดงบช่วยเหลือจากสหรัฐฯ ที่ทำให้ชุมชนยากจนทั่วโลกตกอยู่ในความเสี่ยง เมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว จีนแสดงให้เห็นถึงการเป็นหุ้นส่วนที่คงเส้นคงวากว่าสำหรับประเทศในเอเชีย
.
"ไม่ได้หมายความว่าจีนจะไม่ทำตัวเป็นมหาอำนาจเมื่อเป็นเรื่องผลประโยชน์หลักของชาตินะ แต่เรารู้ว่าผลประโยชน์หลักเหล่านั้นคืออะไร" นายสีหศักดิ์ ทิ้งท้ายอย่างหนักแน่น "นี่ไม่ใช่เรื่องของการที่เราเลือกข้างในการแข่งขันทางภูมิรัฐศาสตร์ แต่เป็นเรื่องของสิ่งที่สหรัฐฯ กำลังทำ ซึ่งกำลังบีบให้เราต้องทบทวนความสัมพันธ์บางอย่างใหม่"
ไม่เคยเห็นการทูตไทยแบบนี้ต่ออเมริกามาก่อนเลยครับ ประณามอ้อมๆ ขู่ทบทวนความสัมพันธ์