“การให้อภัย” แตกต่างจาก “การยกโทษ”

พระเจ้าผู้ประเสริฐสอนมนุษย์ให้อภัยแก่คนที่ทำไม่ดีต่อเราทุกอย่าง โดยไม่มีเงื่อนไข
เมื่อเราให้อภัยแก่คนที่ทำไม่ดีต่อเราแล้ว  เราก็จะไม่โกรธเขา และไม่คิดที่จะแก้แค้นเขา

ส่วนใครจะทำได้มากน้อยแค่ไหน ก็ขึ้นอยู่กับความสามารถของแต่ละคน
โดยที่พระเยซูคริสต์ได้กระทำให้เป็นแบบอย่างแล้ว

พระเยซูคริสต์ได้ให้อภัยแก่คนที่เฆี่ยนตีพระองค์ และคนที่ตอกตะปูตรึงพระองค์บนไม้กางเขน
พระเยซูคริสต์ไม่ได้โกรธพวกเขาเลย  เพราะว่าพระองค์ได้ให้อภัยแก่เขาจนหมดสิ้น

“การให้อภัย” แตกต่างจาก “การยกโทษ”  ดังนี้

1. การให้อภัย
เราสามารถให้อภัยแก่คนที่ทำไม่ดีต่อเราได้ทันที  โดยไม่ต้องรอให้เขาสำนึกผิดแล้วมาขอโทษเรา
แต่เราจะลดความสัมพันธ์กับเขาให้น้อยลงทุกครั้งที่เขาทำไม่ดีต่อเรา  จนอาจถึงขั้นตัดความสัมพันธ์
เพื่อเราจะได้ไม่เจ็บอีก จากการที่เขาทำไม่ดีต่อเราซ้ำอีก  ผลดีของการให้อภัยก็คือ เราจะไม่โกรธเขา
เพราะว่าความโกรธจะทำให้เราเป็นทุกข์  ดังนั้นเมื่อเราไม่โกรธ เราก็จะไม่ทุกข์
หมายเหตุ   เมื่อให้อภัยแล้ว ​ยังไม่ต้องกลับไปคืนดีกับเขา  เพราะต้องผ่านขั้นตอนการยกโทษก่อน

2. การยกโทษ
เราจะยกโทษให้แก่คนที่สำนึกผิด แล้วมาขอโทษเราจากใจจริง​  โดยพิจารณาจากแววตา และน้ำเสียง ฯลฯ
ซึ่งก่อนที่เราจะยกโทษให้แก่เขา  เราได้ให้อภัยแก่เขามาแล้ว (เราจึงไม่โกรธเขา)
เมื่อเรายกโทษให้แก่เขาแล้ว  เราก็กลับมาคืนดีกับเขาเหมือนเดิม (กลับมามีความสัมพันธ์เหมือนเดิม)
เป็นการให้โอกาสแก่เขาอีกครั้งหนึ่ง  เพื่อให้เขาทำการพิสูจน์ตัวเองว่าเขาจะไม่ทำร้ายเราอีก

เพิ่มเติม
ในคัมภีร์ไบเบิลมักใช้คำไม่ถูกต้องระหว่าง "ให้อภัย" และ "ยกโทษ"
ทำให้ผู้อ่านเกิดความสับสน  จึงไม่สามารถเดินในทางชอบธรรมของพระเจ้าได้อย่างถูกต้อง
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่