ขอระบายหน่อยครับ

#นี่คือส่วนหนึ่งของชีวิตผมเองครับ
#ถ้าคุณอ่านมันจนจบคุณจะได้รู้จักเด็กผู้ชายคนหนึ่งที่มีอยู่ในโลกนี้ครับ

ในช่วงชีวิตที่ผมเรียนชั้นมัธยม ชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพ ผมเป็นเด็กผู้ชายที่เรียนเก่งมากครับ ไม่เคยเกเร ไม่เคยโดดเรียน เกรดเฉลี่ย 3.5-3.8 นักเรียนลำดับที่หนึ่งของชั้นเรียนครับ

ความฝันของผมเป็นความฝันธรรมดาๆ นั่นก็คือการมีการศึกษา มีงานทำ มีครอบครัวและเป็นคนทั่วไปที่ได้ใช้ชีวิตเรียบง่ายในสังคม

ครอบครัวของผมมีกําลังทรัพย์ที่จะส่งลูกๆ เพื่อเรียนการศึกษาที่สูงขึ้นไม่ค่อยดีมากนักครับ

นี่คือจุดเปลี่ยนในชีวิตที่ผมกำลังวาดฝันครับ ผมแทบจะไม่ต้องคิดหรือทบทวนอะไรมากนักเลยในการตัดสินใจในชีวิตที่ต้องเลือกระหว่างส่งตัวเองเรียนหรือส่งน้องสาวเรียน ใช่ครับผมเลือกตัวเลือกที่สองถึงแม้ว่าผมจะเป็นคนเรียนเก่งกว่าน้องสาวก็ตาม

ผมเริ่มทำงานตั้งแต่วัยรุ่นครับ เหนื่อยมากๆ เลย เป็นแค่เด็กผู้ชายตัวเล็กๆ ที่ร่างกายไม่ค่อยแข็งแรงมากนัก ผมทำงานมาหลายงาน งานหนักๆ ก็เคยผ่านมาบ้าง

และแล้วในวันหนึ่ง แม่ก็ทิ้งพวกเราไป ทิ้งพ่อ ทิ้งผม ทิ้งน้องสาว แม่หนีไปไกลจนไม่รู้ไปอยู่ที่ไหน ผมรับไม่ได้ครับ ผมเกลียดแม่ แม่ทิ้งน้องสาวผมลงได้ไง นี่คือความใจร้ายที่สุดของแม่ที่ผมได้เจอในชีวิต ผมสงสารตัวเองแต่ก็สงสารน้องสาวมากกว่า

เราใช้ชีวิตด้วยกัน 3 คนครับ พ่อ ผมและน้องสาว พ่อเป็นคนอารมณ์ร้ายครับ 3 นาทีพูดดี อีก 5 นาทีหาเรื่องทะเลาะ ถึงมันจะเป็นแค่เรื่องเล็กๆ พ่อก็ชวนทะเลาะแบบหนักๆ ได้เสมอครับ

น้องสาวเรียนมัธยมปลายแล้วครับ น้องรักสวยรักงาม อยากแต่งตัวบ้าง ไปเที่ยวบ้านเพื่อนตอนกลางวันบ้าง น้องเป็นวัยต่อต้านครับ มันเป็นวัยปกติของน้องสาวครับ

พ่อไม่ชอบครับ ในทุกๆ วันพ่อก็จะหาเรื่องทะเลาะกับน้องสาวได้ทุกวันครับ ผมต้องเป็นคนที่เข้ามาในสถานการณ์ ในทุกๆ ครั้งที่ทะเลาะกันผมจะไล่น้องให้เข้าห้องนอนไป และผมที่เป็นคนยืนรับคำพูดแย่ๆ คำพูดร้ายๆ แทนน้องสาวครับ มันแย่มากๆ เลย ผมต้องรับฟังมันมาตลอด มันคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้ผมเป็นโรคซึมเศร้า

จุดเปลี่ยนชีวิตอีกแล้วครับ ผมกับพ่อทะเลาะกันครับ เราไม่ดีกันหลายวันแล้ว แล้วไม่กี่วันพ่อก็เสียชีวิตกระทันหันด้วยโรคมะเร็งครับ ในวันสุดท้ายของพ่อ น้องสาวเป็นคนอยู่กับพ่อจนถึงวาระสุดท้ายครับ ส่วนผมขี่รถไปหาไม่ทัน ไม่มีโอกาสร่ำลา ไม่มีโอกาสได้ยินเสียงของพ่อครั้งสุดท้ายเลยครับ เรายังทะเลาะกันอยู่เลย ลึกๆ ภายในใจก็ดีใจที่พ่อเสียชีวิต มันเหมือนยกภูเขาออกจากอก ผมไม่ต้องมารับฟังคำพูดแย่ๆ ของพ่อแล้ว

ผมต้องใช้ชีวิตอยู่ในบ้านเช่ากับน้องสาวสองคนครับ น้องสาวใกล้จะจบมัธยมแล้วครับ ผมเป็นทั้งพ่อเป็นทั้งแม่และพี่ชายให้กับน้องสาวครับ ผมต้องหาเงิน หาทุกอย่างในการดำรงชีวิตของเราสองคนครับเพื่อให้เราอยู่รอดในแต่ละวัน

และแล้ววันหนึ่งในวันที่ไม่มีพ่ออยู่ เราได้รับรู้ว่ามันลำบากมากๆ ครับ ไม่เคยลำบากขนาดนี้มาก่อน ถึงพ่อจะเป็นคนร้ายๆ แต่พ่อรักพวกเรามากครับ พ่ออยู่กับเราไม่เคยหายไปไหน พ่อสนับสนุนเราสองคนทุกอย่างครับถึงจะมีคำพูดแย่ๆ ที่ออกมาจากปากของพ่อบ้าง แต่เพื่อทุกอย่างพ่อทำให้พวกเราได้เสมอครับ

ผ่านไปซักระยะ โรคซึมเศร้าที่ผมเป็นอยู่มันก็รุนแรงขึ้นครับ ผมได้รับรู้ตัวเองว่าชีวิตนี้ผมยังต้องการพ่ออยู่ครับ ผมคิดถึงพ่อสุดหัวใจ พ่อรักแม่มากครับ ผมแอบเห็นพ่อนอนร้องไห้ทุกคืน ในกระเป๋าทำงานพ่อผมพบเจอว่ามีรูปแม่มากมาย หัวใจผมแตกสลาย

ผมกับแม่ดีกันแล้วครับ ผมได้รับรู้แล้วว่าแม่ทรมานแค่ไหนที่อยู่กับพ่อมาได้ถึง 20 ปี ผมเข้าใจแม่แล้วครับ

น้องสาวเข้าเรียนมหาลัยแล้วครับ ชีวิตเด็กผู้หญิงคนหนึ่งถ้าเกิดมาแล้วไม่มีการศึกษาแล้วจะใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างไร

การศึกษา มีงานทำ มีครอบครัวและเป็นคนทั่วไปที่ได้ใช้ชีวิตเรียบง่ายในสังคม นี่คือความฝันของผม ผมพร้อมยกมันให้น้องสาวครับ ผมตัดสินใจทุ่มเททุกอย่างให้น้องสาวครับ ผมทำแต่งาน ไม่ดื่มแอลกอฮอล์ ไม่เที่ยวกลางคืน ไม่เที่ยวเลย ผมไม่มีแฟนครับ ผมมีน้องสาวที่ต้องเลี้ยงดูอยู่แล้ว ผมก็หน้าตาดีพอไปวัดไปวาหาแฟนคงไม่ยาก ตลอดทั้งชีวิตมีผู้หญิงหลายคนที่เขามา ไม่ว่าจะเป็นรุ่นพี่ผู้หญิง รุ่นน้องผู้หญิง คนใกล้ชิดที่ได้ทำงานร่วมกัน ผมไม่เคยเปิดใจให้ใครเลยครับ ไม่เคยเลยซักครั้งเดียว ผมไม่อยากเอาใครมาดูแล ผมมีน้องสาวที่ต้องดูแลอยู่แล้วครับ

ผมจะอายุ 30 แล้วครับ มันก็มีบ้างบางครั้งที่หันไปเห็นเพื่อนสนิท เพื่อน รุ่นน้อง คนรู้จัก ที่เขามีลูก มีเมีย มีครอบครัว มันมีความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ ผมก็มีโหยหามันบ้างเป็นบางครั้งบางคราว มันจะรู้สึกยังไงกันนะถ้าเรามีแบบคนอื่นเขา

น้องสาวเรียนปี 3 แล้วครับ น้องสาวมีความฝันอยากรับราชการ ผมโอเคครับ ผมก็พร้อมสนับสนุนเต็มที่ สิ่งที่ผมรักมากที่สุดก็คือ น้องสาว แมวและก็แม่ครับ นี่คือสิ่งที่ผมมีอยู่ให้รัก

ผมเป็นคนล้มเหลวในชีวิตครับ ไม่มีอะไรซักอย่างเลย ผมเคยมีความคิดว่าจะมีชีวิตอยู่แค่อายุ 30 แต่ปัจจุบันเปลี่ยนเป็นอายุ 50-60 ผมอยากดูน้องสาวเติบโตขึ้นและเป็นคนธรรมดาในสังคมอีกสักหน่อย ผมไม่อยากแก่ตุยครับ ผมไม่อยากเป็นภาระน้องสาว

ผมไม่เคยเชื่อในศาสนา ผมไม่เชื่อว่าพระเจ้ามีจริงเพราะโลกนี้มันไม่ค่อยใจดีกับผมซักเท่าไหร่

ในชีวิตนี้ความฝันของผมมันเปลี่ยนไปเป็นของน้องสาวแล้วครับ เรากำลังเดินทางอยู่ เส้นทางมันยังไกลมากๆ เลยครับ ผมยังสู้อยู่!

ถ้าคุณอ่านมาถึงตอนนี้ ผมไม่รู้จะเล่าอะไรต่อดีละครับ ถ้ามันมีเรื่องราวอีก ผมจะมาเล่าให้ฟังนะครับ ขอบคุณที่อ่านจนจบครับ ขอบคุณที่อยากรู้จักชีวิตเด็กผู้ชายคนหนึ่ง

#การได้เป็นคนปกติธรรมดาทั่วไปในสังคมมันไม่ง่ายเลยครับสำหรับผม

#สวัสดีครับ 🙏🏻💗

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่