แค่การเดินในมหาลัย ก็สะท้อนให้เห็นมุมมองต่อโลกรอบตัวของผู้ชายและหญิงได้

มีงานวิจัยของ Brigham Young University (BYU)
ได้สำรวจนักศึกษาจำนวน 571 คนในช่วงฤดูใบไม้ผลิ 2021
ใช้กลุ่มตัวอย่างเป็นหญิง 55.8 % และชาย 44.2 %
โดยให้ดูภาพ 16 ภาพ เป็นสถานที่จากภายในมหาลัย 4 แห่ง
โดยจะเป็นสถานที่และช่วงเวลาที่ต่างกัน
แต่จะมีแบ่ง 4 หมวดหลักๆ คือ
กลางวัน/กลางคืน และ ที่โล่ง/ที่มีมุมอับลับตา
โดยให้จินตนาการว่ากำลังเดินอยู่ ณ ที่แห่งนั้น
แล้วให้คลิกเลือกว่า..
ตอนกำลังเดินอยู่จะมองไปตรงไหนบ้าง
โดยจะเก็บข้อมูลคลิกมาทำ heatmap
ยิ่งสีโทนเข้มแปลว่าความถี่จำนวนคลิกสูง

มาดูตัวอย่างภาพเหตุการณ์กัน

เดินขึ้นบันไดตอนกลางคืน มีพื้นที่มุมอับอยู่มาก



เดินลอดซุ้มสะพาน ตอนกลางคืน



เดินลอดใต้ทางเชื่อมอาคาร ตอนกลางวัน



เดินตามทางเดินตอนกลางคืน ที่โล่งๆหน่อย



เดินตรงลานโล่งหน้าอาคาร ตอนกลางวัน


รวมผลสรุปได้ผลการทดลองว่า ชายหญิงเลือกมองต่างกันอย่างมาก
ผู้ชายไม่ว่าตอนไหนหรือสถานที่ไหนส่วนใหญ่ก็จะมองตรงไปยังทางที่จะไป
ที่มองนอกเหนือจากนั้นมักเป็นวัตถุหรือสิ่งกระตุ้น(เช่นหลอดไฟสว่าง)

แต่ผู้หญิงมักมองไปยังนอกเส้นทาง พุ่มไม้ มุมมืดอับ มองกวาดแบบลาดตระเวณ
ยิ่งเป็นตอนกลางคืนหรือมีมุมอับยิ่งมองไปนอกเส้นทางมากกว่าทางตรงหน้า

ผู้ทำวิจัยเลยอนุมานว่า ที่มุมมองแตกต่างกันแบบนี้
เป็นเพราะภาระทางความคิดที่เกิดขึ้นในจิตใจของผู้หญิง
เช่น เกิดจากความกลัวต่ออาชญากรรม ฝังอยู่ในจิตใจ
จากการสะสมประสบการณ์และการรับรู้โลกภายนอก
ทำให้ส่งผลต่อการมองโลกรอบตัวของผู้หญิง ต้องคอยระวังตัวตลอดเวลา

จริงๆงานวิจัยนี้ก็มีข้อจำกัดอยู่บ้าง อาจจะไม่เที่ยงตรงนัก
เพราะใช้การคลิกผ่านเครื่องมือแทนการเดินจริง
(งานวิจัยทำช่วงโควิดยังไม่สงบ)
และไม่ได้เจาะถามถึงสาเหตุจริงๆของแต่ละคนที่เลือกคลิก

แต่มันก็พออนุมานและทำให้เข้าใจ นำมาอธิบายได้บ้าง
ว่าทำไมเพื่อนบางคนไม่กล้ากรอกน้ำ ไปซักผ้า หรือเดินเล่นคนเดียวตอนกลางคืน

พยายามเป็นสิ่งแวดล้อมที่ดูปลอดภัยให้ผู้หญิงบ้างนะ เหล่าชายทั้งหลาย

อ้างอิง
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่