หลายคนน่าจะเกิดไม่ทัน เมื่อปี 2530 รถไฟไทยมีการให้เอกชนทำตู้โดยสารร่วมให้บริการ
โดยเป็นของบริษัท เชิดชัยดีเซลราง จำกัด หรือว่า "เชิดชัยทัวร์" ในปัจจุบัน โดยนำบริการแบบที่เราคุ้นเคยบนรถทัวร์ทุกวันนี้ใช้กับระบบรถไฟตั้งแต่เมื่อเกือบ 40 ปีที่แล้ว ทั้งระบบปรับอากาศ อาหาร เครื่องดื่ม ชา กาแฟ ระบบความบันเทิงภายในตู้โดยสาร ซึ่งถือว่าสะดวกสบายมากในยุคนั้น
โดยช่วงปี 2530-2539 เป็นยุคทองทองของการพัฒนารถไฟไทยก็ว่าได้ มีการนำเข้ารถขบวนใหม่ๆ เข้ามาเสริมทัพอย่างต่อเนื่อง ซึ่งรถไฟสปรินเตอร์ที่นำมาให้บริการขบวนด่วนพิเศษ ก็นำเข้ามาใหม่ๆ เมื่อปี 2534 เดินรถสายกรุงเทพฯ - เชียงใหม่
ชุดพนักงานรถไฟในยุคนั่นดูดีไม่ต่างกับแอร์โฮสเตส และการรถไฟฯ กลายเป็นหน่วยงานที่หลายคนเก่งๆ อยากสอบเข้าไปทำงาน
แต่หลังจากนั้นรถไฟไทยก็ค่อยๆ ถอยหลังลงจากเหตุผลทางการเมือง รถไฟถูกกดศักยภาพเอาไว้ให้เป็นบริการเพื่อคนจน
ห้ามขึ้นราคาแม้ว่าต้นทุนจะปรับเพิ่มขึ้น ทำให้สภาพคล่องการรถไฟเผชิญปัญหาขาดทุนสะสมเรื้อรัง หัวรถจักร และตู้โดยสารก็ขาดการปรับปรุงซื้อใหม่มาทดแทน
ทำให้มีสภาพเป็นพาหนะเก่า โทรม และสกปรก โดยเฉพาะกับรถไฟชั้น 3 ที่แทบไม่ได้ปรับปรุงใหม่ เพราะถ้าปรับปรุงก็ต้องเพิ่มต้นทุน เพิ่มราคา ซึ่งเกิดการคัดค้านจากคนหลายกลุ่ม ทำให้รายได้ไม่สามารถเติบโตได้อย่างที่ควรจะเป็น และยังมีปัญหาเรื้อรังอื่นๆ ภายในอีกมากมายท่ีรอการสะสาง ซึ่งทุกวันนี้การพัฒนารางและสถานีเริ่มเดินหน้าไปไกลมาก ระบบทางคู่ขยายไปหลานเส้นทาง และมีการตัดเส้นทางใหม่ๆ เพิ่ม แต่ในส่วนของขบวนรถกำลังเจอปัญหาไม่พอใช้งานและ Overload สูง ซึ่งถ้าจัดหาเพิ่มไม่ได้ประสิทธิภาพการให้บริการจะยิ่งแย่ลงในอนาคต
https://www.facebook.com/share/18StUjfJ2M/?mibextid=wwXIfr
ภาพโดย : โรงเรียนวิศวกรรมรถไฟ
เครื่องล้างรถโดยสารอัตโนมัติ ที่เคยใช้งานในย่านสถานีกรุงเทพในช่วง 20 ปีก่อน
รถสปรินเตอร์ขณะนำลงจากเรือบรรทุกสินค้าที่ท่าเรือคลองเตย ปี 2534
รถไฟสปรินเตอร์ สมัยที่นำเข้ามาในไทยใหม่ๆเมื่อปี 2534 ในภาพเป็นพิธีเปิดเดินรถสปรินเตอร์สายกรุงเทพ เชียงใหม่
หลายคนน่าจะเกิดไม่ทัน เมื่อปี 2530 รถไฟไทยมีการให้เอกชนทำตู้โดยสารร่วมให้บริการ โดยเป็นของบริษัท เชิดชัยดีเซลราง จำกัด
โดยเป็นของบริษัท เชิดชัยดีเซลราง จำกัด หรือว่า "เชิดชัยทัวร์" ในปัจจุบัน โดยนำบริการแบบที่เราคุ้นเคยบนรถทัวร์ทุกวันนี้ใช้กับระบบรถไฟตั้งแต่เมื่อเกือบ 40 ปีที่แล้ว ทั้งระบบปรับอากาศ อาหาร เครื่องดื่ม ชา กาแฟ ระบบความบันเทิงภายในตู้โดยสาร ซึ่งถือว่าสะดวกสบายมากในยุคนั้น
โดยช่วงปี 2530-2539 เป็นยุคทองทองของการพัฒนารถไฟไทยก็ว่าได้ มีการนำเข้ารถขบวนใหม่ๆ เข้ามาเสริมทัพอย่างต่อเนื่อง ซึ่งรถไฟสปรินเตอร์ที่นำมาให้บริการขบวนด่วนพิเศษ ก็นำเข้ามาใหม่ๆ เมื่อปี 2534 เดินรถสายกรุงเทพฯ - เชียงใหม่
ชุดพนักงานรถไฟในยุคนั่นดูดีไม่ต่างกับแอร์โฮสเตส และการรถไฟฯ กลายเป็นหน่วยงานที่หลายคนเก่งๆ อยากสอบเข้าไปทำงาน
แต่หลังจากนั้นรถไฟไทยก็ค่อยๆ ถอยหลังลงจากเหตุผลทางการเมือง รถไฟถูกกดศักยภาพเอาไว้ให้เป็นบริการเพื่อคนจน
ห้ามขึ้นราคาแม้ว่าต้นทุนจะปรับเพิ่มขึ้น ทำให้สภาพคล่องการรถไฟเผชิญปัญหาขาดทุนสะสมเรื้อรัง หัวรถจักร และตู้โดยสารก็ขาดการปรับปรุงซื้อใหม่มาทดแทน
ทำให้มีสภาพเป็นพาหนะเก่า โทรม และสกปรก โดยเฉพาะกับรถไฟชั้น 3 ที่แทบไม่ได้ปรับปรุงใหม่ เพราะถ้าปรับปรุงก็ต้องเพิ่มต้นทุน เพิ่มราคา ซึ่งเกิดการคัดค้านจากคนหลายกลุ่ม ทำให้รายได้ไม่สามารถเติบโตได้อย่างที่ควรจะเป็น และยังมีปัญหาเรื้อรังอื่นๆ ภายในอีกมากมายท่ีรอการสะสาง ซึ่งทุกวันนี้การพัฒนารางและสถานีเริ่มเดินหน้าไปไกลมาก ระบบทางคู่ขยายไปหลานเส้นทาง และมีการตัดเส้นทางใหม่ๆ เพิ่ม แต่ในส่วนของขบวนรถกำลังเจอปัญหาไม่พอใช้งานและ Overload สูง ซึ่งถ้าจัดหาเพิ่มไม่ได้ประสิทธิภาพการให้บริการจะยิ่งแย่ลงในอนาคต
https://www.facebook.com/share/18StUjfJ2M/?mibextid=wwXIfr
ภาพโดย : โรงเรียนวิศวกรรมรถไฟ
เครื่องล้างรถโดยสารอัตโนมัติ ที่เคยใช้งานในย่านสถานีกรุงเทพในช่วง 20 ปีก่อน
รถสปรินเตอร์ขณะนำลงจากเรือบรรทุกสินค้าที่ท่าเรือคลองเตย ปี 2534
รถไฟสปรินเตอร์ สมัยที่นำเข้ามาในไทยใหม่ๆเมื่อปี 2534 ในภาพเป็นพิธีเปิดเดินรถสปรินเตอร์สายกรุงเทพ เชียงใหม่