JJNY : 5in1 เชื่อมั่นอุตฯมี.ค.69วูบ│เครือข่ายชาวสวนปาล์มบุกพณ.│ปชน.เร่งพลทหารอาสา│ปชน.บี้พักหนี้เกษตกร│เอกราชขอเชื่อมั่น

ดัชนีเชื่อมั่นอุตฯ มี.ค.69 วูบ พิษดีเซลพุ่งเกิน 40 บาท ดันต้นทุนการผลิต-ขนส่งอ่วม
https://www.matichon.co.th/economy/news_5687015
.

.
ดัชนีเชื่อมั่นอุตฯ มี.ค.69 วูบ พิษดีเซลพุ่งเกิน 40 บาท ดันต้นทุนการผลิต-ขนส่งอ่วม
.
เมื่อวันที่ 22 เมษายน นายนาวา จันทนสุรคน รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผย ถึงผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม ประจำเดือนมีนาคม 2569 ว่า ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม ประจำเดือนมีนาคม 2569 อยู่ที่ระดับ 88.6 ปรับตัวลดลงจากระดับ 90.0 ในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 สะท้อนแรงกดดันจากปัจจัยภายนอกและต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น
.
นายนาวา กล่าวว่า การปรับตัวลดลงมีสาเหตุหลักจากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกา อิสราเอล และอิหร่าน รวมถึงการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้ราคาพลังงานและค่าขนส่งปรับตัวสูงขึ้น กระทบต้นทุนการผลิตของภาคอุตสาหกรรม อีกทั้งยังกระทบต่อการส่งออกไปยังภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยเฉพาะสินค้าในกลุ่มยานยนต์ เครื่องปรับอากาศ และผลิตภัณฑ์ไม้
.
นายนาวา กล่าวว่า ขณะเดียวกัน ราคาน้ำมันดีเซลปรับเพิ่มขึ้นแตะ 40.74 บาทต่อลิตร ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 เพิ่มขึ้น 36.07% จากเดือนก่อนหน้า ส่งผลให้ต้นทุนในภาคขนส่ง ภาคเกษตร และภาคอุตสาหกรรมเพิ่มสูงขึ้น อีกทั้งยังเกิดปัญหาการขาดแคลนน้ำมันในสถานีบริการบางพื้นที่ กระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจ นอกจากนี้ ภาคอุตสาหกรรมยังเผชิญภาวะขาดแคลนวัตถุดิบ (Supply Shock) อาทิ เม็ดพลาสติก เคมีภัณฑ์ บรรจุภัณฑ์ และอะลูมิเนียม ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้น และกดดันให้ผู้ประกอบการต้องพิจารณาปรับราคาสินค้า รวมถึงทำให้กระบวนการขนส่งล่าช้า
.
นายนาวา กล่าวว่า พร้อมกันนี้ ค่าระวางเรือปรับตัวสูงขึ้นจากสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะค่าเบี้ยประกันความเสี่ยงและค่าธรรมเนียมส่วนเพิ่ม (Surcharge) รวมถึงปัญหาสินค้าตกค้างที่ไม่สามารถขนส่งไปยังประเทศในอ่าวเปอร์เซียได้ ยิ่งเพิ่มภาระต้นทุนแก่ผู้ประกอบการ อย่างไรก็ตาม ในเดือนมีนาคมยังมีปัจจัยสนับสนุนจากมาตรการยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับค่าซื้ออุปกรณ์และติดตั้งระบบพลังงานแสงอาทิตย์ (โซลาร์เซลล์) ที่มีผลตั้งแต่วันที่ 3 มีนาคม 2569 ถึง 31 ธันวาคม 2571 ช่วยกระตุ้นอุปสงค์ในกลุ่มสินค้าโซลาร์เซลล์และระบบกักเก็บพลังงาน รวมถึงการจัดงานแสดงสินค้าและกิจกรรมส่งเสริมการขาย อาทิ งาน Bangkok International Motor Show 2026 ระหว่างวันที่ 25 มีนาคม–5 เมษายน 2569 และงานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 49 ระหว่างวันที่ 19–22 มีนาคม 2569 ซึ่งช่วยกระตุ้นกำลังซื้อในอุตสาหกรรมยานยนต์ วัสดุก่อสร้าง และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง
.
นายนาวา กล่าวว่า อีกทั้ง มาตรการเพิ่มสัดส่วนการผสมไบโอดีเซล B7 และการกำหนดราคาน้ำมัน E20 ให้ต่ำกว่า E10 ประมาณ 5 บาทต่อลิตร ยังช่วยสนับสนุนห่วงโซ่อุปทานเชื้อเพลิงชีวภาพ ขณะที่ค่าเงินบาทอ่อนค่าลง 5.55% จากวันที่ 27 กุมภาพันธ์ ถึง 31 มีนาคม 2569 มาอยู่ที่ 32.99 บาทต่อดอลลาร์ จากการแข็งค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐและความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ส่งผลดีต่อภาคการส่งออก
.
นายนาวา กล่าวว่า จากการสำรวจผู้ประกอบการ 1,311 ราย ครอบคลุม 48 กลุ่มอุตสาหกรรม พบว่า ปัจจัยที่มีความกังวลเพิ่มขึ้น ได้แก่ ราคาพลังงาน 71.9% เศรษฐกิจโลก 69.8% เศรษฐกิจในประเทศ 57.7% และอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ 21.4% ขณะที่ความกังวลที่ลดลง ได้แก่ อัตราแลกเปลี่ยน 43.8% นโยบายภาครัฐ 33.6% และการเข้าถึงสินเชื่อ 24.8% ส่วนดัชนีคาดการณ์ในช่วง 3 เดือนข้างหน้า อยู่ที่ระดับ 95.9 ลดลงจาก 97.4 ในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 โดยผู้ประกอบการยังคงกังวลต่อความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่มีแนวโน้มยืดเยื้อ ซึ่งจะกดดันห่วงโซ่อุปทาน โลจิสติกส์ ภาคการผลิต และภาคการท่องเที่ยวของไทย นอกจากนี้ ค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ (Ft) งวดเดือนพฤษภาคม–สิงหาคม 2569 มีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นแตะระดับประมาณ 4 บาทต่อหน่วย ตามทิศทางราคาพลังงาน ส่งผลให้ต้นทุนภาคอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น
.
นายนาวา กล่าวว่า ขณะเดียวกัน การชะลอตัวของอุปสงค์จากประเทศคู่ค้าในแถบอ่าวเปอร์เซีย โดยเฉพาะสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และซาอุดีอาระเบีย อาจกดดันการส่งออกไทย โดยเฉพาะสินค้าในกลุ่มยานยนต์ อาหาร เครื่องปรับอากาศ เครื่องประดับ และผลิตภัณฑ์ไม้ อย่างไรก็ตาม ภาครัฐอยู่ระหว่างเตรียมออกมาตรการเฉพาะกลุ่ม (Targeted Policy) เพื่อบรรเทาผลกระทบจากวิกฤตพลังงาน ลดภาระต้นทุนของภาคธุรกิจ และรักษาเสถียรภาพการผลิต
.
นายนาวา กล่าวว่า ทั้งนี้ ส.อ.ท. มีข้อเสนอแนะต่อภาครัฐ ได้แก่ 1. เสนอให้ภาครัฐพิจารณาปรับลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันเชื้อเพลิง ควบคู่กับการใช้กลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อพยุงราคาน้ำมันดีเซล รวมถึงการกำกับดูแลไม่ให้มีการกักตุนน้ำมันหรือฉวยโอกาสขึ้นราคาเพื่อบรรเทาผลกระทบต่อต้นทุนของภาคอุตสาหกรรมโดยเฉพาะ SMEs และภาคขนส่ง 2. ขอให้ภาครัฐเร่งส่งเสริมมาตรการประหยัดพลังงานและสนับสนุนการรวมกลุ่มขนส่ง (Pool Logistics) รวมทั้งการบริหารจัดการเที่ยววิ่งขากลับ (Backhauling Management) เพื่อลดการวิ่งรถเที่ยวเปล่าซึ่งจะช่วยลดต้นทุนขนส่ง 3. เสนอให้ภาครัฐพิจารณาระงับการส่งออกเศษเหล็ก เศษอะลูมิเนียม และเศษกระดาษ เพื่อรักษาปริมาณวัตถุดิบไว้ใช้ภายในประเทศ พร้อมเร่งพัฒนาระบบฐานข้อมูลวัตถุดิบในประเทศและแหล่งวัตถุดิบทางเลือก เช่น เม็ดพลาสติก โดยจัดทำเป็น Dashboard เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการบริหารจัดการวัตถุดิบและลดผลกระทบจาก Supply Shock
.

.
เครือข่ายชาวสวนปาล์มบุกกระทรวงพาณิชย์ ร้องศุภจี ช่วยแก้ราคาร่วง ขายจริงต่ำกว่าต้นทุน
https://www.matichon.co.th/economy/news_5687140
.
เครือข่ายชาวสวนปาล์มบุกกระทรวงพาณิชย์ ร้องศุภจี ช่วยแก้ราคาร่วง ขายจริงต่ำกว่าต้นทุน
.
วันที่ 22 เมษายน เครือข่ายชาวสวนปาล์มและลานเทภาคใต้ เข้ายื่นหนังสือถึง นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เรียก ขอให้แก้ราคาปาล์มร่วงหลังรัฐคุมการส่งออกน้ำมันปาล์ม โดยนายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เป็นผู้รับหนังสือแทน
.
นายมนัส พุทธรัตน์ ประธานสมาพันธ์ชาวสวนปาล์มน้ำมันแห่งประเทศไทย ระบุว่า หลังจากรัฐเข้มงวดในการออกประกาศ กกร.เรื่องการส่งออกปาล์ม ที่ต้องขออนุญาติ เป็นการกดดันราคาในประเทศ จากเดิมที่อยู่ที่กิโลกรัมละจาก 8.90 บาท ขณะนี้ เหลือเพียง 6-7บาท แล้วแต่พื้นที่ ขณะที่ต้นทุนเพิ่มขึ้น ทั้งค่าแรง ปุ๋ย น้ำมัน และค่าขนส่ง ปัจจุบันต้นทุนการผลิตอยู่ที่ 7-8 บาทต่อกิโลกรัม ราคาที่ขายได้ไม่สอดคล้องกับต้นทุน โดยในบางพื้นที่ เช่น ภาคกลาง เกษตรกรขายผลปาล์มได้เพียงประมาณ 6 บาทต่อกิโลกรัม
.
โดยตั้งข้อสังเกตถึงความโปร่งใสในการกำหนดราคารับซื้อของโรงงาน ซึ่งมีการปรับลดราคาลงอย่างต่อเนื่องวันละ 20–40 สตางค์ ทำให้เกิดข้อกังวลเรื่องความเป็นธรรมในระบบ จึงขอเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกรมการค้าภายใน เข้าไปตรวจสอบกลไกการกำหนดราคาและการรับซื้อ
.
โดยที่ชาวสวนปาล์มบางคนเสนอให้มีการนำปาล์มไปใช้ในภาคพลังงานมากขึ้น ทั้งการใช้ B7, B10 และ B20เพื่อดึงราคาปาล์มพร้อมขยายปั้มและหัวจ่ายที่รองรับน้ำมัน
.
ด้านนายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า พร้อมรับข้อเสนอชาวสวนปาล์มไปพิจารณา ทั้งการตรวจสอบกลไกของโรงสกัด การรับซื้อ และการเพิ่มการใช้ในส่วนของพลังงาน
.
การการส่งออกน้ำมันปาล์ม แม้กำหนดให้ต้องขออนุญาติส่งออกแต่ขณะนี้ได้ผ่อนคลายเงื่อนไขต่างๆ ให้สะดวกขึ้นในขั้นตอนการขออนุญาต ที่ผ่านมาได้กำหนดกรอบการส่งออกไว้ 2 แสนตัน ขณะนี้มีการขออนุญาตส่งออกกว่า 9 หมื่นตัน
.
ส่วนราคาผลปาล์มที่ปรับตัวลดลงในช่วงที่ผ่านมานั้น มาจากความผันผวนด้านพลังงานโลกทำให้น้ำมันปาล์มดิบในตลาดโลกปรับตัวลดลงไม่ได้มาจากการคุมการส่งออกน้ำปาล์มดิบขณะนี้น้ำมันปาล์มดิบหรือ ซีพีโอ อยู่ที่ลิตรละ 39 บาท แต่มาเลเซียอยู่ที่ลิตรละ 36 ทำให้ราคาส่งออกมีความผันผวน
.
ส่วนกรณีการปรับขึ้นราคาน้ำมันปาล์มบรรจุขวดนั้น ยืนยันว่า เป็นการปรับราคาในกรอบเดิมที่มีการยื่นขอไว้ก่อนหน้านี้ และมีเพียงรายเดียวที่อนุญาตให้ปรับตามต้นทุน
.

.
ปชน.เร่งบรรจุนโยบายพลทหารอาสา ในงบร่างงบฯปี 70 หวังมีผลปีนี้ ยันช่วยเพิ่มประสิทธิภาพกองทัพ
https://www.matichon.co.th/politics/news_5687210
.
ปชน.เร่งบรรจุนโยบายพลทหารอาสา ในงบร่างงบฯปี 70 หวังมีผลปีนี้ ยันช่วยเพิ่มประสิทธิภาพกองทัพ
.
เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2569 ที่รัฐสภา นายเอกราช อุดมอำนวย สส.กทม. พรรคประชาชน แถลงเร่งรัดนโยบายพลทหารอาสาว่า ได้รับการร้องเรียนจากประชาชน เพราะในช่วงที่มีการเกณฑ์ทหารที่ผ่านมา พบมีชายไทยที่เข้ารับการเกณฑ์ทหาร ซึ่งอาศัยอยู่ที่ต่างประเทศ ไม่สามารถพูดภาษาไทยได้ แต่กลับถูกบังคับให้เกณฑ์ทหาร ส่งผลให้ประสบปัญหาการใช้ชีวิตในค่ายทหาร และจะเป็นอุปสรรคต่อการเข้ารับการตรวจเลือก
.
ดังนั้น จึงขอกดดันไปยังรัฐบาลว่า หากร่างกฎหมายรับราชการทหารของพรรคประชาชน ได้รับการขับเคลื่อนจนสำเร็จจะทำให้เกิดการสมัครใจมากขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับการผลักดันนโยบายพลทหารอาสาของรัฐบาล ที่นโยบายดังกล่าว มีการเพิ่มเงินเดือนพลทหารเป็น 12,000 บาทนั้น มีการใช้งบประมาณอยู่ในร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่าย ประจำปี 2570 จึงอยากให้นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ชี้แจงว่า นโยบายนี้ดำเนินการไปถึงขั้นตอนใดแล้ว
.
ขณะที่ นาวา กิตติพงษ์ ปิยะวรรณโณ สส.บัญชีรายชื่อ กล่าวว่า ข้อมูลการเกณฑ์ทหาร ช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา จากการเปิดรับของกองทัพทั้งหมด 84,000 คน พบสมัครใจแบบออนไลน์และสมัครใจหน้างาน รวมกันประมาณ 49,000 นาย ถือเป็นยอดที่เกินกว่านโยบายพลทหารอาสาที่รัฐบาลกำหนดไว้ว่าจะรับ 25,000 นายต่อปีไปแล้ว
.
นอกจากนี้ การให้พลทหารอาสาปฏิบัติหน้าที่ 4 ปี จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ สร้างความชำนาญในการปฏิบัติหน้าที่หน้าแนวมากกว่าปัจจุบันที่ให้ปฏิบัติหน้าที่เพียงแค่ 6 เดือน-2 ปี จึงต้องการเร่งรัดให้นโยบายนี้เกิดขึ้นเร็วที่สุด และหากเป็นไปได้ควรดำเนินการภายในปีนี้
.
นายเอกราช กล่าวอีกว่า อยากให้เร่งมีการบรรจุนโยบายในงบประมาณปี 2570 เพื่อให้ปีงบประมาณถัดไปสามารถดำเนินการได้ทันที หากรัฐบาลนิ่งเฉยก็เท่ากับว่า รัฐบาลไม่จริงใจ เนื่องจากการแถลงโยบาย นายกรัฐมนตรีเป็นคนพูดเองว่าพูดแล้วทำ เรื่องนี้จึงต้องจับตาเป็นพิเศษว่า จะมีการเกี๊ยเซียะอย่างไร พร้อมย้ำว่า จะมีการตรวจสอบทุกขั้นตอน โดยจะดูเป็นขั้นๆ ในชั้นกรรมาธิการงบประมาณฯ ก่อนที่จะมีการพิจารณาว่าจะมีการยกระดับหรือไม่
.
นายเอกราช ยังกล่าวถึงผู้อารยขัดขืนการเกณฑ์ทหารว่า เป็นเรื่องปัจเจกบุคคล แม้สิ่งที่ทำจะเป็นสิ่งผิดกฎหมาย แต่ต้องรอคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เนื่องจากกลุ่มดังกล่าวมีการยื่นเรื่องร้องไปแล้ว ทั้งนี้ในปัจจุบันพบว่า มีผู้อารยขัดขืน 2 ท่านเท่านั้น
.
ส่วนผู้ขัดขืนการบังคับเกณฑ์ทหาร ได้อ่านแถลงการณ์ระบุว่า ไม่ได้มีเจตนาหลีกเลี่ยงการรับใช้ชาติ เพียงแต่มองว่าสามารถรับใช้ชาติได้ด้วยวิธีการอื่น ที่จะช่วยพัฒนาชาติในด้านอื่น และยกระดับกองทัพให้มีประสิทธิภาพ แม้จะขัดต่อกฎหมาย แต่ยินดีรับผล เพราะจะต่อสู้คดีเพื่อให้เกิดการยกเลิกการจำกัดเสรีภาพโดยปราศจากการสมัครใจ โดยเปลี่ยนเป็นทหารสมัครใจทั้งหมดแทน
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่