The Last Ep. หงสาวดีซีรีส์ ดราม่าเข้ม ให้ 9 เต็ม 10

ชื่นชมนักแสดงไทย และตากล้อง ที่ทำให้ผลงานไต่ขึ้นระดับพรีเมี่ยม
ผู้กำกับ คอสตูม ผู้เขียนบท และอื่นๆ
สำหรับวรรคทอง "คนเราควรตายด้วยน้ำมือใครดี" เป็นประเด็นที่ตรึงใจ
มังจีชวา "จะปล่อยให้เจ้าต้องตายด้วยมือไพร่พลได้เช่นไร"
พระนเรศ "หากข้าต้องตายด้วยมือเจ้าพี่ ก็ไม่เสียดาย"

ความเห็นส่วนตัว คือ ประเด็นเรื่อง การเสียสละเพื่อชาติ จางไปหน่อย
ถ้าใครจะเป็นนักรบ ไม่ใช่เพียงเพราะ เขากระหายการรบ หรือ เขาถนัดรบ
แต่เขาอาจจะเป็นคนธรรมดา ที่ต้องฝึกการรบ เพื่อให้คนส่วนมาก ได้อิสภาพและสันติ

พระนเรศ คือ เด็กผู้ชายที่เติบโตมา กับเรื่องเล่า ว่า เสด็จยายของพระองค์ สิ้นพระชนม์บนหลังช้าง
เติบโตท่ามกลางการได้พบเห็นคนไทยถูกทำร้าย และได้รับการฝึกฝนในพม่า

ไม่ค้าน ถ้าประพันธ์บนข้อสันนิษฐาน ว่า พระนเรศ กับ มังจีชวา เติบโตมาด้วยกัน รักกันราวกับพี่น้อง
แต่การสิ้นพระชนม์ ของพระอุปราชเมืองพม่า สถานการณ์สนามรบ
เรามองว่า พระนเรศวร เสียพระทัย และทรงให้สร้างพระสถูป สมจริงและบางที ความเยือกเย็น
จะทำหน้าที่ได้มากกว่าการเบ่งพลังทางการแสดง ในการที่จะบอกว่า กำลังเสียใจสุดๆ
จึงไม่จำเป็นต้องเล่นใหญ่ ขนาดลงจากหลังช้างมาประกบ มาคล้ายๆ ซีนในตำนานของคู่กรรม

ในยุทธหัตถี ตอนที่ช้างเสยช้างคู่ต่อสู้ และได้ที ทำให้สามารถเงื้อมพระแสงขอได้
เรามองว่า นี่คือ ซีนเอกลักษณ์ในตำนานสมเด็จพระนเรศวร
พระนเรศวร และพระเจ้าตากสิน มีบทบาทคล้ายคลึงกัน คือ การกอบกู้เอกราช
พระนเรศวร เอกลักษณ์ คือ ศาสตร์การต่อสู้บนหลังช้าง
พระเจ้าตากสิน "คืนนี้กินข้าวแล้วเราจะทุบหม้อข้าว ทิ้งสเบียง จะได้กินข้าวอีกที เมื่อเรารบชนะ
ตีเมืองจันทร์ได้ ถ้าแพ้ ก็ยอมตาย (ไม่มีไข่เหลือในตะกร้า)"

หัวใจสำคัญของการเป็นนักรบที่ยิ่งใหญ่ คือ ชนะแล้ว คนไทยได้เอกราช  
สู้เพื่อความอยู่รอดของคนนับล้าน นับว่ายอมสละชีพเพื่อมหาชน

แต่สำหรับซีรีย์เวอร์ชั่นนี้ ค่อนข้างจะมองการรบ เป็นเรื่องปัจเจกบุคคล และความสัมพันธ์ส่วนตัว
ไม่ได้ชูประเด็น ยอมตายเพื่อชาติ  สู้เพื่อปลดแอกผู้คนจำนวนมาก และการขัดแย้งในหน้าที่เพื่อชาติ
ของเด็กชายสองคนที่เติบโดมาด้วยกัน ประเด็นการทำหน้าที่อย่างเสียสละ มีการกล่าวถึง
แต่ยังมีน้ำหนักสู่ความสัมพันธ์ระหว่างตัวละครเอก ที่ทำให้ตัวเรื่องดูแคบ แต่ลึก
อย่างไรก็ดี ยังมี message ใฝ่สันติภาพที่น่ายกย่อง  บทบรรทัดทอง ก็ไม่ขาดไปเสียทีเดียว

อย่ากังวลกับการเล่นใหญ่มาก จนลืมกรอบที่ว่า ในที่สุดแล้ว ตัวละครทุกตัว
แม้หัวใจแตกสลาย แต่ต่างต้องสวมหมวกแห่งหน้าที่
ตัวละคร พระเจ้านันทบุเรง ทรงเสียพระทัยได้  แต่ไม่น่าจะถึงขั้นเสียสติ
ทรงออกคำสั่งให้ทัพอื่นตามไปสมทบ ก็เพื่อปกป้องพระโอรส ซึ่งเป็นแม่ทัพ

เมื่อเล่นใหญ่ ขาดความน่าเชื่อ ว่านี่คือ ชนชั้นกษัตริย์ ที่เติบโตมาจากการบ่มเพาะให้เป็นชนชั้นสูงตั้งแต่เด็ก
เศร้าอย่างไร ก็ต้องเก็บทรงได้ พูดง่ายๆ คือ ผู้คุมอำนาจ จะไม่ใช้ดาบฟันใคร
พวกเขาถูกฝึกให้เป็นผู้คุมเกมและสั่งการ  

สำหรับซีนสุดท้าย มองว่า นักแสดงที่เด่นที่สุด และไม่รู้จะหักคะแนนตรงไหนเลย คือ นาย ณภัทร  (flawless)
เคยเขียนชมตรี ตรี ภรภัทร เต็งหนึ่งนักแสดงนำชายยอดเยี่ยม 2569

แต่สำหรับนาย เขาทำให้เรา Wow ทางความรู้สึก  เขาสามารถถ่ายทอดความเก็บกด
และความเป็นพี่ชาย ออกมาได้ดี  จนเราเสียน้ำตา
เขาดูไม่พยายาม ไม่เค้น ไม่ทำให้เราเหนื่อยกับซีนร้องไห้
แต่เราในฐานะคนดู รู้สึกสงสารตัวละครที่ไม่เคยขอให้ใครสงสารเขาเลย
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่