7 ดาบปริศนา [บทที่ 1 : ร้านขายดาบ]

กระทู้สนทนา
ตอนที่ผ่านมา

บทนำ

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

บทที่ 1 : ร้านขายดาบ
 
            พ.ศ. 2569

            แม้ปีนี้จะมีการเปลี่ยนแปลงหลากหลายอย่าง แต่ว่ายังมีบางอย่างที่ไม่ได้เปลี่ยนอะไร และยังคงอยู่ปะปนกับคนทั่วไป

            ผู้ใช้ปราณ

            เทคโนโลยีจะพัฒนาไปเช่นไร หลายสิ่งหลายอย่างถูกแทนด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำยุคสักแค่ไหน แต่ยังผู้คนที่ยังฝึกฝนปราณปะปนอยู่ในสังคม เพียงแค่ไม่มีผู้ใดรับรู้ เพราะพวกเขาใช้ชีวิตอย่างเช่นคนปกติ

            แต่ไม่ใช่ทุกคน!

            ยังมีผู้ใช้ปราณที่ใช้ความสามารถนั้นออกมากระทำบางอย่างที่ไม่เหมาะไม่ควร ด้วยเหตุนี้ในกลุ่มของผู้ใช้ปราณจึงได้จัดสร้างหน่วยงานฉากหลังไว้คอยจัดการดูแล

            หน่วยนี้มีทั้งหมด 13 หน่วย แบ่งหน้าที่เป็นสัดเป็นส่วน แยกย้ายกันจัดการเรื่องราวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจากผู้ใช้ปราณ จนสามารถควบคุมความสงบของเหล่าผู้ใช้ปราณที่ปะปนอยู่ในสังคมได้

            แต่แล้วสมดุลของการดูแลจัดการผู้ใช้ปราณโดยหน่วยทั้ง 13 นี้ได้เสียไป จากการปรากฏตัวของผู้ครอบครองดาบปริศนา

            ดาบปริศนาเป็นดาบที่ตกทอดมาจากยุคเดียวกับปราณตั้งแต่โบราณ  มีทั้งหมด 7 เล่ม กล่าวกันว่าเป็นเทพศาสตราที่พิสดารพันลึก ยิ่งถ้าผู้ครอบครองเป็นผู้ใช้ปราณแล้ว ยิ่งทวีความร้ายกาจของดาบยิ่งขึ้นอีก

            ดังนั้น ทั้ง 13 หน่วย แม้จะเป็นหน่วยงานที่ขึ้นตรงจากที่เดียวกัน แต่เบื้องหลังต่างพยายามตามหาดาบปริศนานี้ เพื่อนำไว้ครอบครองและเสริมอานุภาพให้กับหน่วยของตน

           
 
            ร้านขายดาบ

            ปกติแล้วร้านขายดาบไม่ได้มีมากมายหลายแห่งนัก เพราะยุคสมัยที่ปืนหาได้ไม่ยาก ผู้คนไม่ได้พกพาดาบไปไหนต่อไหนอย่างเช่นยุคก่อนแล้ว ร้านนี้จึงแทบเรียกได้ว่าเป็นร้านเดียวแห่งเดียวของกรุงเทพมหานครก็ว่าได้ ซ้ำยังมีขนาดไม่ใหญ่อีกด้วย

            แน่นอนว่าที่นี่มักจะไร้ลูกค้า นาทีปีหนจะมาสักคน แต่วันนี้กลับมีผู้หนึ่งเข้ามาในร้านขายดาบ

            คนผู้นี้ผลักประตูเดินตรงเข้าร้านมา เธอไว้ผมมัดรวบด้านหลังเป็นหางม้า แต่งกายในชุดแจ็คเก็ตวอร์มสีฟ้าอ่อน ใส่กางเกงขายาวสีดำ โดยที่ขาซ้ายคล้ายพันรอบไว้ด้วยแถบโลหะสีเงินไว้

            หากบรรยายว่า “เธอ” ย่อมเป็นผู้หญิง

            ผู้หญิงคนนี้อายุไม่น่าเกิน 20 ปี หรือไม่ก็หน้าตาอ่อนเยาว์กว่าปกติจนดูเป็นเด็กกว่าอายุจริง

            “ยินดีต้อนรับครับคุณคนสวย”

             เสียงของผู้นั่งอยู่ที่โต๊ะในร้านขายดาบดังขึ้น ชายผู้นี้เอาสองมือเท้าคางจ้องมองหญิงสาวที่เดินเข้าร้านมาด้วยสายตาหยาดเยิ้ม

            หญิงสาวมองเขาตอบ ชายคนนี้รูปหน้าคมคาย แต่ดวงตาตี่เล็ก ทรงผมแสกยาวมาปิดสองข้างแก้มแล้วจากนั้นเขาก็ลุกขึ้นจากโต๊ะ ผายมือไปยังตู้โชว์ดาบในร้าน แล้วบอกต่อว่า

            “ร้านเรานำเข้าดาบจากต่างประเทศ และรับทำอาวุธมีคมทุกชนิดอย่างถูกกฎหมาย คุณคนสวยสนใจตรงไหน บอกผมได้เลยครับ”

            “ฉันมาหาเจ้าของร้าน”

            ชายหนุ่มมองเธอ “เจ้าของร้านน่ะหรือครับ ผมนี่แหละเจ้าของร้านนี้”

            “อย่าโกหกกันดีกว่า ถ้านายเป็นเจ้าของร้านนี้ ฉันก็คงผิดหวังล่ะ” เธอยังจ้องไปที่เขา

            “ผิดหวังกันเลยเหรอ ไม่มั้ง...”

            พูดจบ ชายหนุ่มก็ก้าวเท้าอย่างนุ่มนวลและอ่อนช้อย เคลื่อนไหวสลับไปมาหลายทิศทางจนเห็นเป็นหลายร่าง และมีบางครั้งคล้ายจะหมายเข้ามาโจมตีเธอ

            “เท้าท่องคลื่น... วิชาไม่ธรรมดาเลยนี่” หญิงสาวกล่าวขณะที่เห็นการเคลื่อนไหวของเขา

            ท่าเท้าท่องคลื่น เป็นวิชาตัวเบาขั้นสูงจากสำนักสราญรมย์ เป็นการก้าวเท้าตามหลักผังแปดทิศ ทำให้เคลื่อนไหวได้อย่างรวดเร็ว หลบหลีกได้แนบเนียน จนดูเป็นร่างแยกหลายร่าง  

            “แต่... มันก็แค่นั้น”

            จังหวะหนึ่งที่ชายตาตี่ก้าว หญิงสาวตอบรับด้วยท่าก้าวในลักษณะใกล้เคียงกัน แล้วยื่นขาของตัวเองขวางทางไว้จนเขาสะดุดล้มลงไป

            “โห คุณคนสวยร้ายนี่หว่า” เขาพูดใส่เธอทันทีที่ล้มลง

            “นั่นเพราะนายยังฝึกไม่ถึงขั้น วิชาเท้าท่องคลื่นมันเป็นวิชาตัวเบาสายหลบหลีก หลอกล่อให้ผู้โจมตีเข้ามาไปผิดทาง เคล็ดวิชานี้มีว่า เคลื่อนไหวไร้กฎเกณฑ์ เฉกเช่นคับขันคล้ายปลอดภัย เร่งหยุดยากกำหนด ดุจมุ่งหน้าดั่งหวนกลับ แล้วนายดันเอาวิชาหลบหลีกมาโจมตี ยิ่งถ้าฝึกยังไม่ถึงระดับสูง มันย่อมอ่านทางได้ง่ายเป็นธรรมดา” หญิงสาวอธิบาย

            ชายหนุ่มมองเธอในท่าล้มลงนั้นด้วยแววตาประหลาดใจ ไม่คาดคิดว่าเธอจะรู้จักวิชานี้

            “คุณคนสวยรู้เคล็ดวิชาเท้าท่องคลื่นนี้ด้วยเหรอ?”

            “ไม่เชิงว่ารู้ แค่เคยปะทะกับคนที่ใช้วิชานี้มาก่อน เลยรู้ว่าท่าเท้าท่องคลื่นของนายมันระดับต่ำเตี้ยเรี่ยดินมาก”

            “โห เล่นเอาผมเขินเลย แค่ทดสอบนิดหน่อยนะครับคุณคนสวย” ชายหนุ่มลุกขึ้นมายืนแล้วพูดต่อ “ผมชื่อ แม็กซ์ เป็นแค่ลูกน้องเฝ้าร้านระดับล่างธรรมดาของหน่วยที่ 11 เท่านั้นเอง คุณคนสวยคงมาตามเทียบเชิญใช่ไหมล่ะ”

            หญิงสาวพยักหน้ารับ “ใช่ ฉันชื่อ หลิน ร้านขายดาบนี้เป็นที่ทำการของหน่วยที่ 11 สินะ ฉันมาตามเทียบเชิญใบนี้”

            พูดจบเธอก็หยิบการ์ดใบหนึ่งออกจากกระเป๋ากางเกง แล้วร่อนไปทางแม็กซ์

            แม็กซ์ยกมือขึ้นรับการ์ดที่ร่อนใบนั้นมา การ์ดใบนี้ถ้ามองภายนอกจากไม่เห็นตัวอักษรหรือภาพใด ๆ ทั้งนั้น เพียงแต่ต้องมองด้วยวิชาพิเศษเท่านั้นจึงจะเห็นข้อความ

            ซึ่งเมื่อโคจรลมปราณภายในร่างกายจะปรากฏ ข้อความขึ้นมาบนการ์ดนี้

            “ขอเชิญท่านร่วมเป็นสมาชิกของหน่วยที่ 11 ของเรา โปรดมายังร้านขายดาบแล้วถามหาเจ้าของร้าน ตามพิกัดนี้...”

            โดยที่ใต้ข้อความนี้มีลงชื่อว่า อรัญ หัวหน้าหน่วยที่ 11

             “แล้วเจ้าของร้านอยู่ไหม” หลินถามต่อ

            “ตอนนี้ท่านติดภารกิจ จึงมอบหมายให้ฉันและคนอื่น ๆ มาช่วยกันทดสอบเธอเพื่อรับเข้าหน่วยที่ 11” แม็กซ์ตอบ

            “คนอื่น ๆ ?” หลินงง เพราะในร้านมีแค่แม็กซ์คนเดียว

            ไม่สิ ที่ด้านหลังหลินตอนนี้ปรากฏว่ามีชายอีกสองคนยืนอยู่ใกล้ ๆ เธอ

            “เฮ้ย!!” พอหลินรู้สึกตัวได้ก็สะดุ้งทันที แล้วขยับออกห่างทั้งสองที่ด้านหลัง

            มาอยู่ด้านหลังเราโดยที่เราไม่รู้ตัวแบบนี้ ไม่ธรรมดาเลย...

          ทั้งสองจ้องมองหลิน คนแรกไว้ผมสั้นเกรียน รูปร่างกำยำสูงใหญ่ราวกับนักกล้าม อีกคนเป็นชายตัวเล็กที่สวมผ้าโพกหัว โดยทั้งสองต่างสะพายกระบอกพลาสติกไว้กลางหลัง

            “สมาชิกใหม่ของหน่วยเราหรือ” ชายรูปร่างสูงใหญ่เอ่ยขึ้น “ยินดีต้อนรับนะครับ ผมชื่อ กิจจา แต่จะเรียกสั้น ๆ ว่ากิจก็ได้”

            “มาอยู่หน่วยนี้เหนื่อยหน่อยนะ” ชายตัวเล็กสวมผ้าโพกหัวพูดขึ้นบ้าง “แต่ดูจากท่าร่างก้าวตอนจัดการแม็กซ์เมื่อกี้ คงช่วยงานได้เยอะเลย ฉันชื่อ วุธ นะ”

            “สวัสดีค่ะ พี่กิจ พี่วุธ” หลินยกมือไหว้ทั้งสองคน แล้วถามต่อว่า “พวกพี่ ๆ มีอะไรจะทดสอบอีกคะ?”

            “ทดสอบเหรอ?” วุธทวนคิด คล้ายไม่ได้คิดมาก่อน “นั่นสิ จะทดสอบอะไรดี”

            “เอางี้ไหมวุธ” กิจจาพูดต่อ “ไหน ๆ ก็มีภารกิจเข้ามาพอดี เราพาน้องไปด้วย จะได้ทดสอบหน้างานจริงไปเลย”

            “เป็นความคิดที่ดี” วุธยิ้มรับ แล้วหันไปหาหลิน “ไง พร้อมไปลุยงานกันหรือยัง”

            “ได้ค่ะ หนูพร้อมแล้ว”

            พูดจบทั้งหมดก็ออกจากร้านขายดาบไป
           

 
            หลังจากทั้งหมดออกจากร้านขายดาบไปแล้ว แม็กซ์ยังอยู่ร้านก็เดินมายังด้านหน้าของร้าน แล้วเอ่ยขึ้นมาทั้งที่ไม่มีใครอยู่เบื้องหน้าของตน

            “ดู ๆ ไปก็หลินก็น่าจะใช้ได้นะครับ”

            ไม่ได้มีเสียงใดตอบกลับมา แม็กซ์ยังพูดต่อว่า

            “แล้วไม่ไปช่วยทำภารกิจด้วยหรือครับหัวหน้า หรือว่าอยากอยู่เป็นเพื่อนผมเฝ้าร้านดาบ”

            ไม่มีเสียงพูดตอบอีก แต่คราวนี้ได้ยินเสียงคล้ายคนกำลังดูดน้ำด้วยหลอดดังขึ้นมาจากระเบียงชั้นสองของร้านขายดาบ

            แล้วแม็กซ์ก็บอกต่อว่า

            “ระดับหัวหน้าให้คนอื่นนำไปก่อนยังไงก็ตามทันอยู่แล้วใช่ไหมครับ เพราะคุณก็เร็วที่สุดในหน่วยที่ 11 นี่แล้ว ไม่ใช่สิ เรียกว่าเร็วที่สุดในทุกหน่วยเลยด้วยมั้ง”

            เสียงดูดน้ำชาเย็นด้วยหลอดดังตอบรับการพูดของแม็กซ์อีกครั้ง

 
(โปรดติดตามตอนต่อไป)
แก้ไขข้อความเมื่อ
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่