รีวิวจากผู้ใช้จริง: จับชน Samsung Tab A11 (8/128) vs Redmi Pad SE 8.7 (4/64)
ก่อนหน้านี้ผมตัดสินใจอยู่นานว่าจะเลือกแท็บเล็ตไซส์พกพาตัวไหนดี ระหว่าง Redmi Pad SE 8.7 หรือจะขยับงบไปเอา Samsung Tab A11 สุดท้ายผมจบที่
Tab A11 (รุ่น RAM 8GB) และพอดีพี่สาวใช้ Redmi Pad SE 8.7
อยู่ เลยได้ยืมมาเล่นพักใหญ่ๆ จึงขอเอามาเทียบกันในรีวิวนี้
ผมได้มันมาในราคา 5,4xx บาท จากแอปส้ม (คิดว่าควรถูกกว่านี้อีก ซัก 4,500 กำลังเหมาะสมกับประสิทธิภาพของมัน)
🔵 ฝั่ง Samsung Tab A11 (จุดแข็งสุดคือ ecosystem สำหรับคนใช้ samsung)
ข้อดีที่ดึงให้ยังอยู่ด้วยกัน:
Ecosystem คือเดอะแบก: ฟีเจอร์รับโทรศัพท์และ SMS ผ่านแท็บเล็ตได้เลยนี่คือที่สุดละ รับสายได้เนียนๆ รวมถึงอื่นๆ เช่น copy text ข้ามกันได้
มัลติทาสก์ทำงานจริงจังได้: แบ่งหน้าจอได้หลากหลาย คิดว่าในเรทราคานี้ แบรนด์นี้น่าจะแบ่งหน้าจอได้อิสระที่สุดแล้ว
อัปเดตยาว: Samsung การันตีอัปเดตให้ 7 ปี (ปัจจุบันตอนโพสต์ ใช้ one ui 8.0)
ใช้โทรศัพท์ได้เลย: สามารถยกแนบหูโทรแบบสมาร์ทโฟนปกติได้เลย
ข้อเสียที่ชวนหงุดหงิด:
แม้จะเป็น
RAM 8GB แต่จากการใช้งานจริงยังมีอาการหน่วงให้เห็น
จอหยาบ สีจืดชืด: แม้ตอนเปิดแอปดูหนัง ภาพมันจะดูคมและรับได้ (ฮาร์ดแวร์มันไหว) แต่การจูนซอฟต์แวร์ระบบมันแย่มาก พวก Control Center หรือแค่โลโก้ตอนบูทเครื่องยังแตกและเบลอเลย ทั้งๆที่ความละเอียดหน้าจอก็ใกล้เคียงกับ Redmi เพียงแต่ว่าใช้พาเนลจอคนละชนิดกัน (Samsung ใช้ TFT, Redmi ใช้ IPS)
เคาะ 2 ทีไม่เคยจะตื่น: อันนี้คือเรื่องซีเรียสสำหรับผมมากเพราะชอบใช้ฟีเจอร์นี้ แตะ 2 ครั้งเพื่อปลุกหน้าจอมันติดยากมาก ลองมาหมด ทั้งเล็งจุดเคาะ ทั้งปรับน้ำหนักมา สมมติกด 10 ครั้ง จะติดประมาณ 3 และเป็นตั้งแต่ยังไม่ติดฟิล์มเลย (เคยใช้ Tab S9 FE ก็อาการเดียวกัน)
90Hz ที่ไม่รู้สึกว่าลื่น: ตัวเลขรีเฟรชเรทเท่ากัน แต่เวลาสัมผัสปัดหน้าจอมันไม่ได้รู้สึกลื่นติดนิ้วเลย ยิ่งติดฟิล์มกระจกยิ่งรู้สึกฝืด
โดนตัดฟีเจอร์รัวๆ: หน้าตา UI อาจดูไม่ทันสมัยเมื่อเทียบกับคู่แข่ง และบางเมนูเข้าถึงค่อนข้างลึก และที่เสียดายสุดคือ
ไม่มี Circle to Search
ชาร์จช้าแต่ก็หมดช้านะ: ทำใจเรื่องชาร์จช้า แต่ตอนใช้งานดูหนัง ก็ไม่ได้หมดไว ได้เรื่อย 7-8 ชั่วโมง ไหวอยู่
🔴 ฝั่ง Redmi Pad SE 8.7 (ม้ามืดที่อัปเดตซอฟต์แวร์แล้วพลิกชีวิต)
ตอนแรกที่ลองเล่นก่อนอัปเดต เครื่องมันแลคมาก แลคไม่ไหว จนตัดสินใจหนีไปสั่ง Samsung Tab A11 ระหว่างรอของมาส่ง เล่น Redmi อยู่ เข้าไปดูหน้าอัปเดตมันมีให้กดเลยลองกดอัปเดตเป็น HyperOS 3 ดู... นานหน่อย แต่พออัปเสร็จ มันลื่นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จนค่อนข้างน่าประทับใจ
ข้อดีที่ทำเอาแอบเสียดาย:
ซอฟต์แวร์สมูท: HyperOS 3 ทำแอนิเมชันตอนสลับแอปและการทัชสกรีนลื่นขึ้นแบบผิดหูผิดตา RAM 4GB แต่ให้ความรู้สึกลื่นกว่า RAM 8GB ของ Samsung อย่างชัดเจน
จอภาพกินขาด: แม้สเปคความละเอียดจะใกล้เคียงกัน แต่การใช้พาเนลจอ IPS ทำให้สีสันและมุมมองดีกว่า ภาพดูสบายตาและคมกว่าในความรู้สึก
UX/UI ทันสมัย: หน้าตาระบบดูสวย ใช้งานง่าย
เคาะ 2 ทีตื่นเป๊ะๆ: สั่งปลุกหน้าจอไม่เคยพลาด มาทุกครั้ง แตะปุ๊บตื่นปั๊บ
เสียงดี: ลำโพงให้เสียงมาดี คุ้มเกินราคาค่าตัว
ข้อเสียที่ต้องยอมรับ:
ทำ Multi-window (แบ่งหน้าจอ) แบบ Samsung ไม่ได้ แม้จะพอมีวิธีซิกแซ็กแต่ก็ลำบากเกิน
น้ำหนักเครื่องหนักกว่านิดหน่อย
เรื่องอัปเดตระยะยาวไม่แน่ใจว่าจะไปได้ไกลแค่ไหน
ไม่มี Circle to Search เหมือนกัน
ฟีเจอร์โทรศัพท์ไม่แน่ใจว่าแนบหูโทรได้ไหม
สรุปทิ้งท้าย: ถ้าหวังพึ่ง Ecosystem ต้องการแท็บเล็ตมาช่วยรับสายหรือทำงานร่วมกับมือถือหลัก(ที่เป็น Samsung) Tab A11 ตอบโจทย์ฟังก์ชันนั้นได้ดีที่สุด แลกกับการต้องทนความหงุดหงิดเวลาทัชสกรีนและ UI ที่แอบหน่วง
แต่ถ้าหาแท็บเล็ตไว้ดูหนังเสพคอนเทนต์เพียวๆ เน้นความลื่นไหลติดนิ้ว จอสีสวยๆ โดยไม่ได้สนเรื่องฟีเจอร์แชร์นู่นนี่ข้ามเครื่อง Redmi Pad SE 8.7 ที่อัปเดต HyperOS 3 แล้ว คือตัวจบที่ให้ประสบการณ์การใช้งานที่ดีกว่าในราคาที่ถูกกว่าครับ!
รีวิวนี้เขียนขึ้นจากประสบการณ์ใช้งานจริงของผมคนเดียว เผื่อใครกำลังตัดสินใจจะได้เห็นภาพรวมทั้งหมดครับ บางคนอาจจะมองว่าราคานี้ได้แค่นี้ก็คุ้มแล้ว แต่สำหรับผม เมื่อนำไปเทียบกับตัวเลือกอื่นในตลาดที่ราคาต่ำกว่าแต่กลับจัดการระบบพื้นฐาน (เช่น การทัชสกรีนและความลื่นไหล) ได้ดีกว่าอย่างเห็นได้ชัด เลยมีความเสียดายนิดหน่อย ถือว่าเป็นความคิดเห็นส่วนตัว แชร์ๆข้อมูลกันครับ
จริงๆในเรตราคา 3,000 - 5,000 ตอนแรกมองตัวอื่นไว้อีกหลายตัวมากๆ เช่น
1. Alldocube iplay 60 mini pro - สเปคดีแต่รีวิวหลายคนบอกว่ามีปัญหา QC สายแพจอไม่ดี บางทีสัมผัสส่วนล่างๆไม่ติด บางคนบอกเข้าแอป Netflix, Disney+ ไม่ได้ เห็นว่ามันแก้ได้ ต้องปรับแต่งนิดหน่อย เช่น ถอดซิม/sd card ออก ตัวเลือกนี้เลยตัดออก ทั้งที่สเปคจอมันดีมากเลย
2. Honor pad x7 - จอสวย สเปคสูสี Redmi แต่ขอผ่านเพราะเรื่อง UI แม้ระบบจะเป็น MagicOS แต่โดนตัดฟีเจอร์ซะจน Control Center และหน้าตาระบบดูคล้าย Pure Android โล้นๆ มากเกินไป ส่วนตัวชอบ UI ที่มีลูกเล่นและปรับแต่งได้มากกว่านี้ครับ
อัปเดตเพิ่มเติมเรื่อง Redmi Pad SE 8.7: สำหรับฟีเจอร์แบ่งหน้าจอ (Split Screen) ในการใช้งานปกติ เดาว่าระบบมันล็อกไว้ไม่ให้ทำครับ เพื่อรักษาความลื่นไหลของเครื่อง แต่ไปเจอทริคมาว่ามันสามารถทำได้ผ่านแอป Chrome โดยเลือกคำสั่ง 'หน้าต่างใหม่' ระบบถึงจะยอมแบ่งจอให้
[CR] รีวิว Samsung Galaxy Tab A11 Ram8/128 LTE ให้คะแนน 7/10
ก่อนหน้านี้ผมตัดสินใจอยู่นานว่าจะเลือกแท็บเล็ตไซส์พกพาตัวไหนดี ระหว่าง Redmi Pad SE 8.7 หรือจะขยับงบไปเอา Samsung Tab A11 สุดท้ายผมจบที่ Tab A11 (รุ่น RAM 8GB) และพอดีพี่สาวใช้ Redmi Pad SE 8.7 อยู่ เลยได้ยืมมาเล่นพักใหญ่ๆ จึงขอเอามาเทียบกันในรีวิวนี้
ผมได้มันมาในราคา 5,4xx บาท จากแอปส้ม (คิดว่าควรถูกกว่านี้อีก ซัก 4,500 กำลังเหมาะสมกับประสิทธิภาพของมัน)
🔵 ฝั่ง Samsung Tab A11 (จุดแข็งสุดคือ ecosystem สำหรับคนใช้ samsung)
ข้อดีที่ดึงให้ยังอยู่ด้วยกัน:
Ecosystem คือเดอะแบก: ฟีเจอร์รับโทรศัพท์และ SMS ผ่านแท็บเล็ตได้เลยนี่คือที่สุดละ รับสายได้เนียนๆ รวมถึงอื่นๆ เช่น copy text ข้ามกันได้
มัลติทาสก์ทำงานจริงจังได้: แบ่งหน้าจอได้หลากหลาย คิดว่าในเรทราคานี้ แบรนด์นี้น่าจะแบ่งหน้าจอได้อิสระที่สุดแล้ว
อัปเดตยาว: Samsung การันตีอัปเดตให้ 7 ปี (ปัจจุบันตอนโพสต์ ใช้ one ui 8.0)
ใช้โทรศัพท์ได้เลย: สามารถยกแนบหูโทรแบบสมาร์ทโฟนปกติได้เลย
ข้อเสียที่ชวนหงุดหงิด:
แม้จะเป็น RAM 8GB แต่จากการใช้งานจริงยังมีอาการหน่วงให้เห็น
จอหยาบ สีจืดชืด: แม้ตอนเปิดแอปดูหนัง ภาพมันจะดูคมและรับได้ (ฮาร์ดแวร์มันไหว) แต่การจูนซอฟต์แวร์ระบบมันแย่มาก พวก Control Center หรือแค่โลโก้ตอนบูทเครื่องยังแตกและเบลอเลย ทั้งๆที่ความละเอียดหน้าจอก็ใกล้เคียงกับ Redmi เพียงแต่ว่าใช้พาเนลจอคนละชนิดกัน (Samsung ใช้ TFT, Redmi ใช้ IPS)
เคาะ 2 ทีไม่เคยจะตื่น: อันนี้คือเรื่องซีเรียสสำหรับผมมากเพราะชอบใช้ฟีเจอร์นี้ แตะ 2 ครั้งเพื่อปลุกหน้าจอมันติดยากมาก ลองมาหมด ทั้งเล็งจุดเคาะ ทั้งปรับน้ำหนักมา สมมติกด 10 ครั้ง จะติดประมาณ 3 และเป็นตั้งแต่ยังไม่ติดฟิล์มเลย (เคยใช้ Tab S9 FE ก็อาการเดียวกัน)
90Hz ที่ไม่รู้สึกว่าลื่น: ตัวเลขรีเฟรชเรทเท่ากัน แต่เวลาสัมผัสปัดหน้าจอมันไม่ได้รู้สึกลื่นติดนิ้วเลย ยิ่งติดฟิล์มกระจกยิ่งรู้สึกฝืด
โดนตัดฟีเจอร์รัวๆ: หน้าตา UI อาจดูไม่ทันสมัยเมื่อเทียบกับคู่แข่ง และบางเมนูเข้าถึงค่อนข้างลึก และที่เสียดายสุดคือ ไม่มี Circle to Search
ชาร์จช้าแต่ก็หมดช้านะ: ทำใจเรื่องชาร์จช้า แต่ตอนใช้งานดูหนัง ก็ไม่ได้หมดไว ได้เรื่อย 7-8 ชั่วโมง ไหวอยู่
🔴 ฝั่ง Redmi Pad SE 8.7 (ม้ามืดที่อัปเดตซอฟต์แวร์แล้วพลิกชีวิต)
ตอนแรกที่ลองเล่นก่อนอัปเดต เครื่องมันแลคมาก แลคไม่ไหว จนตัดสินใจหนีไปสั่ง Samsung Tab A11 ระหว่างรอของมาส่ง เล่น Redmi อยู่ เข้าไปดูหน้าอัปเดตมันมีให้กดเลยลองกดอัปเดตเป็น HyperOS 3 ดู... นานหน่อย แต่พออัปเสร็จ มันลื่นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จนค่อนข้างน่าประทับใจ
ข้อดีที่ทำเอาแอบเสียดาย:
ซอฟต์แวร์สมูท: HyperOS 3 ทำแอนิเมชันตอนสลับแอปและการทัชสกรีนลื่นขึ้นแบบผิดหูผิดตา RAM 4GB แต่ให้ความรู้สึกลื่นกว่า RAM 8GB ของ Samsung อย่างชัดเจน
จอภาพกินขาด: แม้สเปคความละเอียดจะใกล้เคียงกัน แต่การใช้พาเนลจอ IPS ทำให้สีสันและมุมมองดีกว่า ภาพดูสบายตาและคมกว่าในความรู้สึก
UX/UI ทันสมัย: หน้าตาระบบดูสวย ใช้งานง่าย
เคาะ 2 ทีตื่นเป๊ะๆ: สั่งปลุกหน้าจอไม่เคยพลาด มาทุกครั้ง แตะปุ๊บตื่นปั๊บ
เสียงดี: ลำโพงให้เสียงมาดี คุ้มเกินราคาค่าตัว
ข้อเสียที่ต้องยอมรับ:
ทำ Multi-window (แบ่งหน้าจอ) แบบ Samsung ไม่ได้ แม้จะพอมีวิธีซิกแซ็กแต่ก็ลำบากเกิน
น้ำหนักเครื่องหนักกว่านิดหน่อย
เรื่องอัปเดตระยะยาวไม่แน่ใจว่าจะไปได้ไกลแค่ไหน
ไม่มี Circle to Search เหมือนกัน
ฟีเจอร์โทรศัพท์ไม่แน่ใจว่าแนบหูโทรได้ไหม
สรุปทิ้งท้าย: ถ้าหวังพึ่ง Ecosystem ต้องการแท็บเล็ตมาช่วยรับสายหรือทำงานร่วมกับมือถือหลัก(ที่เป็น Samsung) Tab A11 ตอบโจทย์ฟังก์ชันนั้นได้ดีที่สุด แลกกับการต้องทนความหงุดหงิดเวลาทัชสกรีนและ UI ที่แอบหน่วง
แต่ถ้าหาแท็บเล็ตไว้ดูหนังเสพคอนเทนต์เพียวๆ เน้นความลื่นไหลติดนิ้ว จอสีสวยๆ โดยไม่ได้สนเรื่องฟีเจอร์แชร์นู่นนี่ข้ามเครื่อง Redmi Pad SE 8.7 ที่อัปเดต HyperOS 3 แล้ว คือตัวจบที่ให้ประสบการณ์การใช้งานที่ดีกว่าในราคาที่ถูกกว่าครับ!
รีวิวนี้เขียนขึ้นจากประสบการณ์ใช้งานจริงของผมคนเดียว เผื่อใครกำลังตัดสินใจจะได้เห็นภาพรวมทั้งหมดครับ บางคนอาจจะมองว่าราคานี้ได้แค่นี้ก็คุ้มแล้ว แต่สำหรับผม เมื่อนำไปเทียบกับตัวเลือกอื่นในตลาดที่ราคาต่ำกว่าแต่กลับจัดการระบบพื้นฐาน (เช่น การทัชสกรีนและความลื่นไหล) ได้ดีกว่าอย่างเห็นได้ชัด เลยมีความเสียดายนิดหน่อย ถือว่าเป็นความคิดเห็นส่วนตัว แชร์ๆข้อมูลกันครับ
จริงๆในเรตราคา 3,000 - 5,000 ตอนแรกมองตัวอื่นไว้อีกหลายตัวมากๆ เช่น
1. Alldocube iplay 60 mini pro - สเปคดีแต่รีวิวหลายคนบอกว่ามีปัญหา QC สายแพจอไม่ดี บางทีสัมผัสส่วนล่างๆไม่ติด บางคนบอกเข้าแอป Netflix, Disney+ ไม่ได้ เห็นว่ามันแก้ได้ ต้องปรับแต่งนิดหน่อย เช่น ถอดซิม/sd card ออก ตัวเลือกนี้เลยตัดออก ทั้งที่สเปคจอมันดีมากเลย
2. Honor pad x7 - จอสวย สเปคสูสี Redmi แต่ขอผ่านเพราะเรื่อง UI แม้ระบบจะเป็น MagicOS แต่โดนตัดฟีเจอร์ซะจน Control Center และหน้าตาระบบดูคล้าย Pure Android โล้นๆ มากเกินไป ส่วนตัวชอบ UI ที่มีลูกเล่นและปรับแต่งได้มากกว่านี้ครับ
อัปเดตเพิ่มเติมเรื่อง Redmi Pad SE 8.7: สำหรับฟีเจอร์แบ่งหน้าจอ (Split Screen) ในการใช้งานปกติ เดาว่าระบบมันล็อกไว้ไม่ให้ทำครับ เพื่อรักษาความลื่นไหลของเครื่อง แต่ไปเจอทริคมาว่ามันสามารถทำได้ผ่านแอป Chrome โดยเลือกคำสั่ง 'หน้าต่างใหม่' ระบบถึงจะยอมแบ่งจอให้
CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้