แบบไหนที่เรียกว่าญาติ

กระทู้สนทนา
เรามีที่แปลงนึงไม่ใหญ่ 1งาน34ตารางวา ที่แปลงนี้เราไม่ได้ซื้อแต่เป็นสมบัติที่พ่อกับแม่ได้ซื้อไว้ตั้งแต่เรายังเล็ก จนมาวันนึ่งพ่อกับแม่เลิกกัน พ่อเรามีครอบครัวใหม่แม่ก็เช่นกัน จนวันนึ่งเราเรียนจบ เรามีสามี ทางแม่และยายก็ให้ไปแบ่งจากคนอื่น โอน รางวัด โดยเป็นชื่อของเรา ที่นี้ห่างจากถนนใหญ่ 1 โล 200 เมตร พอเรารางวัดเสร็จก็เกิดปัญหาคือสามีน้าเราพาพวกไปดูดยาบ้าในบ้าน ซึ่งอยู่ในที่ของเราแต่บ้านเป็นชื่อพ่อ เราก็กลัวเจ้าบ้านจะมีปัญหาพอเราทราบเรื่องจากยายเราก็ขายบ้านแบ่ง โดยแบ่ง ยาย พ่อ และ แม่ 3 ส่วน บ้านหลังนี้ทำจากไม้เก่า เลยขายได้ราคา 30000 พอมาไม่นานน้าคนเดิมก็ขอแม่เราให้หลานเข้าไปเลี้ยงไก่ พอสักพักก็สร้างเล้าเลี้ยงแพะ ไม่นานก็สร้างรั้ว เพื่อกั้นพื้นที่แต่นำรถมาจอด ทั้งหมดนี้คือขอแม่เรา แต่พอเห็นพี่(แม่เรา)มีโรงน้ำก็อยากจะสร้างโรงน้ำในที่ของเรา ซึ่งขอยายเราโดยฝากบอกเราเรารู้เลยบอกว่าถ้าสร้างจะยึดนะถ้าจะเอาคืน พอพ่อเรามีปัญหาเราก็จะให้มาอยู่ในที่ๆดินนี้ น้าคนเดิมก็บอกว่าจะมาอยู่ยังไงหลานสาวกำลังโต เราก็ไม่ได้ไร เพราะเราโตมากับครอบครัวยาย ซึ่งมีน้าคอยเลี้ยงด้วย มาปี 69 นี้ป้าและลุงฝั่งพ่อเราเกิดปัญหาคือโดนจ้างออกเราเลยบอกแม่กับยายว่าจะให้ป้ากับลุงมาอยู่ๆน้าก็จะฝั่งเสาปลูกบ้านทันที เราเลยรู้สึกไม่โอเคร เพราะเคยบอกแล้วว่าจะเก็บที่แปลงนี้ไวเผื่อใครมีปัญหาจะได้มาอยู่ พอน้ามาบอกจะฝั่งเสา เราเลยไปดูกฎหมายของ นส.3ก ว่าอย่างไร ซึ่งระบุไว้ชัดว่าเขาสามารถครอบครองได้ตั้งแต่ปีแรกแล้ว และ เราก็ปล่อยให้เขาทำเยอะ เราไม่แอะใจเลยเพราะเขาไม่เคยขอกับเรา เพราะเขาเห็นว่ายาย และ แม่เราใจดี เราเลยบอกว่าให้ออกพร้อมกับย้ายของออกไปด้วย เขาไม่พอใจ ต่อมาเราเห็นว่าเขาก็ทำไปเยอะแล้วเราเลยบอกว่าทำสัญญาไหมเขาก็ดึงดันจะออก ก่อนแรกเราจะปล่อยรอดูแต่เราคิดว่ายังไงเขาก็ไม่น่าจะออก เพราะเขาขอทำโน้นทำนี้เรื่อย เลยบอกจะขาย 4 แสน เขาบอกแพงไป เราเลยบอกว่า แสน 8 เขาบอกไม่มีเงิน ทีนี้เราเลยบอกว่า แสน 6 เขาบอกจะจ่ายสดแต่สิ้นปี 69 เราเลยคิดว่าคนแบบนี้มันจะดึงเวลา เราเลยให้ผ่อนสิ้นปีต้องโอน เขาไมพอใจ ทั้งๆที่เขามีทองใส่ทั้งผัวทั้งเมีย ยายกับบอกว่าเขาใส่ของปลอม แต่เห็นใส่จะปีละ ของปลอมก็ต้องลอกบ้าง การไม่พอใจของเขาตัดญาติกับเราและแม่ แต่แม่ก็ไม่ตัด แต่สำหรับเราตัด เพราะเขาเอาเรื่องสมัยเรายังเรียนมาทวงบุญคุณ คือ ตอนนั้นเราอยู่กับพ่อๆไม่มีเวลาดูเราจนโจรขึ้นบ้านโทรศัพท์และเงินเราหาย มันเลยทำให้เราหนีตาม ผู้ชายไป และ แม่เรารู้เรื่องเลยให้ญาติเราโดยมีน้าคนนี้ตามเราด้วย ซึ่งมันก็เป็นเรื่องที่ร้ายแรงอยู่ แต่เรากับมาก็ยังติดต่อกับผู้ชายคนนี้ ซึ่งประโยคที่น้าคนนี้พูด คือ ถ้าจะเอากันขนาดนี้  เขาไม่เรียกว่าพี่น้องกัน ครอบครัว เดียวกันหรอก    งงงงคิดถึงแต่ก่อนบ้างใหมที่ทุกคนออกตามหางงงงแล้วเอางงงงกับมา  ทุกคนห่วงงงงง พากันตามหางงงง ไม่อย่างนั้นชีวิตงงงไม่มาถึงขนาดนี้หรอก #ฝากไว้ไห้คิด  กูก็แก่แล้ว  ไม่ใช่เพื่อนเล่นงงงง  พูดท่านั้นท่านี้  กูไม่ขอเป็นครอบครัวนี้แล้ว  แต่ที่ดินแปลงนี้ก็ให้เขาทำโน้นทำนี้โดยที่เราไม่ทำสัญญา ทั้งๆที่แฟนบอกว่าให้ทำสัญญา แต่เราเห็นว่าเป็นญาติกันเราเลยไม่ทำ จนมา วท.3/4/69 เขาได้พูดกับเราแบบนี้ ซึ่งเราก็พยายาม สร้างเนื้อตัวสรัางตัว จนเรามีที่ 3 ไร่ (ซื้อเงินสด) มีรถมอไซค์ 3 คัน x-max300 1 คัน ทองเก็บร่วม 10 บาท รถดีแม็ค 1 คัน เรากู้เรียน ป.ตรี เราก็ส่งจนหมด เราทำงานด้วยเรียนด้วยตอน ปวช.3 รวมไปถึง ปวส.1-2 และ ป.ตรี จนทุกวันนี้จะไปเที่ยวไหนก็ได้ไป เขาก็พอแปลกๆตอนที่เห็นเราเขาพูดว่า ไปเที่ยวไหนไปเที่ยวทำไมต้องลง ซึ่งหลังจากที่น้าคนนี้ไปรับเรากับมาเราติดต่อกับผู้ชายที่เราหนีไปด้วย จนเราเรียน ปวส.3 พ่อเราบอกว่าให้แฟนมาจะฝากให้ทำงานดีๆเจริญก้าวหน้าเขาก็ไม่เอาถึงน้าไม่ไปเราก็ไม่ได้อยากอยู่กะจะให้ผู้ชายคนนั้นเพราะเรารู้สึกอยู่ด้วยแล้วลำบากและกะจะให้เขามาส่งเราอยู่แล้ว แต่ความเป็นแม่ที่เป็นห่วงลูกเขาเลยให้ญาติไปรับแต่เราก็ยังติดต่อกับเขาอยู่ซึ่งเขาไม่อยากจะเจริญก้าวหน้าใดๆ พ่อบอกว่าจะไม่ส่งเราเรียนแต่เรารักจะเรียนอยากรับปริญญา แฟนคนนั้นก็ไม่คิดจะส่งเราๆก็เลยย้ายไปอยู่กับแม่ๆก็บอกว่าจะไม่ส่งแต่จะหางานให้ทำ เขาให้เราลำบากคนเดียวทั้งๆที่เราก็บอกว่าเราอยากเรียน แม่บอกต้องส่งตัวเองเรียน ตั้งแต่ ปวช.3-ป.ตรี จนมาเจอ ผู้ชายคนปัจจุบัน เขาไปรับไปส่งพร้อมกับส่งเราเรียนจนจบปริญญาตรี 2 ปี เติม คือ ป.ตรี ปี1-2 ซึ่งก่อนจะมาเจอผู้ชายปัจจุบันหลังจากที่เรากับมาก็คบกับผู้ชายคนนั่น 4 ปี คือ ปวช.3-ป.ตรี ปี 1 และ ผู้ชายคนปัจจุบันเขามีความฝันเหมือนกันกับเรา อยากมีบ้านอยากมีทุกอย่าง จนเรามีทั้งหมดที่เรากล่าวมาก่อนหน้านี้ เขาดีให้เราเก็บเงิน ที่ดิน รถ ทุกอย่างเป็นชื่อเรา งานที่เราทำก็ดีเงินขึ้นทุกปี โบนัสก็ได้ ไม่ใช่น้า เพราะถ้าเราเลือกทางผิดชีวิตเราก็คงไม่ดี ถ้าเราไม่พยายามเราก็คงไม่มี เพราะมีช่วงนึงพ่อป่วย พอดีเรามีเงินเก็บจบ ป.ตรี แล้วเราก็เอาเงินเก็บรักษาพ่อ ส่วนตัวเราคิดว่าเขาก็ไม่ใช่ญาติเช่นกัน เขาเห็นแก่ตัวเพราะเราก็บอกแล้วว่าที่ตรงนี้ใครเกิดปัญหาก็มาอยู่ได้ แต่ตัวน้าจะเอาเป็นสมบัติของตัวเอง ถ้าเขาเห็นว่าเราไม่ใช่ญาติเราก็รู้สึกกับเขาตั้งแต่รู้ว่าเขาจะฝั่งเสาเพื่อปลูกบ้านแล้ว ยายยังจะบอกว่าเขาฝั่งเสาเลี้ยงวัว ทั้งๆที่บอกกับแม่ว่าจะปลูกบ้าน เราอุตส่าห์วางแผนกลัวญาติไม่มีที่อยู่และก็กลัวตัวเองอยู่ในที่ๆซื้อไม่ได้ ดีที่เราคิดไว้แล้วว่าจะไม่ให้ใครลำบากญาติคนไหนก็ไม่ต้องจัดงานศพเราเพราะศพเราๆบริจาคไปแล้ว และตอนนี้ญาติฝั่งแม่ก็ตัดขาดเราพอดี รู้สึกว่าถ้าใครเป็นไรเราก็จะไม่ไปเหยียบ เพราะ แสนหก ผ่อน ตั้ง 27 เดือน เงินแค่นี้กับมีปัญหาและที่ดินแค่นี้ก็ยังเป็นปัญหา ล่าสุด วท.15/4/69 ขนาดไปเซ็นสัญญายังไม่ให้เข้าบ้านยาย ทั้งๆที่รับยายจากบ้านแม่เพื่อจะไปส่ง ยายซึ่งยายมาเที่ยวบ้านแม่ และประโยคนึงเขาบอกว่าเงินตั้งเยอะที่คิดเล็กคิดน้อยกับญาติ และยังบอกว่าเราหยิงมีเงินตั้งเยอะ ทั้งๆที่ก็เคยบอกจุดประสงค์ไปแล้ว และสมบัตินี้ก็เป็นชิ้นสุดท้ายของเรา พ่อก็ยังไม่รู้ว่าจำเป็นต้องขายไป เพราะผัวน้าบอกว่าใครที่ซื้อจะให้คนมาซื้ออยู่ไม่ได้ เราคิดในใจนะอยากให้ผัวน้าตายไวๆ ขนาดน้าเขายังโดนแตะโดนตีจนตอนนี้ลูกจะครบ 20 ปี แล้ว ลูกเขาเองก็ยังตอยจนตาปูด ซึ่งผัวน้าก็เป็นเพื่อนกับพ่อเรา ทุกคนคิดว่ายังไง กับเหตุการณ์นี้
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่