- โลกันต์ อย่าไปใช้คำว่า โลกันตร์ เลย
โลกันต์ นั้นเป็นคำสนธิของ โลกะ + อันตะ(สิ่งอันสิ้นสุด,ตัวตน) โดยโลกันต์นั้นหมายถึง ที่สุดของโลก ซึ่งเป็นความหมายตามความเชื่อทางศาสนาของโลกนรกขุมที่ลึกที่สุด ส่วน โลกันตร์ ที่มีการใช้ตามกันในปัจจุบันจะเป็นความหมายในแนว ช่องว่างของโลกหรือสภาพแยกชั้นของโลก
- พิเรน(อาจใช้พิเลน)ที่เป็นภาษาพูดที่หมายถึง แปลก,พิกล,ฯลฯ อย่าไปใช้คำว่า พิเรนทร์ เลย
เพราะ พิเรนทร์,วิรินทร์,วิรินทร,วรินทร,วิรินทิรา,พิรินทรา,พิเรนทรา,ฯลฯ เหล่านี้เป็นคำสนธิของ พีระ,วีระ + เอนทระ,อินทระ,อินทิระ หมายถึง ผู้กล้าหาญอันยิ่งใหญ่
- สมี(สะ-หมี)ที่เป็นภาษาทางสื่อมวลชนที่หมายถึงพระนอกรีต,พระที่ประพฤติผิด นั้นจะเป็นภาษาปาก,ภาษาสนทนาทางสื่อมวลชน แต่โปรดอย่าลืมความหมายของคำพ้องรูปภาษาบาลีสันสกฤตที่ใช้ว่า สมี(สะ-มี) ด้วย ซึ่งมีความหมายไปในทางตรงข้าม
โดย สมี(สะ-มี) สามี สวามี(สันสกฤต) สัมมี สัมโม สมณี สมโณ สมตี สมโต ฯลฯ เหล่านี้หมายถึง ผู้เป็นไปโดยสมหรือโดยชอบ ผู้สมควร ผู้เหมาะสม ฯลฯ
- สมศีลา นั้นแปลว่า การมีศีลโดยสมหรือโดยชอบ แต่ก็มีการแปลเป็นความหมายว่า ศีลเสมอกัน ซึ่งอาจทำให้มีความหมายต่างกันออกไป ทั้งนี้ถ้าใช้ความหมายว่าศีลเสมอกัน จะมีคำที่มีความหมายตรงๆของศีลเสมอกันคือ ดุลศีลา,ตุลศีลา
อย่างไรก็ตาม สม(สะ-มะ),สัมมะ นั้นอาจแปลว่า เสมอกัน,สมกัน เช่น นัตถิปัญญาสมอาภา ก็แปลว่า แสงสว่างเสมอกับ(สมกับ)ปัญญานั้นไม่มี
ฝากการใช้คำบางคำที่เกี่ยวกับศาสนาพุทธครับ เช่น โลกันต์ พิเรนทร์ สมี ฯลฯ
โลกันต์ นั้นเป็นคำสนธิของ โลกะ + อันตะ(สิ่งอันสิ้นสุด,ตัวตน) โดยโลกันต์นั้นหมายถึง ที่สุดของโลก ซึ่งเป็นความหมายตามความเชื่อทางศาสนาของโลกนรกขุมที่ลึกที่สุด ส่วน โลกันตร์ ที่มีการใช้ตามกันในปัจจุบันจะเป็นความหมายในแนว ช่องว่างของโลกหรือสภาพแยกชั้นของโลก
- พิเรน(อาจใช้พิเลน)ที่เป็นภาษาพูดที่หมายถึง แปลก,พิกล,ฯลฯ อย่าไปใช้คำว่า พิเรนทร์ เลย
เพราะ พิเรนทร์,วิรินทร์,วิรินทร,วรินทร,วิรินทิรา,พิรินทรา,พิเรนทรา,ฯลฯ เหล่านี้เป็นคำสนธิของ พีระ,วีระ + เอนทระ,อินทระ,อินทิระ หมายถึง ผู้กล้าหาญอันยิ่งใหญ่
- สมี(สะ-หมี)ที่เป็นภาษาทางสื่อมวลชนที่หมายถึงพระนอกรีต,พระที่ประพฤติผิด นั้นจะเป็นภาษาปาก,ภาษาสนทนาทางสื่อมวลชน แต่โปรดอย่าลืมความหมายของคำพ้องรูปภาษาบาลีสันสกฤตที่ใช้ว่า สมี(สะ-มี) ด้วย ซึ่งมีความหมายไปในทางตรงข้าม
โดย สมี(สะ-มี) สามี สวามี(สันสกฤต) สัมมี สัมโม สมณี สมโณ สมตี สมโต ฯลฯ เหล่านี้หมายถึง ผู้เป็นไปโดยสมหรือโดยชอบ ผู้สมควร ผู้เหมาะสม ฯลฯ
- สมศีลา นั้นแปลว่า การมีศีลโดยสมหรือโดยชอบ แต่ก็มีการแปลเป็นความหมายว่า ศีลเสมอกัน ซึ่งอาจทำให้มีความหมายต่างกันออกไป ทั้งนี้ถ้าใช้ความหมายว่าศีลเสมอกัน จะมีคำที่มีความหมายตรงๆของศีลเสมอกันคือ ดุลศีลา,ตุลศีลา
อย่างไรก็ตาม สม(สะ-มะ),สัมมะ นั้นอาจแปลว่า เสมอกัน,สมกัน เช่น นัตถิปัญญาสมอาภา ก็แปลว่า แสงสว่างเสมอกับ(สมกับ)ปัญญานั้นไม่มี