เรารู้สึกว่าเราถูกปฏิบัติเหมือนไม่ใช่ลูกแท้ๆของพ่อแม่ เรื่องมีอยู่ว่าตั้งแต่เด็กเรามีพี่สาวคนนึงที่เขาชอบทำงานหาเงินเอง ปิดเทอมก็หาเงินทำทุกวิถีทางที่ได้เงิน เราห่างกับพี่สาว 6 ปี ซึ่งเราจะได้ยินพ่อแม่เปรียบเทียบเรากับพี่สาวมาตลอด แม่จะชอบย้ำตลอดว่าเราเกิดมาในช่วงที่บ้านไม่ได้ลำบากเหมือนแต่ก่อน แต่ก่อนพี่สาวช่วยแม่ทุกอย่าง ช่วยทำสวน ช่วยนู่นนี่นั่น ตอนเด็กๆมันทำให้เรารู้สึกว่า เราต้องดีเท่าพี่สาวใช่ไหม แล้วที่แม่พูดมาขนาดนั้นแม่ต้องการจะสื่อว่าพี่สาวดีกว่าเราใช่ไหม ด้วยความที่ยังเด็กก็เลยคิดไปแบบนั้น แต่เท่าที่เราจะความได้ เรารีดเสื้อนร.ให้ตัวเองตั้งแต่ป.3 เพราะพ่อแม่ไม่เคยว่างดูเรา เราต้องอยู่กับย่ากับยายตั้งแต่เด็กๆ ข้าวเราก็เที่ยวหากินบ้านย่ากับบ้านยาย กลางคืนนอนไม่บ้านย่าก็บ้านยายสลับๆกัน เพราะว่าบ้านอยู่ในหมู่บ้านเดียวกันทุกหลังเลยไปมาง่าย ยังจำได้เมื่อตอนเด็ก ที่รร.จัดงานต่างๆพ่อแม่ก็ไม่เคยมาเยี่ยมเราไม่เหมือนเพื่อนคนอื่นที่พ่อแม่เขามาตลอด ไปส่งเราเรียนตอนเช้าก็ไม่มีใครไปส่ง เราต้องอาศัยนั่งรถพ่อเพื่อนไปเรียนด้วยทุกเช้า ตอนเช้าพอเข้าใจเพราะแม่เข้าสวนส่วนพ่อทำงานตจว. แต่ตอนเลิกเรียนนี่สิ บางวันเขาไม่ได้ไปไหน แต่เขาไม่รีบเร่งจะไปรับเราที่รร.เลย บางวันเราต้องเดินกลับบ้านเอง ระยะทาง2 โล คิดดูว่าเด็กอายุแค่ 7-8 ขวบต้องเดินกลับเอง มันรู้สึกยังไง บางวันก็พอได้นั่งรถพ่อเพื่อนกลับ เพราะเขาเห็นเราเดินกลับเขาเลยจอดรับไปส่งเราให้ เหตุการณ์เกิดขึ้นซ้ำๆจนเราจบป.6 พอเราโตขึ้น เราไม่เคยหวังอะไรเลยจากพ่อแม่เลย ไม่เคยหวังว่าเขาจะมาหาเราหรือไปรับเราอะไรที่ไหนเราไม่สนเลยเพราะตอนนั้นตอนที่เรายังเด็ก ยังต้องการความรัก เขาเลือกที่จะละเลยเรา
จนตอนนี้เราจบป.ตรีแล้ว เราทำงานไปด้วยเรียนไปด้วย เราเรียนห่างจากบ้าน พันกว่าโล เมืองที่เจริญที่สุดในไทย ซึ่งคนที่ส่งเสียเราคือพ่อ เขาให้เราใช้วันละ 100 บาท บวกกับกยศ.เดือนละ 3พัน ซึ่งมันไม่พอ ทำยังไงก็ไม่พอ ถามว่าบ้านจนขนาดนั้นเลยหรอ บอกเลยว่าไม่ แต่เราดันโชคร้ายที่มีพ่อขี้เหนียว เราเลยตัดสินใจทำงานไปเรียนไป เราเหนื่อยมากๆ แต่พวกเขาไม่เคยเห็นว่าเราเหนื่อยเลย ตอนแรกที่เขารู้ว่าเราทำงาน เขาโกรธเรามาก เขาว่าเราว่า ทำงานไปทำไมในเมื่อบ้านไม่ได้จน ใช่ไม่จนก็จริงแต่ถ้าไม่จนแล้วเราได้เงินอย่างสมเหตุสมผลเราก็คงไม่ทำงานหรอก
พอเรียนจบ เราตัดสินใจครั้งใหญ่คือแต่งงาน เพื่อที่จะแยกอยู่กับพวกเขา เราคิดว่าเรื่องจะจบแค่นี้แต่มันไม่ใช่ เราบอกว่าเราจะอยู่กับสามีนะอาจจะไม่ได้กลับบ้าน พวกเขาเลยบ่นยกใหญ่เลยว่าจะไปเช่าบ้านอยู่กันไปทำไมในเมื่อบ้านก็มี ไม่ต้องเสียค่าเช่า กลับมาอยู่บ้านดีกว่าไหม!! เราก็เลยโอเคได้ ด้วยความที่คิดถึงบ้านมากเพราะไม่ได้กลับบ้านมานานตั้งแต่ เรียนมหาลัย เราก็เลยตัดสินใจกลับบ้านไปลองอยู่บ้าน อยู่มาเกือบ2เดือน เราเริ่มรู้สึกว่าภาพในอดีตมันสะท้อนกลับมาอีกครั้ง รู้ไหมว่าเราต้องทำอะไรบ้างในบ้านนี้ เราต้องซักผ้าให้พวกเขา ต้องทำกับข้าวให้พวกเขา ต้องล้างจาน ต้องกวาดบ้าน ทั้งๆที่พี่สาวเราอยู่ด้วยแต่ไม่ได้ทำอะไรเลย ด้วยความที่พี่สาวทำงานมีเงินเดือน เขามีเงินให้พ่อแม่ ก็เลยถือเป็นข้ออ้างในการที่จะไม่ทำอะไรเลย เรารู้สึกไม่แฟร์มากๆ เราเสียใจมากในตอนเช้าที่แม่ตะโกนเรียกเรา บ่นเราที่ไม่ยอมล้างจานที่กินแล้วไม่ล้างตั้งแต่ตอนกลางคืนทั้งๆที่เป็นจานของพวกเขา ตามความคิดเราก็คือใครกินใครทำ ก็ควรล้างของตัวเองไม่ใช่หรอ แต่แม่เลือกที่จะโมโหใส่เราที่เราไม่ยอมลุกขึ้นไปล้างจานของพวกเขา อย่างวันที่เราออกไปข้างนอก เราไปไม่ถึง 5 นาที เราโดนโทรตามกลับไปทำกับข้าวทั้งๆที่พี่สาวก็อยู่ในห้อง ไม่ออกไปช่วยแม่ทำแต่แม่กลับไม่ว่าอะไรเลย ไม่แม้แต่จะเรียกออกจากห้องด้วยซ้ำ สามีเราก็บอกตลอดว่าเขาอยู่บ้านหลังนี้ไม่ได้แน่นอน แต่เขาโชคดีที่ต้องไปทำงานต่างจังหวัด เราเลยต้องอยู่บ้าน ทุกงานบ้านที่บางทีมันไม่ใช่หน้าที่ของเราด้วยซ้ำ อย่างแต่ก่อน ก่อนเราจะแยกตัวไปเรียนต่างจว. เสื้อผ้าพ่อแม่พี่สาว เราต้องเป็นคนซักให้ตลอดถ้าเราไม่ซักแม่ก็จะโมโหใส่เรา ช่วงเวลาที่เราได้ห่างจากบ้านไปเรียนไกลๆเป็นช่วงที่เรามีความสุขที่สุดแล้ว ผ่านไป4ปี เรากลับมาอีกทีพร้อมบทบาทภรรยาของคนอื่น เขาก็ยังเอาเปรียบเราเหมือนเดิม เราจะไปทำงานที่อื่นก็อ้างว่าไกล ต้องเสียค่าเช่าบ้านเยอะ พอเราจะไปอยู่บ้านแม่สามี ก็อ้างว่าไม่ดี เดี๋ยวมันจะมีปัญหา เราว่าอ้างไปเรื่อยเพราะอยากใช้เรา เราแค่ไม่เข้าใจที่ทำไมต้องลำเอียงกันขนาดนี้ เราก็ลูกนะ ไม่ใช่ทาส แม้แต่ตอนที่เราปวดหัว ปวดท้อง หรือป่วยอะไร เขาก็ไม่ฟังเราเลย ถ้าเขาบอกให้เราไปทำ เราก็ต้องทำ เขาไม่เคยแคร์ว่าเราจะไหวหรือจะเป็นตายร้ายดียังไงก็ไม่สน
ตอนนี้เราเลยตัดสินใจจะกลับไปต่างจังหวัด หางานทำใหม่ โดยที่ไม่กลับมาอีก จะกลับมาก็ตอนที่เรามีเงินมากพอที่จะซื้อบ้านหลังใหม่เพื่อที่จะอยู่แยกกับพวกเขา เรายอมพวกเขามาตลอด ครั้งนี้เราขอเห็นแก่ตัวบ้าง
อยากรู้ว่าเราผิดไหมที่รู้สึกแบบนี้ เราผิดไหมถ้าเราเลือกตัวเอง
แม่ลำเอียงหรือเราคิดไปเอง 🥺
จนตอนนี้เราจบป.ตรีแล้ว เราทำงานไปด้วยเรียนไปด้วย เราเรียนห่างจากบ้าน พันกว่าโล เมืองที่เจริญที่สุดในไทย ซึ่งคนที่ส่งเสียเราคือพ่อ เขาให้เราใช้วันละ 100 บาท บวกกับกยศ.เดือนละ 3พัน ซึ่งมันไม่พอ ทำยังไงก็ไม่พอ ถามว่าบ้านจนขนาดนั้นเลยหรอ บอกเลยว่าไม่ แต่เราดันโชคร้ายที่มีพ่อขี้เหนียว เราเลยตัดสินใจทำงานไปเรียนไป เราเหนื่อยมากๆ แต่พวกเขาไม่เคยเห็นว่าเราเหนื่อยเลย ตอนแรกที่เขารู้ว่าเราทำงาน เขาโกรธเรามาก เขาว่าเราว่า ทำงานไปทำไมในเมื่อบ้านไม่ได้จน ใช่ไม่จนก็จริงแต่ถ้าไม่จนแล้วเราได้เงินอย่างสมเหตุสมผลเราก็คงไม่ทำงานหรอก
พอเรียนจบ เราตัดสินใจครั้งใหญ่คือแต่งงาน เพื่อที่จะแยกอยู่กับพวกเขา เราคิดว่าเรื่องจะจบแค่นี้แต่มันไม่ใช่ เราบอกว่าเราจะอยู่กับสามีนะอาจจะไม่ได้กลับบ้าน พวกเขาเลยบ่นยกใหญ่เลยว่าจะไปเช่าบ้านอยู่กันไปทำไมในเมื่อบ้านก็มี ไม่ต้องเสียค่าเช่า กลับมาอยู่บ้านดีกว่าไหม!! เราก็เลยโอเคได้ ด้วยความที่คิดถึงบ้านมากเพราะไม่ได้กลับบ้านมานานตั้งแต่ เรียนมหาลัย เราก็เลยตัดสินใจกลับบ้านไปลองอยู่บ้าน อยู่มาเกือบ2เดือน เราเริ่มรู้สึกว่าภาพในอดีตมันสะท้อนกลับมาอีกครั้ง รู้ไหมว่าเราต้องทำอะไรบ้างในบ้านนี้ เราต้องซักผ้าให้พวกเขา ต้องทำกับข้าวให้พวกเขา ต้องล้างจาน ต้องกวาดบ้าน ทั้งๆที่พี่สาวเราอยู่ด้วยแต่ไม่ได้ทำอะไรเลย ด้วยความที่พี่สาวทำงานมีเงินเดือน เขามีเงินให้พ่อแม่ ก็เลยถือเป็นข้ออ้างในการที่จะไม่ทำอะไรเลย เรารู้สึกไม่แฟร์มากๆ เราเสียใจมากในตอนเช้าที่แม่ตะโกนเรียกเรา บ่นเราที่ไม่ยอมล้างจานที่กินแล้วไม่ล้างตั้งแต่ตอนกลางคืนทั้งๆที่เป็นจานของพวกเขา ตามความคิดเราก็คือใครกินใครทำ ก็ควรล้างของตัวเองไม่ใช่หรอ แต่แม่เลือกที่จะโมโหใส่เราที่เราไม่ยอมลุกขึ้นไปล้างจานของพวกเขา อย่างวันที่เราออกไปข้างนอก เราไปไม่ถึง 5 นาที เราโดนโทรตามกลับไปทำกับข้าวทั้งๆที่พี่สาวก็อยู่ในห้อง ไม่ออกไปช่วยแม่ทำแต่แม่กลับไม่ว่าอะไรเลย ไม่แม้แต่จะเรียกออกจากห้องด้วยซ้ำ สามีเราก็บอกตลอดว่าเขาอยู่บ้านหลังนี้ไม่ได้แน่นอน แต่เขาโชคดีที่ต้องไปทำงานต่างจังหวัด เราเลยต้องอยู่บ้าน ทุกงานบ้านที่บางทีมันไม่ใช่หน้าที่ของเราด้วยซ้ำ อย่างแต่ก่อน ก่อนเราจะแยกตัวไปเรียนต่างจว. เสื้อผ้าพ่อแม่พี่สาว เราต้องเป็นคนซักให้ตลอดถ้าเราไม่ซักแม่ก็จะโมโหใส่เรา ช่วงเวลาที่เราได้ห่างจากบ้านไปเรียนไกลๆเป็นช่วงที่เรามีความสุขที่สุดแล้ว ผ่านไป4ปี เรากลับมาอีกทีพร้อมบทบาทภรรยาของคนอื่น เขาก็ยังเอาเปรียบเราเหมือนเดิม เราจะไปทำงานที่อื่นก็อ้างว่าไกล ต้องเสียค่าเช่าบ้านเยอะ พอเราจะไปอยู่บ้านแม่สามี ก็อ้างว่าไม่ดี เดี๋ยวมันจะมีปัญหา เราว่าอ้างไปเรื่อยเพราะอยากใช้เรา เราแค่ไม่เข้าใจที่ทำไมต้องลำเอียงกันขนาดนี้ เราก็ลูกนะ ไม่ใช่ทาส แม้แต่ตอนที่เราปวดหัว ปวดท้อง หรือป่วยอะไร เขาก็ไม่ฟังเราเลย ถ้าเขาบอกให้เราไปทำ เราก็ต้องทำ เขาไม่เคยแคร์ว่าเราจะไหวหรือจะเป็นตายร้ายดียังไงก็ไม่สน
ตอนนี้เราเลยตัดสินใจจะกลับไปต่างจังหวัด หางานทำใหม่ โดยที่ไม่กลับมาอีก จะกลับมาก็ตอนที่เรามีเงินมากพอที่จะซื้อบ้านหลังใหม่เพื่อที่จะอยู่แยกกับพวกเขา เรายอมพวกเขามาตลอด ครั้งนี้เราขอเห็นแก่ตัวบ้าง
อยากรู้ว่าเราผิดไหมที่รู้สึกแบบนี้ เราผิดไหมถ้าเราเลือกตัวเอง