ปกติแล้วผมมักจะมีอคติกับการ์ตูนตะวันตก โดยเฉพาะของฝั่งอเมริกาเสมอครับ ด้วยภาพลักษณ์ที่ดูเลอะเทอะ ลายเส้นที่หลากหลายจนบางทีก็ถูกใจบ้างไม่ถูกใจบ้างสลับกันไป แต่สาเหตุหลักที่ไม่ชอบ เป็นเพราะผมมีภาพจำว่าการ์ตูนเหล่านี้มักจะเป็นแนวแก๊กเสียดสีที่เน้นมุกเหยียด ความรุนแรง หรือความน่าขยะแขยง
ภาพจำแย่ ๆ เหล่านี้ทำให้ผมต่อไม่ติดกับการ์ตูนฝั่งตะวันตกเลยครับ แบบว่าแค่มองหน้าก็เบือนหนีแล้ว ทั้งที่เมื่อก่อนผมก็เคยดู
Tom & Jerry ไล่ตีกัน ดู
My Little Pony ที่ไม่มีองค์ประกอบที่ผมเกลียดเลยสักอย่าง หรือแม้แต่
Ben 10 กับ
Avatar นี่ผมเคยถึงขั้น "เบียว" ด้วยซ้ำ (โดยเฉพาะภาค
Korra อย่าเพิ่งตีผมนะครับ ผมติดภาคนี้มาก) พอย้อนกลับไปคิดดู มันก็ไม่ได้แย่นี่หว่า แถมเราก็ดูมาตั้งหลายเรื่อง แล้วทำไมจู่ ๆ ถึงเริ่มอคติขึ้นมาได้?
คำตอบอาจเพราะภาพแรกที่ผมเห็นจาก
Adventure Time (AT) มันคือความไร้สาระขั้นสุด ตัวละครเล่นเลอะเทอะเกินไป คล้าย ๆ พวกแนว
ง้องแง้งกับเงอะงะ หรืออย่าง
The Simpsons ผมก็ไม่ค่อยเก็ตมุกด้วย พอเห็น AT มันดันไปสะกิดอคติตรงนั้นเข้าพอดี ผมเลยเบือนหนีมาตั้งนานตั้งแต่สมัยประถมโน่นเลยครับ
จนกระทั่งช่วงหนึ่งตอนเรียนมหาวิทยาลัย ผมได้กลับมาเปิดใจลองดูการ์ตูนตะวันตกอีกครั้ง เพราะเริ่มเอียนกับอนิเมะฝั่งญี่ปุ่นมาก ๆ ตอนนั้นผมค่อนข้างสะเทือนใจกับ
AoT (Attack on Titan) เพราะปกติไม่ค่อยชอบเรื่องดราม่ากดดัน เลือดสาด หรือแนวที่ไร้ทางออกจนหดหู่ แต่พอดีผมได้ไปฟังเพลงจากเรื่อง
Steven Universe แล้วสมองของผมก็เหมือนได้ "ปลดล็อก" การเหมารวมการ์ตูนตะวันตกไปเลย
ผมตั้งใจดูใน HBO GO อย่างจริงจัง ทั้งเพลง การเล่าเรื่อง ไดนามิกของตัวละคร และ Setting ของโลกมันถูกจริตและลงตัวไปหมด จนกลายเป็นการ์ตูนในดวงใจหลังจากดูจบภาค
Future และภาค
The Movie ผมพบว่าตัวเองชอบเรื่องราวที่มีเบื้องหลัง ตัวละครที่มีอดีตให้ต้องคิดและตีความ ชอบความแฟนตาซีที่จัดเต็ม รายละเอียดเล็ก ๆ ในพื้นหลัง และการเปลี่ยนแปลงของตัวละครที่เติบโตขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไปจนแทบไม่ทันสังเกต เป็นเรื่องราวที่เต็มไปด้วยปมที่น่าสนใจและแทรกความอบอุ่นใจไว้ข้างใน
สรุปก็คือ ผมชอบแนวสุขานิยมที่ตัวเอกมีความเป็นฮีโร่ เป็นคนดีที่มีศีลธรรมนำใจนั่นเองครับ
หลังจากจบ
Steven Universe และ Gravity Fall ผมก็ไม่ได้ตามเรื่องไหนต่อ กลับเข้าสู่โลกอนิเมะไปนั่งดู
Dr.Stone กับครอบครัว (เรื่องบ้านี่ดูซ้ำ 5 รอบก็ยังสนุก) และดูอีกเป็นสิบเรื่อง จนเริ่มเบื่ออีกรอบ...
แล้ว Adventure Time เข้ามาตอนไหน?
จังหวะชีวิตมันเวียนกลับมาที่การ์ตูนตะวันตกอีกครั้ง ตอนนั้นมีกระแส
Rick & Morty แต่ผมดูไปได้แค่สองตอนก็ปิดเลย เพราะรับนิสัยตัวเอกไม่ได้จริง ๆ แต่พอผมได้มาเจอ
Adventure Time อีกครั้ง ได้ดูตอนที่ 1 ในช่อง Boom บน Youtube แล้วกลับมานั่งคิดกับตัวเองว่า...
"นี่ผมพลาดของดีขนาดนี้ไปได้ยังไง?"
ผมทึ่งกับความฉลาดของพล็อตเรื่องตอนงานปาร์ตี้ซอมบี้ที่ดูวุ่นวายสุด ๆ อารมณ์มันเหวี่ยงไปมาเหมือนมีมากกว่าหนึ่งประเด็นที่ต้องเล่าในเวลาแค่ 10 นาที วิธีการแนะนำตัวละครผ่านการพูดคุยโต้ตอบที่เป็นธรรมชาติ ทำให้เรารู้สึกเหมือนรู้จักพวกเขามานาน ใครเป็นใครดูจบก็รู้ได้เอง เรื่องนี้แทบจะมีองค์ประกอบความไร้สาระ ความเละเทะ และความหยึย ๆ ที่เคยเป็นต้นตออคติของผมครบถ้วน แต่ให้ตายเถอะ... ผมกลับไม่รู้สึกหงุดหงิดกับการตัดสินใจของ
"ฟินน์" เลยแม้แต่นิดเดียว
ผมต่อติดกับพระเอกที่พยายามช่วยผู้คนอย่างสุดความสามารถคนนี้ จนมองข้ามทุกอย่างที่เคยเกลียด และสนุกไปกับการแก้ปัญหา สนุกกับการตอบสนองของตัวละครรอบ ๆ ที่มีเอกลักษณ์ทุกตัว ผมรู้เลยว่าฟินน์กับเจคต้องเป็นเพื่อนรักกันแน่นอนจากการโต้ตอบกันไม่กี่คำ และผมก็ได้เห็นว่า
"เจ้าหญิงบับเบิลกัม" ไม่ใช่เจ้าหญิงปกติแบบที่เคยมีภาพจำ แต่เธอเหมือนนักวิทยาศาสตร์สติเฟื่องที่สร้างปัญหาแบบหน้าด้าน ๆ ได้ แต่ยังมีความรับผิดชอบ และที่สำคัญคือตัวละครหลักทุกตัวมี "สติ" ครับ
มันเล่นเอาผมหยุดดูตอนต่อไปเรื่อย ๆ ไม่ได้เลย! เรื่องนี้ออกแบบตัวละครได้แข็งแรงและสม่ำเสมอมาก อย่างน้อยก็กับตัวเอกที่ไม่ได้เอาแต่โหวกเหวกทำเรื่องบ้า ๆ แต่เขาออกไปช่วยผู้คน มีหลักการเป็นของตัวเอง และมีความรู้สึก
ตอนนี้ผมดูจบ Season 4 แล้ว ยังไม่มีช่วงไหนที่หงุดหงิดตัวละครเลย มีแต่ความเข้าใจในการกระทำที่อาจจะเกิดจากความไม่รู้หรือความประมาทบ้าง แต่เนื้อเรื่องไม่ค่อยปล่อยให้เราติดใจนาน ตัวละครมักจะพูดแทนใจผมบ่อย ๆ คอยเตือนสติกันเองทำให้ผ่านเรื่องร้าย ๆ มาได้ และที่สำคัญคือมันมักจะจบแบบก้ำกึ่ง จะเคลียร์ก็ไม่เคลียร์ เหมือนจะจบในตอนแต่ก็มีจุดเชื่อมโยงกันอยู่เรื่อย ๆ ผมชอบอารมณ์แบบนี้ที่ทำให้ต้องนั่งมึนตอนจบ สนุกดีครับ
เอาเป็นว่าผม Enjoy ทุกตอนจริง ๆ
ผมชอบความรักพี่น้องระหว่างฟินน์กับเจค ชอบความห่วงใยที่แสดงออกมาไม่เก่งของเจ้าหญิงบับเบิลกัมที่ทำตัวเหมือนผู้ปกครอง ชอบไดนามิกความเป็นเพื่อนแท้ของมาซี่กับพวกฟินน์ที่เล่นกันได้ทุกเรื่อง และความย้อนแย้งของไอซ์คิงที่น่าสงสารมากกว่าน่าหมั่นไส้
หลังจากจบเรื่องนี้ ผมคงต้องลองเปิดใจดูเรื่องที่เคยอคติไว้อีกครั้ง บางทีผมอาจจะรีบตัดสิน
Rick & Morty เร็วไปหน่อย น่าจะลองให้อีกสักโอกาส... แต่คิดไปคิดมา ไม่อะ เรื่องนั้นยังผ่านยากอยู่ดีสำหรับผม 555
ตอนนี้ดูมา 4 ซีซัน จากทั้งหมด 10 ซีซัน ยังต้องดูอีกยาว ๆ ว่าเรื่องจะไปจบตรงไหน แต่ขอให้เป็นเรื่องในดวงใจถัดจาก
Steven Universe และ Gravity Fall ไว้ก่อนเลยครับ
ปล. ผมไม่เคยป้ายยาการ์ตูนตะวันตกให้น้องหรือเพื่อนสำเร็จเลยครับ...
ปล2. ผมดูใน HBO MAX เพราะเรียงตอนดีกว่า
[img]https://leisureopportunities.co.uk/images/HIGH10980_56355.jpg[/img]
ภาพ :
https://www.attractionsmanagement.com/attractions-news/Adventure-Time-cartoon-network-Simworx-theme-park/324464
Adventure Time ผมได้ลองเปิดใจดู... แล้วมันดีมาก
ภาพจำแย่ ๆ เหล่านี้ทำให้ผมต่อไม่ติดกับการ์ตูนฝั่งตะวันตกเลยครับ แบบว่าแค่มองหน้าก็เบือนหนีแล้ว ทั้งที่เมื่อก่อนผมก็เคยดู Tom & Jerry ไล่ตีกัน ดู My Little Pony ที่ไม่มีองค์ประกอบที่ผมเกลียดเลยสักอย่าง หรือแม้แต่ Ben 10 กับ Avatar นี่ผมเคยถึงขั้น "เบียว" ด้วยซ้ำ (โดยเฉพาะภาค Korra อย่าเพิ่งตีผมนะครับ ผมติดภาคนี้มาก) พอย้อนกลับไปคิดดู มันก็ไม่ได้แย่นี่หว่า แถมเราก็ดูมาตั้งหลายเรื่อง แล้วทำไมจู่ ๆ ถึงเริ่มอคติขึ้นมาได้?
คำตอบอาจเพราะภาพแรกที่ผมเห็นจาก Adventure Time (AT) มันคือความไร้สาระขั้นสุด ตัวละครเล่นเลอะเทอะเกินไป คล้าย ๆ พวกแนว ง้องแง้งกับเงอะงะ หรืออย่าง The Simpsons ผมก็ไม่ค่อยเก็ตมุกด้วย พอเห็น AT มันดันไปสะกิดอคติตรงนั้นเข้าพอดี ผมเลยเบือนหนีมาตั้งนานตั้งแต่สมัยประถมโน่นเลยครับ
จนกระทั่งช่วงหนึ่งตอนเรียนมหาวิทยาลัย ผมได้กลับมาเปิดใจลองดูการ์ตูนตะวันตกอีกครั้ง เพราะเริ่มเอียนกับอนิเมะฝั่งญี่ปุ่นมาก ๆ ตอนนั้นผมค่อนข้างสะเทือนใจกับ AoT (Attack on Titan) เพราะปกติไม่ค่อยชอบเรื่องดราม่ากดดัน เลือดสาด หรือแนวที่ไร้ทางออกจนหดหู่ แต่พอดีผมได้ไปฟังเพลงจากเรื่อง Steven Universe แล้วสมองของผมก็เหมือนได้ "ปลดล็อก" การเหมารวมการ์ตูนตะวันตกไปเลย
ผมตั้งใจดูใน HBO GO อย่างจริงจัง ทั้งเพลง การเล่าเรื่อง ไดนามิกของตัวละคร และ Setting ของโลกมันถูกจริตและลงตัวไปหมด จนกลายเป็นการ์ตูนในดวงใจหลังจากดูจบภาค Future และภาค The Movie ผมพบว่าตัวเองชอบเรื่องราวที่มีเบื้องหลัง ตัวละครที่มีอดีตให้ต้องคิดและตีความ ชอบความแฟนตาซีที่จัดเต็ม รายละเอียดเล็ก ๆ ในพื้นหลัง และการเปลี่ยนแปลงของตัวละครที่เติบโตขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไปจนแทบไม่ทันสังเกต เป็นเรื่องราวที่เต็มไปด้วยปมที่น่าสนใจและแทรกความอบอุ่นใจไว้ข้างใน
สรุปก็คือ ผมชอบแนวสุขานิยมที่ตัวเอกมีความเป็นฮีโร่ เป็นคนดีที่มีศีลธรรมนำใจนั่นเองครับ
หลังจากจบ Steven Universe และ Gravity Fall ผมก็ไม่ได้ตามเรื่องไหนต่อ กลับเข้าสู่โลกอนิเมะไปนั่งดู Dr.Stone กับครอบครัว (เรื่องบ้านี่ดูซ้ำ 5 รอบก็ยังสนุก) และดูอีกเป็นสิบเรื่อง จนเริ่มเบื่ออีกรอบ...
แล้ว Adventure Time เข้ามาตอนไหน?
จังหวะชีวิตมันเวียนกลับมาที่การ์ตูนตะวันตกอีกครั้ง ตอนนั้นมีกระแส Rick & Morty แต่ผมดูไปได้แค่สองตอนก็ปิดเลย เพราะรับนิสัยตัวเอกไม่ได้จริง ๆ แต่พอผมได้มาเจอ Adventure Time อีกครั้ง ได้ดูตอนที่ 1 ในช่อง Boom บน Youtube แล้วกลับมานั่งคิดกับตัวเองว่า... "นี่ผมพลาดของดีขนาดนี้ไปได้ยังไง?"
ผมทึ่งกับความฉลาดของพล็อตเรื่องตอนงานปาร์ตี้ซอมบี้ที่ดูวุ่นวายสุด ๆ อารมณ์มันเหวี่ยงไปมาเหมือนมีมากกว่าหนึ่งประเด็นที่ต้องเล่าในเวลาแค่ 10 นาที วิธีการแนะนำตัวละครผ่านการพูดคุยโต้ตอบที่เป็นธรรมชาติ ทำให้เรารู้สึกเหมือนรู้จักพวกเขามานาน ใครเป็นใครดูจบก็รู้ได้เอง เรื่องนี้แทบจะมีองค์ประกอบความไร้สาระ ความเละเทะ และความหยึย ๆ ที่เคยเป็นต้นตออคติของผมครบถ้วน แต่ให้ตายเถอะ... ผมกลับไม่รู้สึกหงุดหงิดกับการตัดสินใจของ "ฟินน์" เลยแม้แต่นิดเดียว
ผมต่อติดกับพระเอกที่พยายามช่วยผู้คนอย่างสุดความสามารถคนนี้ จนมองข้ามทุกอย่างที่เคยเกลียด และสนุกไปกับการแก้ปัญหา สนุกกับการตอบสนองของตัวละครรอบ ๆ ที่มีเอกลักษณ์ทุกตัว ผมรู้เลยว่าฟินน์กับเจคต้องเป็นเพื่อนรักกันแน่นอนจากการโต้ตอบกันไม่กี่คำ และผมก็ได้เห็นว่า "เจ้าหญิงบับเบิลกัม" ไม่ใช่เจ้าหญิงปกติแบบที่เคยมีภาพจำ แต่เธอเหมือนนักวิทยาศาสตร์สติเฟื่องที่สร้างปัญหาแบบหน้าด้าน ๆ ได้ แต่ยังมีความรับผิดชอบ และที่สำคัญคือตัวละครหลักทุกตัวมี "สติ" ครับ
มันเล่นเอาผมหยุดดูตอนต่อไปเรื่อย ๆ ไม่ได้เลย! เรื่องนี้ออกแบบตัวละครได้แข็งแรงและสม่ำเสมอมาก อย่างน้อยก็กับตัวเอกที่ไม่ได้เอาแต่โหวกเหวกทำเรื่องบ้า ๆ แต่เขาออกไปช่วยผู้คน มีหลักการเป็นของตัวเอง และมีความรู้สึก
ตอนนี้ผมดูจบ Season 4 แล้ว ยังไม่มีช่วงไหนที่หงุดหงิดตัวละครเลย มีแต่ความเข้าใจในการกระทำที่อาจจะเกิดจากความไม่รู้หรือความประมาทบ้าง แต่เนื้อเรื่องไม่ค่อยปล่อยให้เราติดใจนาน ตัวละครมักจะพูดแทนใจผมบ่อย ๆ คอยเตือนสติกันเองทำให้ผ่านเรื่องร้าย ๆ มาได้ และที่สำคัญคือมันมักจะจบแบบก้ำกึ่ง จะเคลียร์ก็ไม่เคลียร์ เหมือนจะจบในตอนแต่ก็มีจุดเชื่อมโยงกันอยู่เรื่อย ๆ ผมชอบอารมณ์แบบนี้ที่ทำให้ต้องนั่งมึนตอนจบ สนุกดีครับ
เอาเป็นว่าผม Enjoy ทุกตอนจริง ๆ
ผมชอบความรักพี่น้องระหว่างฟินน์กับเจค ชอบความห่วงใยที่แสดงออกมาไม่เก่งของเจ้าหญิงบับเบิลกัมที่ทำตัวเหมือนผู้ปกครอง ชอบไดนามิกความเป็นเพื่อนแท้ของมาซี่กับพวกฟินน์ที่เล่นกันได้ทุกเรื่อง และความย้อนแย้งของไอซ์คิงที่น่าสงสารมากกว่าน่าหมั่นไส้
หลังจากจบเรื่องนี้ ผมคงต้องลองเปิดใจดูเรื่องที่เคยอคติไว้อีกครั้ง บางทีผมอาจจะรีบตัดสิน Rick & Morty เร็วไปหน่อย น่าจะลองให้อีกสักโอกาส... แต่คิดไปคิดมา ไม่อะ เรื่องนั้นยังผ่านยากอยู่ดีสำหรับผม 555
ตอนนี้ดูมา 4 ซีซัน จากทั้งหมด 10 ซีซัน ยังต้องดูอีกยาว ๆ ว่าเรื่องจะไปจบตรงไหน แต่ขอให้เป็นเรื่องในดวงใจถัดจาก Steven Universe และ Gravity Fall ไว้ก่อนเลยครับ
ปล. ผมไม่เคยป้ายยาการ์ตูนตะวันตกให้น้องหรือเพื่อนสำเร็จเลยครับ...
ปล2. ผมดูใน HBO MAX เพราะเรียงตอนดีกว่า
[img]https://leisureopportunities.co.uk/images/HIGH10980_56355.jpg[/img]
ภาพ : https://www.attractionsmanagement.com/attractions-news/Adventure-Time-cartoon-network-Simworx-theme-park/324464