รีวิวการ์ตูนปีนเขา The Summit of the Gods เพราะมีภูเขา
ชื่อเรื่อง The Summit of the Gods/Kamigami no itadaki
แนวเรื่อง ชีวประวัติ ปีนเขา
ผู้เขียน Jiro Taniguchi
จำนวน 5 เล่มจบ
สถานะ จบ
+เรื่องนี้มี Live action ด้วยนะ (ไม่เคยดู)
+ผมไม่มีความรู้เกี่ยวกับเรื่องปีนเขาเลยนะครับ คือ 0 เลย อย่างมากที่รู้คือ ปีนเขาแบบที่เป็นสนามแข่ง ไม่ใช่ภูเขาจริงๆ ไม่มีความรู้เกี่ยวกับอุปกรณ์หรือความยากของภูเขาเลย
+The mystery of Mallory and irvine ที่ในเรื่องอ้างอิง มาจากบุคคลจริงๆนะครับ เป็นข่าวดัง แต่กล้องถ่ายรูปไม่ได้ถูกค้นพบ(ในการ์ตูนคือตัวเอกเป็นคนเจอ)
+ทำไม Mallory และ irvine ถึงเป็นข่าวดัง?
การหายตัวของ Mallory เป็นข่าวดัง เพราะเป็นนักสำรวจกลุ่มแรกๆ ที่ขึ้นเอเวอเรสต์แล้วหายตัวไป มีคำถามสำคัญว่า พวกเขาคือ พวกเขาไปถึงยอดเขาไหม? ถ้าถึงแปลว่าเขาเป็นมนุษย์กลุ่มแรกที่ไปถึงก่อนคนอื่นจะรู้จักกับเอเวอเรส หรือ ทำไมเจอแค่ศพของ Mallory (เจอในปี 1999) เกิดอะไรขึ้นกับ irvine?
ใครสนใจอ่าน ก็ลองหาข้อมูลดูนะครับ ผมหาแค่พออ่านการ์ตูน
**พล็อตเรื่อง**
เรื่องราวของ ฟุกะมาจิ มาโกโตะ นักข่าวและตากล้องอายุ 40 ปี ที่บังเอิญไปเจอกล้องถ่ายรูปจากร้านขายของเก่า ในประเทศเนปาล
หลังจากมาดู เขาถึงได้รู้ว่า นี่คือกล้องถ่ายรูปของ Mallory นักปีนเขาชื่อดัง ที่หายตัวไปในปี 1924
หลังจากนั้น เขาพยายามหาว่า ใครเป็นคนขายกล้องถ่ายรูปนี้ เอากล้องมาจากไหน ถ้ารู้ว่า ศพของ Mallory อยู่ที่ไหน และถ้าเขาไขปริศนาการตายของ Mallory ได้ นี่จะเป็นข่าวใหญ่ในวงการปีนเขา
หลังจากสืบไปมา เขาก็ได้รู้ว่า คนที่ขายกล้องถ่ายรูปคือ ฮาบุ โจจิ นักปีนเขาอันดับต้นๆของญี่ปุ่น หรือ อาจจะถึงระดับต้นๆโลกเลยก็ได้
เขาพยายามสืบเรื่องราวของฮาบุ หลังจากได้รู้เรื่องราวของฮาบุ จากการสัมภาษณ์คนใกล้ตัว ตอนนี้เขาเริ่มสนใจที่จะรู้เรื่องของฮาบุเข้าแล้ว
**เนื้อเรื่อง**
เนื้อเรื่องจะเล่าเรื่องราวของ ฮาบุ ผ่านมาโกโตะไปสัมภาษณ์ตัวละครต่างๆนะครับ ให้เรารู้ว่า ฮาบุ เป็นคนยังไง ตัองเจอกับอะไรบ้าง
ฮาบุ เป็นคนประเภทที่ว่า ไม่มีภูเขา ก็ไม่มีอะไรเลย ชีวิตเขามุ่งมั่นทุ่มเทกับการปีนเขาอย่างเดียว ทำงาน เก็บเงิน ไปปีนเขา ลางานไม่ได้ก็ลาออกเลย จะไปปีนเขา ทำทุกอย่างให้กับการปีนเขา
ฮาบุ เป็นนักปีนเขา ฝีมือดี มี พรสวรรค์และการทุ่มเทให้กับการปีนเขา เขาทุ่มทุกอย่าง แต่ชีวิตก็ไม่ได้เป็นตามที่คิดเสมอไป
เหตุการณ์สำคัญๆอย่าง เงินไม่พอจะไปต่างประเทศ ถึงจะมีสปอนเซอร์แต่เงินก็ไม่มาพออยู่ดี เป็นสิ่งนึงที่สะท้อนให้เห็นถึงความเป็นชีวิตจริงดี
หรือ
เหตุการณ์อย่างการเสียชีวิตของคู่หู รุ่นน้องของฮาบุ ที่ชื่นชมฮาบุสุดหัวใจ ไปปีนเขาด้วยกัน แต่เกิดอุบัติเหตุจนเสียชีวิต ทำให้ฮาบุเลิกปีนเขาไปพักใหญ่
อีกตัวละครที่สำคัญคือ ฮาเสะ นักปีนเขาอัจฉริยะอีกคนนึง ที่บุคลิกต่างกัน
ฮาบุ เป็นพวกไม่สนใจใคร มุ่งปีนเขาอย่างเดียว มีความสามารถ แต่ไม่มีคนสนับสนุนหรือสปอนเซอร์มากมาย
ฮาเสะ เป็นพวกเข้าสังคมเป็น ปีนเขาเก่ง ถึงจะไม่เท่าฮาบุ แต่ฮาเสะมีสปอนเซอร์ มีคนเข้าหา เป็นข่าวอยู่ตลอด
สิ่งสำคัญที่ต่างกันคือ ฮาเสะเป็นนักปีนเขาคนเดียว ไม่มีคู่หูแบบนักปีนเขาส่วนใหญ่ ส่วนฮาบุเป็นพวก หาความท้าทายตบอกและอยากเป็นคนแรกหรือคนเดียวที่ทำได้ ในการปีนเขา
ช่วงสุดท้ายของการ์ตูนคือ การปีนเขาของ
ฮาบุ ปีนเอเวอเรส ทางลำบาก คนเดียวไม่ใช่อ็อกซิเจน เพราะเขาอยากเป็นคนแรกที่ทำได้
โดยไปกันสองคน มาโกโตะกับฮาบุ แต่ต่างคนต่างไปนะ ไม่ได้ปีนด้วยกัน
มาโกโตะ อุปกรณ์พร้อม ไปพร้อมกล้องเพื่อที่จะถ่ายรูปฮาบุ ส่วนฮาบุมุ่งปีนเขาอย่างเดียว เพื่อที่จะเป็นคนแรกที่ทำได้
ถึงมาโกโตะจะเป็นตัวเอกแต่เนื้อเรื่องวนๆอยู่กับฮาบุมากกว่านะ
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
**รีวิว**
เป็นการ์ตูนสนุก ที่โคตรให้กำลังใจ แต่เป็นอะไรที่ผมไม่มีวันเข้าใจและเข้าถึงความคิดของนักปีนเขาแน่นอน
+เนื้อเรื่อง
เป็นเรื่องที่เปิดหูเปิดตา เกี่ยวกับความคิดของนักปีนเขามาก อ่านไปสามเล่ม ถึงรู้ว่านักปีนเขา เขาคิดกันแบบนี้
ตอนแรกที่อ่าน ผมแอบงงๆ ฮาบุบอกจะไปปีนหน้าผาชัน ที่เรียกว่าผาปีศาจ ในหน้าหนาว เพราะอันตราย และไม่เคยมีใครทำมาก่อน…เอ็งก็ไปหน้าร้อนสิเฮ้ย นี่คือความคิดแรกของผม
อ่านไปถึงรู้ว่า นักปีนเขา เขาคิดกันแบบนี้ คือ มันต้องยาก มันต้องท้าทาย
ไปที่ยากๆ ปีนเขา หิมะกำลังเกาะ นี่ดีเลย
ไปกับคู่หู โอ้ย ปลอดภัยเกิน ไปคนเดียว เดี่ยวๆมันนี้ละ
ตั้งแคมป์ พกเชือก อุปกรณ์พร้อม ถังอ็อกซิเจนละ? โอ้ย มีทำไม ไปมันตัวเปล่านี้ละ
ไปให้มันยากเข้าไว้ ไปให้มันลำบากเข้าไว้ ทางไหนคนไปเยอะ ทางไหนปลอดภัยจัด ไม่ไป ไปทำไมละ คนอื่นเคยไปแล้ว
นี่เป็นเนื้อเรื่องที่เราจะได้เห็นฮาบุขัดแย้งกับกลุ่มบ่อยๆ
กลุ่มอยากปลอดภัยไว้ก่อน ฮาบุจะแย้งว่า ไปทำไมทางปลอดภัย ทางนี้คนไปเยอะแล้ว ไปก็ไม่มีความหมายอะไร
ฮาบุเป็นพวกบ้าปีนเขาสายโหดจัด ปลอดภัยดีๆมีไม่ไป ทำให้ผิดใจกับกลุ่มบ่อยๆ
อีกประเด็นนึงคือ การไปปีนเขามีสปอนเซอร์ ฮาบุเป็นนักปีนเขาเทพจัด ที่เข้าสังคมไม่เก่ง แต่ก็ยังมีสปอนเซอร์นะ
พอมีสปอนเซอร์ หลายครั้งทีมงานก็ไปด้วย พอมีทีมงานไปด้วย ถ้ามีอุปสรรคหรือสภาพอากาศไม่ดีเมื่อไร พวกเขาจะเลือกทางปลอดภัยไว้ก่อน เรื่องปกติ แต่สำหรับฮาบุคือ มาเสียเที่ยว มาแล้วปลอดภัย ก็ไม่รู้จะมาทำไม อืมมม เปิดหูเปิดตามาก
ฮาบุ เป็นพวกชอบความท้าทาย ถ้าไปทางยากไม่ได้ เขาจะแบกของเผื่อคนอื่นไปด้วย จะได้ลำบาก จะได้รู้สึกว่าท้าทาย เขาอยากไปคนแรกและคนเดียวที่ทำได้ ในการปีนเขาแต่ละครั้ง
ตัวเนื้อเรื่องเสริมจะเป็นเรื่องราวของกล้องถ่ายรูปที่มีหลายคนอยากได้ รวมถึงอยากหาข้อมูลเกี่ยวกับฮาบุ
+ตัวละคร
ตัวละครหลักมีแค่ 2 คน คือ ฮาบุ กับ มาโกโตะ
ฮาบุเป็นพวกเก็บตัว ไม่พูดไม่คุยกับใครเท่าไร พูดน้อย แต่คนจริงช่วยเหลือคนอื่นได้ ปากไม่พูดแต่ลงมือทำ ความรู้และประสบการณ์ ในการปีนเขาคือเทพจัด มีการจดบันทึก รายละเอียดให้คนอื่นดูโดยไม่ปิดบัง มีคนตามถ่ายรูปก็ไม่ว่าอะไร แค่อย่าไปขวางทางก็พอ
มาโกโตะ เป็นพวกมุ่งมั่น พอรู้เรื่อง ฮาบุ มากขึ้นๆ ก็เริ่มอินกับการปีนเขา จากเมื่อก่อน ปีนเป็นกลุ่มหรือทำเป็นกิจกรรมทั่วไป พออินมากๆ ก็เริ่มคิดอยากปีนเอเวอเรสต์กับเขาบ้าง
ตัวละครในเรื่อง เหมือนคนจริงๆ นิสัย ความรู้ ปฏิสัมพันธ์จริงและตัวละครน้อยมาก อ่านจำตัวละครง่าย แต่ข้อมูลยากนะ นั่งจำภูเขากับเนินเขาลำบากกว่าอีก
+ความรู้ในเรื่อง
ได้ความรู้เกี่ยวกับประสบการณ์การปีนเขานะ แต่ไม่ได้ความรู้เกี่ยวกับการปีนเขาจริงๆจังๆ คือการ์ตูนเน้นไปที่ตัวละครที่เชี่ยวชาญการปีนเขาที่ต่างรูปแบบกัน ไม่ใช่การแนะนำการปีนเขาให้กับมือใหม่ นึกออกเนอะ
คือมันไม่มีการแนะนำปีนเขาเบื้องต้น ไม่มีการแนะนำอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับมือใหม่ หรือ การปีนเขาควรทำยังไง เริ่มแบบไหน คือไม่มีเลย
เราจะได้ความรู้เกี่ยวกับประสบการณ์การปีนเขา แบบเดี่ยวและกลุ่ม ซึ่งเป็นระดับเชี่ยวชาญกันไปแล้ว ตัวเอกของเรื่องคือระดับต้นๆของประเทศ ภูเขาที่ไปแต่ละที่คือระดับต่างประเทศ เกินคำว่ามือใหม่ไปไกลมาก
แต่เราจะได้เห็นประสบการณ์การเอาตัวรอดคนเดียวจากการตกจากการปีนเขา ประสบการณ์การปีนเขาของคนสองคน คนนึงตกไปแล้ว อีกคนทำอะไรได้บ้าง การแก้ไขสถานการณ์เบื้องต้นของสถานการณ์ต่างๆ
สภาพอากาศ อุณหภูมิ อาหาร เสบียง การตั้งแคมป์ เราจะได้เห็นสถานการณ์เรื่องแบบนี้ตลอด ให้เห็นว่าตัวละครรับมือยังไง
สำคัญที่สุดคือ เราจะได้เห็นความคิดและจิตใจของตัวละคร ที่ทำให้เราเปิดโลกกว้างมากขึ้นแต่นั้นเป็นส่วนของตัวละคร ไม่ใช่ความรู้เนอะ
ภูเขาและเส้นทางในเรื่องจะเป็นทางที่คนอื่นไม่ไปกัน มันเลยทำให้รู้สึกว่าอันตรายกว่า ฮาบุเป็นพวกอยากเป็นคนแรกที่ทำได้ ผมว่าเอาไปอิงกับการปีนเขาจริงๆไม่ได้อ่ะ เพราะคนส่วนใหญ่คงเลือกปลอดภัยไว้ก่อน
+สรุป
นี่เป็นการ์ตูนในแบบที่ผมจะหยิบมาอ่าน เพื่อกำลังใจ แบบเกี่ยวกับหนังสือชีวประวัติหรือการ์ตูนกีฬา อ่านแล้วรู้สึกถึงความยาก ความลำบาก ให้กำลังใจและความใจสู้กับคนอ่านดี
สำหรับการ์ตูน 5 เล่มจบ เรื่องนี้คือหนักหน่วง อ่านแล้วได้พลัง ได้ความเข้าใจเกี่ยวกับชีวิต อินจัดดีมาก
คะแนน 8.7/10 สนุก ได้ความรู้และพลังใจ
รีวิวการ์ตูนปีนเขา The Summit of the Gods เพราะมีภูเขา
ชื่อเรื่อง The Summit of the Gods/Kamigami no itadaki
แนวเรื่อง ชีวประวัติ ปีนเขา
ผู้เขียน Jiro Taniguchi
จำนวน 5 เล่มจบ
สถานะ จบ
+เรื่องนี้มี Live action ด้วยนะ (ไม่เคยดู)
+ผมไม่มีความรู้เกี่ยวกับเรื่องปีนเขาเลยนะครับ คือ 0 เลย อย่างมากที่รู้คือ ปีนเขาแบบที่เป็นสนามแข่ง ไม่ใช่ภูเขาจริงๆ ไม่มีความรู้เกี่ยวกับอุปกรณ์หรือความยากของภูเขาเลย
+The mystery of Mallory and irvine ที่ในเรื่องอ้างอิง มาจากบุคคลจริงๆนะครับ เป็นข่าวดัง แต่กล้องถ่ายรูปไม่ได้ถูกค้นพบ(ในการ์ตูนคือตัวเอกเป็นคนเจอ)
+ทำไม Mallory และ irvine ถึงเป็นข่าวดัง?
การหายตัวของ Mallory เป็นข่าวดัง เพราะเป็นนักสำรวจกลุ่มแรกๆ ที่ขึ้นเอเวอเรสต์แล้วหายตัวไป มีคำถามสำคัญว่า พวกเขาคือ พวกเขาไปถึงยอดเขาไหม? ถ้าถึงแปลว่าเขาเป็นมนุษย์กลุ่มแรกที่ไปถึงก่อนคนอื่นจะรู้จักกับเอเวอเรส หรือ ทำไมเจอแค่ศพของ Mallory (เจอในปี 1999) เกิดอะไรขึ้นกับ irvine?
ใครสนใจอ่าน ก็ลองหาข้อมูลดูนะครับ ผมหาแค่พออ่านการ์ตูน
**พล็อตเรื่อง**
เรื่องราวของ ฟุกะมาจิ มาโกโตะ นักข่าวและตากล้องอายุ 40 ปี ที่บังเอิญไปเจอกล้องถ่ายรูปจากร้านขายของเก่า ในประเทศเนปาล
หลังจากมาดู เขาถึงได้รู้ว่า นี่คือกล้องถ่ายรูปของ Mallory นักปีนเขาชื่อดัง ที่หายตัวไปในปี 1924
หลังจากนั้น เขาพยายามหาว่า ใครเป็นคนขายกล้องถ่ายรูปนี้ เอากล้องมาจากไหน ถ้ารู้ว่า ศพของ Mallory อยู่ที่ไหน และถ้าเขาไขปริศนาการตายของ Mallory ได้ นี่จะเป็นข่าวใหญ่ในวงการปีนเขา
หลังจากสืบไปมา เขาก็ได้รู้ว่า คนที่ขายกล้องถ่ายรูปคือ ฮาบุ โจจิ นักปีนเขาอันดับต้นๆของญี่ปุ่น หรือ อาจจะถึงระดับต้นๆโลกเลยก็ได้
เขาพยายามสืบเรื่องราวของฮาบุ หลังจากได้รู้เรื่องราวของฮาบุ จากการสัมภาษณ์คนใกล้ตัว ตอนนี้เขาเริ่มสนใจที่จะรู้เรื่องของฮาบุเข้าแล้ว
**เนื้อเรื่อง**
เนื้อเรื่องจะเล่าเรื่องราวของ ฮาบุ ผ่านมาโกโตะไปสัมภาษณ์ตัวละครต่างๆนะครับ ให้เรารู้ว่า ฮาบุ เป็นคนยังไง ตัองเจอกับอะไรบ้าง
ฮาบุ เป็นคนประเภทที่ว่า ไม่มีภูเขา ก็ไม่มีอะไรเลย ชีวิตเขามุ่งมั่นทุ่มเทกับการปีนเขาอย่างเดียว ทำงาน เก็บเงิน ไปปีนเขา ลางานไม่ได้ก็ลาออกเลย จะไปปีนเขา ทำทุกอย่างให้กับการปีนเขา
ฮาบุ เป็นนักปีนเขา ฝีมือดี มี พรสวรรค์และการทุ่มเทให้กับการปีนเขา เขาทุ่มทุกอย่าง แต่ชีวิตก็ไม่ได้เป็นตามที่คิดเสมอไป
เหตุการณ์สำคัญๆอย่าง เงินไม่พอจะไปต่างประเทศ ถึงจะมีสปอนเซอร์แต่เงินก็ไม่มาพออยู่ดี เป็นสิ่งนึงที่สะท้อนให้เห็นถึงความเป็นชีวิตจริงดี
หรือ
เหตุการณ์อย่างการเสียชีวิตของคู่หู รุ่นน้องของฮาบุ ที่ชื่นชมฮาบุสุดหัวใจ ไปปีนเขาด้วยกัน แต่เกิดอุบัติเหตุจนเสียชีวิต ทำให้ฮาบุเลิกปีนเขาไปพักใหญ่
อีกตัวละครที่สำคัญคือ ฮาเสะ นักปีนเขาอัจฉริยะอีกคนนึง ที่บุคลิกต่างกัน
ฮาบุ เป็นพวกไม่สนใจใคร มุ่งปีนเขาอย่างเดียว มีความสามารถ แต่ไม่มีคนสนับสนุนหรือสปอนเซอร์มากมาย
ฮาเสะ เป็นพวกเข้าสังคมเป็น ปีนเขาเก่ง ถึงจะไม่เท่าฮาบุ แต่ฮาเสะมีสปอนเซอร์ มีคนเข้าหา เป็นข่าวอยู่ตลอด
สิ่งสำคัญที่ต่างกันคือ ฮาเสะเป็นนักปีนเขาคนเดียว ไม่มีคู่หูแบบนักปีนเขาส่วนใหญ่ ส่วนฮาบุเป็นพวก หาความท้าทายตบอกและอยากเป็นคนแรกหรือคนเดียวที่ทำได้ ในการปีนเขา
ช่วงสุดท้ายของการ์ตูนคือ การปีนเขาของ
ฮาบุ ปีนเอเวอเรส ทางลำบาก คนเดียวไม่ใช่อ็อกซิเจน เพราะเขาอยากเป็นคนแรกที่ทำได้
โดยไปกันสองคน มาโกโตะกับฮาบุ แต่ต่างคนต่างไปนะ ไม่ได้ปีนด้วยกัน
มาโกโตะ อุปกรณ์พร้อม ไปพร้อมกล้องเพื่อที่จะถ่ายรูปฮาบุ ส่วนฮาบุมุ่งปีนเขาอย่างเดียว เพื่อที่จะเป็นคนแรกที่ทำได้
ถึงมาโกโตะจะเป็นตัวเอกแต่เนื้อเรื่องวนๆอยู่กับฮาบุมากกว่านะ
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
**รีวิว**
เป็นการ์ตูนสนุก ที่โคตรให้กำลังใจ แต่เป็นอะไรที่ผมไม่มีวันเข้าใจและเข้าถึงความคิดของนักปีนเขาแน่นอน
+เนื้อเรื่อง
เป็นเรื่องที่เปิดหูเปิดตา เกี่ยวกับความคิดของนักปีนเขามาก อ่านไปสามเล่ม ถึงรู้ว่านักปีนเขา เขาคิดกันแบบนี้
ตอนแรกที่อ่าน ผมแอบงงๆ ฮาบุบอกจะไปปีนหน้าผาชัน ที่เรียกว่าผาปีศาจ ในหน้าหนาว เพราะอันตราย และไม่เคยมีใครทำมาก่อน…เอ็งก็ไปหน้าร้อนสิเฮ้ย นี่คือความคิดแรกของผม
อ่านไปถึงรู้ว่า นักปีนเขา เขาคิดกันแบบนี้ คือ มันต้องยาก มันต้องท้าทาย
ไปที่ยากๆ ปีนเขา หิมะกำลังเกาะ นี่ดีเลย
ไปกับคู่หู โอ้ย ปลอดภัยเกิน ไปคนเดียว เดี่ยวๆมันนี้ละ
ตั้งแคมป์ พกเชือก อุปกรณ์พร้อม ถังอ็อกซิเจนละ? โอ้ย มีทำไม ไปมันตัวเปล่านี้ละ
ไปให้มันยากเข้าไว้ ไปให้มันลำบากเข้าไว้ ทางไหนคนไปเยอะ ทางไหนปลอดภัยจัด ไม่ไป ไปทำไมละ คนอื่นเคยไปแล้ว
นี่เป็นเนื้อเรื่องที่เราจะได้เห็นฮาบุขัดแย้งกับกลุ่มบ่อยๆ
กลุ่มอยากปลอดภัยไว้ก่อน ฮาบุจะแย้งว่า ไปทำไมทางปลอดภัย ทางนี้คนไปเยอะแล้ว ไปก็ไม่มีความหมายอะไร
ฮาบุเป็นพวกบ้าปีนเขาสายโหดจัด ปลอดภัยดีๆมีไม่ไป ทำให้ผิดใจกับกลุ่มบ่อยๆ
อีกประเด็นนึงคือ การไปปีนเขามีสปอนเซอร์ ฮาบุเป็นนักปีนเขาเทพจัด ที่เข้าสังคมไม่เก่ง แต่ก็ยังมีสปอนเซอร์นะ
พอมีสปอนเซอร์ หลายครั้งทีมงานก็ไปด้วย พอมีทีมงานไปด้วย ถ้ามีอุปสรรคหรือสภาพอากาศไม่ดีเมื่อไร พวกเขาจะเลือกทางปลอดภัยไว้ก่อน เรื่องปกติ แต่สำหรับฮาบุคือ มาเสียเที่ยว มาแล้วปลอดภัย ก็ไม่รู้จะมาทำไม อืมมม เปิดหูเปิดตามาก
ฮาบุ เป็นพวกชอบความท้าทาย ถ้าไปทางยากไม่ได้ เขาจะแบกของเผื่อคนอื่นไปด้วย จะได้ลำบาก จะได้รู้สึกว่าท้าทาย เขาอยากไปคนแรกและคนเดียวที่ทำได้ ในการปีนเขาแต่ละครั้ง
ตัวเนื้อเรื่องเสริมจะเป็นเรื่องราวของกล้องถ่ายรูปที่มีหลายคนอยากได้ รวมถึงอยากหาข้อมูลเกี่ยวกับฮาบุ
+ตัวละคร
ตัวละครหลักมีแค่ 2 คน คือ ฮาบุ กับ มาโกโตะ
ฮาบุเป็นพวกเก็บตัว ไม่พูดไม่คุยกับใครเท่าไร พูดน้อย แต่คนจริงช่วยเหลือคนอื่นได้ ปากไม่พูดแต่ลงมือทำ ความรู้และประสบการณ์ ในการปีนเขาคือเทพจัด มีการจดบันทึก รายละเอียดให้คนอื่นดูโดยไม่ปิดบัง มีคนตามถ่ายรูปก็ไม่ว่าอะไร แค่อย่าไปขวางทางก็พอ
มาโกโตะ เป็นพวกมุ่งมั่น พอรู้เรื่อง ฮาบุ มากขึ้นๆ ก็เริ่มอินกับการปีนเขา จากเมื่อก่อน ปีนเป็นกลุ่มหรือทำเป็นกิจกรรมทั่วไป พออินมากๆ ก็เริ่มคิดอยากปีนเอเวอเรสต์กับเขาบ้าง
ตัวละครในเรื่อง เหมือนคนจริงๆ นิสัย ความรู้ ปฏิสัมพันธ์จริงและตัวละครน้อยมาก อ่านจำตัวละครง่าย แต่ข้อมูลยากนะ นั่งจำภูเขากับเนินเขาลำบากกว่าอีก
+ความรู้ในเรื่อง
ได้ความรู้เกี่ยวกับประสบการณ์การปีนเขานะ แต่ไม่ได้ความรู้เกี่ยวกับการปีนเขาจริงๆจังๆ คือการ์ตูนเน้นไปที่ตัวละครที่เชี่ยวชาญการปีนเขาที่ต่างรูปแบบกัน ไม่ใช่การแนะนำการปีนเขาให้กับมือใหม่ นึกออกเนอะ
คือมันไม่มีการแนะนำปีนเขาเบื้องต้น ไม่มีการแนะนำอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับมือใหม่ หรือ การปีนเขาควรทำยังไง เริ่มแบบไหน คือไม่มีเลย
เราจะได้ความรู้เกี่ยวกับประสบการณ์การปีนเขา แบบเดี่ยวและกลุ่ม ซึ่งเป็นระดับเชี่ยวชาญกันไปแล้ว ตัวเอกของเรื่องคือระดับต้นๆของประเทศ ภูเขาที่ไปแต่ละที่คือระดับต่างประเทศ เกินคำว่ามือใหม่ไปไกลมาก
แต่เราจะได้เห็นประสบการณ์การเอาตัวรอดคนเดียวจากการตกจากการปีนเขา ประสบการณ์การปีนเขาของคนสองคน คนนึงตกไปแล้ว อีกคนทำอะไรได้บ้าง การแก้ไขสถานการณ์เบื้องต้นของสถานการณ์ต่างๆ
สภาพอากาศ อุณหภูมิ อาหาร เสบียง การตั้งแคมป์ เราจะได้เห็นสถานการณ์เรื่องแบบนี้ตลอด ให้เห็นว่าตัวละครรับมือยังไง
สำคัญที่สุดคือ เราจะได้เห็นความคิดและจิตใจของตัวละคร ที่ทำให้เราเปิดโลกกว้างมากขึ้นแต่นั้นเป็นส่วนของตัวละคร ไม่ใช่ความรู้เนอะ
ภูเขาและเส้นทางในเรื่องจะเป็นทางที่คนอื่นไม่ไปกัน มันเลยทำให้รู้สึกว่าอันตรายกว่า ฮาบุเป็นพวกอยากเป็นคนแรกที่ทำได้ ผมว่าเอาไปอิงกับการปีนเขาจริงๆไม่ได้อ่ะ เพราะคนส่วนใหญ่คงเลือกปลอดภัยไว้ก่อน
+สรุป
นี่เป็นการ์ตูนในแบบที่ผมจะหยิบมาอ่าน เพื่อกำลังใจ แบบเกี่ยวกับหนังสือชีวประวัติหรือการ์ตูนกีฬา อ่านแล้วรู้สึกถึงความยาก ความลำบาก ให้กำลังใจและความใจสู้กับคนอ่านดี
สำหรับการ์ตูน 5 เล่มจบ เรื่องนี้คือหนักหน่วง อ่านแล้วได้พลัง ได้ความเข้าใจเกี่ยวกับชีวิต อินจัดดีมาก
คะแนน 8.7/10 สนุก ได้ความรู้และพลังใจ