สงกรานต์ที่เจ็บปวด

ในอดีตฉันดูแลแม่ที่ติดเตียง... นั่นคือภาระและหน้าที่ที่ฉันแบกไว้ พร้อมกับบาดแผลจากการถูกล่วงละเมิดในที่ทำงานที่ยังไม่เคยจางหาย แต่ดูเหมือนโลกจะยังไม่สะใจ เพราะความซวยระลอกใหม่เพิ่งซัดฉันจนล้มคว่ำ งานใหม่ที่ตั้งใจทำเขาก็ไม่จ่ายเงินถึง 2 เดือน จนห้องเช่าถูกล็อค ฉันกลายเป็นคนไร้ที่ซุกหัวนอนโดยสมบูรณ์
ฉันยอมขายโทรศัพท์เพื่อเงิน 3,000 บาท... แต่มันก็ถูกขโมยหายไปในห้าง เหลือเพียงความสับสนที่มืดมิด ฉันเหลือเงินแค่ 8 บาท 8 บาทสุดท้ายที่ใช้ซื้อตั๋วรถเมล์เพื่อดิ้นรนไปตายเอาดาบหน้าที่บ้านเพื่อน
แต่แล้ว... บนรถเมล์แถวพัลลาเดียม
เด็กพวกนั้น เด็กที่อายุไม่ถึง 10 ขวบด้วยซ้ำ พวกเขารวมกลุ่มกันเล่นน้ำอย่างสนุกสนาน น้ำระลอกแรกสาดขึ้นมาบนรถ... ฉันยังทนได้ แต่พอระลอกสองตามมา มันคือความพินาศ น้ำสาดเข้าหูจนอื้อและปวดร้าวอย่างรุนแรง สาดเข้าตาจนแสบพร่ามัว และโทรศัพท์มือถือที่ฉันพึ่งพา... มันโดนน้ำจนไฟช็อต ดับวูบไปต่อหน้าต่อตา
ฉันไม่ได้กินข้าว... ไม่มีที่นอน... เสื้อผ้าเปียกโชกไปทั้งตัว
ความเจ็บปวดที่หูและตาเทียบไม่ได้เลยกับความรู้สึกที่พังทลายข้างใน ความคึกคะนองของเด็กพวกนั้นคือ "ฟางเส้นสุดท้าย" ที่ทำให้ฉันเห็นชัดเจนว่า โลกใบนี้ไม่ได้มีที่ว่างไว้ให้คนอย่างฉัน คนที่พยายามสู้จนวินาทีสุดท้ายแต่กลับโดนเหยียบย่ำซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ถ้าความสนุกของพวกคุณคือการทำให้ชีวิตคนอื่นพังลง... ฉันก็คงพอแล้วกับโลกใบนี้

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่