หลักความเชื่อที่สำคัญของศาสนาคริสต์

กระทู้สนทนา
หลักความเชื่อที่สำคัญของศาสนาคริสต์  มี 4 ประการ  :  อ้างอิงจากคัมภีร์ไบเบิล

นิยาม  พระเจ้าในที่นี้หมายถึง พระเจ้าผู้ประเสริฐ (พระเจ้าผู้สูงสุด : God)

1. ประตูที่จะนำให้มนุษย์ไปสวรรค์ ซึ่งเป็นดินแดนที่มีแต่ความสุขชั่วนิรันดร์
เป็นประตูที่เล็ก และผู้ที่พบก็มีน้อย

2. หากผู้ใดตัดสินใจที่จะเดินเข้าประตูแห่งนี้ โดยหวังที่จะเดินทางไปให้ถึงสวรรค์
แต่ทางแห่งนี้เป็นทางที่แคบ  เนื่องจากจะต้องไม่ทำตามกิเลสตัณหา
โดยที่ผู้นั้นจะต้องไม่ทำบาป  จะต้องมุ่งทำความดี  และจะต้องวางใจพระเจ้า
แล้วพระเจ้าจึงจะรับเข้าสวรรค์  นั่นคือจะต้องเดินในทางชอบธรรมของพระเจ้าอย่างมั่นคง
และผู้ที่เดินในทางชอบธรรมของพระเจ้า  พระเจ้าจะช่วยนำชีวิตให้ดีและมีสันติสุข
หมายเหตุ
วางใจพระเจ้า หมายถึง เชื่อมั่นในพระเจ้า โดยเชื่อว่าพระประสงค์ของพระเจ้าเป็นสิ่งที่ดีที่สุด
และทำตามพระประสงค์ของพระเจ้าด้วยความชื่นชมยินดี

3. มีบางคนได้ตัดสินใจเดินในทางชอบธรรมของพระเจ้า  แต่ในที่สุดเขาก็ล้มเลิกเดินในทางนี้
เนื่องจากเขาพ่ายแพ้ต่อกิเลสตัณหาที่อยู่ในใจของเขา  ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเสียดายอย่างยิ่ง
ที่เขาจะไม่ได้รับความรอดเข้าสู่สวรรค์  แต่จะต้องตกนรกชั่วนิรันดร์

4. คัมภีร์ไบเบิลเป็นแผนที่นำทาง ที่จะช่วยนำให้มนุษย์เดินทางไปถึงสวรรค์
โดยจะต้องวางใจพระเจ้าในพระนามพระเยซูคริสต์  แล้วมอบให้พระเจ้าเป็นผู้นำชีวิตของตน
จึงเป็นหนทางเดียวเท่านั้น ที่จะทำให้มนุษย์เดินทางไปถึงสวรรค์

ความเชื่อส่วนตัว  (ในฐานะที่เป็นคริสเตียนอิสระ โดยไม่ได้สังกัดคณะนิกายใด)

1. พระเจ้าไม่มีความโกรธ และไม่มีความโหดร้ายทารุณ  พระเจ้าลงโทษมนุษย์ที่ทำผิดบาปอย่างยุติธรรม

2. พระเจ้าได้สำแดงลักษณะของพระองค์ผ่านทางพระเยซูคริสต์อย่างสมบูรณ์

3. พระเยซูคริสต์ทรงเต็มเปี่ยมด้วยความเมตตาต่อมนุษย์ทุกคน และพระองค์ได้ให้ความรักแท้แก่ทุกคน

4. พระเจ้าตรัสสอนมนุษย์ผ่านทางคัมภีร์ไบเบิล โดยได้มีการแปลเป็นภาษาท้องถิ่นเกือบทุกภาษา

5. ข้อความในคัมภีร์ไบเบิลถูกเขียนขึ้นโดยได้รับการดลใจจากพระเจ้า แต่ไม่ใช่ทั้งหมด
เนื่องจากมีข้อความบางตอนถูกเขียนขึ้นโดยไม่ได้รับการดลใจจากพระเจ้า

6. ข้อความที่ถูกเขียนขึ้นโดยได้รับการดลใจจากพระเจ้า  ถือว่าเป็นพระวจนะของพระเจ้า
ซึ่งสมเหตุสมผล และสอดคล้องกับสามัญสำนึกที่ดีของมนุษย์  เมื่ออ่านแล้วมีสันติสุข

7. ข้อความที่ถูกเขียนขึ้นโดยไม่ได้รับการดลใจจากพระเจ้า  ไม่ถือว่าเป็นพระวจนะของพระเจ้า
ซึ่งไม่สมเหตุสมผล และไม่สอดคล้องกับสามัญสำนึกที่ดีของมนุษย์  เมื่ออ่านแล้วไม่มีสันติสุข

8. มีบางคนสามารถแยกแยะได้ว่าข้อความใดเป็นพระวจนะของพระเจ้า และข้อความใดไม่ใช่
เนื่องจากเขามีของประทานในการรู้ข้อล้ำลึกในพระวจนะของพระเจ้า (พระเจ้าประทานให้)

9. พระเยซูคริสต์ได้ตรัสเป็นความนัยว่า พระองค์เป็นพระเจ้า  แล้วได้มาเกิดเป็นมนุษย์ในสถานะพระบุตร
โดยพระองค์มาเพื่อไถ่บาปให้แก่มนุษย์ทั้งโลก  ด้วยการยอมถูกตรึงตายบนไม้กางเขนเพื่อรับบาปแทนมนุษย์

10. คริสตชนจักต้องประพฤติตามคำสอนของพระเยซูคริสต์อย่างเคร่งครัด และมีความวางใจพระเจ้า  
เนื่องจากพระเยซูคริสต์ทรงเป็นเจ้าของสวรรค์  พระองค์จึงเป็นผู้คัดเลือกว่า ใครสมควรที่จะได้เข้าสวรรค์

พระเยซูคริสต์ตรัสดังนี้

ยอห์น 5:24
เราบอกความจริงกับพวกท่านว่า ถ้าใครฟังคำของเราและวางใจผู้ทรงใช้เรามา
คนนั้นก็มีชีวิตนิรันดร์และไม่ถูกพิพากษา แต่ผ่านพ้นความตายไปสู่ชีวิตแล้ว

ยอห์น 6:47
เราบอกความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่า ผู้ที่วางใจในเราก็มีชีวิตนิรันดร์

มัทธิว 7:21
ไม่ใช่ทุกคนที่เรียกเราว่า "องค์พระผู้เป็นเจ้า" จะได้เข้าในแผ่นดินสวรรค์
แต่ผู้ที่ปฏิบัติตามพระทัยพระบิดาของเรา ผู้สถิตในสวรรค์จึงจะเข้าได้

คำแนะนำในการอ่านคัมภีร์ไบเบิล

1. ท่านสามารถศึกษาคัมภีร์ไบเบิลได้จากลิงค์นี้ครับ  http://www.ireadbible.org

2. คัมภีร์ไบเบิล (พระคริสตธรรมคัมภีร์)  ประกอบด้วย 2 ส่วน
     (1) ภาคพันธสัญญาเดิม (ก่อนพระเยซูคริสต์ประสูติ)
     (2) ภาคพันธสัญญาใหม่ (หลังพระเยซูคริสต์ประสูติ)

3. ผู้ที่เริ่มศึกษาคัมภีร์ไบเบิล  ขอแนะนำให้อ่านภาคพันธสัญญาใหม่ก่อน  เนื่องจากเข้าใจง่าย
และมีจำนวนหน้าน้อยกว่ามาก  โดยเน้นในพระกิตติคุณ 2 เล่มก่อน คือ มัทธิว และยอห์น
ให้อ่านหลายๆ รอบก่อน แล้วจึงไปอ่านเล่มอื่น ได้แก่  ยากอบ  1-2 เปโตร  และ 1-3 ยอห์น  
เพียงเท่านี้ ก็เพียงพอที่จะส่งเสริมให้ท่านได้รับความรอดเข้าสู่สวรรค์

4. สำหรับผู้ที่ต้องการศึกษาคัมภีร์ไบเบิลเพิ่มเติมจากข้อ 3  ขอแนะนำให้อ่านภาคพันธสัญญาเดิม
ได้แก่  ปฐมกาล (บทที่ 1-35)  เพลงสดุดี  สุภาษิต  และอิสยาห์  
ท่านก็จะได้รับคำสอนของพระเจ้าที่สำคัญอย่างครบถ้วน
แก้ไขข้อความเมื่อ
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่