⚡🔌ครม.ทุ่ม 5 พันล้าน หนุนสินเชื่อซื้อรถ EV-โซลาร์เซลล์ | เข้มข่าวค่ำ | 11 เม.ย. 69

⚡🔌ครม.ทุ่ม 5 พันล้าน หนุนสินเชื่อซื้อรถ EV-โซลาร์เซลล์ | เข้มข่าวค่ำ | 11 เม.ย. 69

คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ

การประชุม ครม.นัดพิเศษ ซึ่งนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย
เป็นประธานการประชุม ซึ่งในที่ประชุม ก็ได้พูดถึงการแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา ว่าผ่านไปได้ด้วยดี
ขอให้วันนี้เป็นวันเริ่มต้นการบริหารราชการแผ่นดินของ รัฐบาลชุดนี้ ซึ่งหลังเสร็จสิ้นการประชุม
คณะรัฐมนตรี มีมติ เคาะงบกลางกว่า 7.7 พันล้านบาท เดินหน้าช่วยเหลือประชาชน ในสถานการณ์ราคาพลังงานสูง
โดยนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และ รมว.กระทรวงการคลัง
ประกาศข่าวดี รับสงกรานต์ ช่วยกลุ่มเปราะบาง เติมเงินเข้าบัตรสวัสดิการเป็น 400 บาท
พร้อมทั้งจะมีสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ หนุน ประชาชน ออกรถ EV ทั้งรถยนต์และรถไฟฟ้า รวมถึง ติดโซลาร์เซลล์บ้านเรือน

#โซลาร์เซลล์ #คณะรัฐมนตรี #รถEV #เรื่องข่าวเรื่องใหญ่ #PPTVHD36 #เข้มข่าวค่ำ

*** ที่มา  PPTV HD 36

--------------------------------

⚡🔌โครงการรถเก่าแลกรถใหม่ยังไม่มา แต่ "คลัง" ทำสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำซื้อรถไฟฟ้า EV (11 เม.ย. 2569)

โครงการรถเก่าแลกรถใหม่ 2569 ยังไม่มา และคงต้องรอไปก่อน แต่กระทรวงการคลัง สั่งธนาคารออมสินทำสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำซื้อรถไฟฟ้า EV
และจักรยานยนต์ไฟฟ้าวงเงินไม่เกิน 2 ล้านบาท



ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อวันที่ 10 เม.ย. 69 ที่ผ่านมา นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
ได้ให้สัมภาษณกับสื่อมวลชนในประเด็นนโยบายของกระทรวงการคลังในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยตอนหนึ่งระบุถึง
โครงการรถเก่าแลกรถใหม่ 2569 ว่า กระทรวงการคลัง กำลังศึกษามาตรการ รถเก่าแลกรถใหม่
เพื่อเป็นการปรับเปลี่ยนการใช้พลังงานในระยะยาว เพื่อลดการพึ่งพาน้ำมันลง
โดยจะเน้นสนับสนุนไปที่การซื้อรถใหม่ ซึ่งเป็นรถยนต์ไฮบริด และรถยนต์ไฟฟ้า

โดยมีข้อแม้ว่าต้องเป็นรถยนต์ที่ผลิตขึ้นในประเทศไทยเท่านั้น เพื่อส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ของไทยส่วน
เรื่องรายละเอียดการให้เงินอุดหนุนจากภาครัฐนั้น จะเป็นการอุดหนุนผ่านบริษัทผลิตรถยนต์ เพื่อนำไปลดราคาให้กับลูกค้าต่อ

ส่วนเหตุผลที่ต้องให้สิทธิ์กับรถยนต์ไฮบริดด้วยเนื่องจาก ในประเทศไทยยังมีผู้ผลิตรถยนต์
ที่ผลิตรถยนต์ที่ใช้น้ำมันควบคู่กับรถยนต์ไฟฟ้าอยู่ และสำหรับเกณฑ์ การพิจารณารุ่นรถที่สามารถเข้าร่วมโครงการได้นั้น
จะดูจากปริมาณการปล่อยคาร์บอน ซึ่งต้องอยู่ในระดับต่ำ ภายใต้เกณฑ์ที่รัฐบาลกำหนด
ซึ่งขณะนี้กระทรวงการคลังกำลังอยู่ระหว่างการออกแบบมาตรการดังกล่าวเพื่อเสนอ ให้ ครม. พิจารณาเห็นชอบต่อไป



ล่าสุดเมื่อวันที่ 11 เม.ย. 69 นายเอกนิติ  กล่าวหลังจาการประชุมครม.นัดแรก โดยระบุว่า
เพื่อการเตรียมความพร้อมประชาชนทั่วไปสำหรับการปรับตัวและเปลี่ยนผ่านไปสู่การใช้พลังงานสะอาดเพื่อลดผลกระทบจาก
ความผันผวนของวิกฤติพลังงาน  โดยเราได้ให้ธนาคารออมสินดำเนินโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ หรือ Soft Loan GSB
สำหรับการปรับตัวเพื่อความยั่งยืนทางพลังงานสำหรับประชาชน (โครงการสินเชื่อปรับตัวเพื่อความยั่งยืนฯ) วงเงินโครงการ 5,000 ล้านบาท

ทั้งนี้เพื่อสนับสนุนสินเชื่อให้แก่ประชาชนในการปรับตัวด้านพลังงาน เช่น การติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Cell)
การจัดซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์ EV เป็นต้น วงเงินสินเชื่อต่อรายไม่เกิน 2 ล้านบาท ระยะเวลาโครงการ 5 ปี
โดยมีดอกเบี้ยอัตราพิเศษ และยื่นขอสินเชื่อได้ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2570


สำหรับกลุ่ม SMEs กระทรวงการคลังยังได้ร่วมกับธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย
ด้วยโครงการสินเชื่อ SME Green Productivity ขเพื่อเป็นเงินลงทุน และ/หรือเงินทุนหมุนเวียนให้กับผู้ประกอบการ SMEs
ในการยกระดับและเปลี่ยนผ่านไปสู่อุตสาหกรรมสีเขียว

โดยโครงการดังกล่าวครอบคลุมผู้ประกอบการที่มีกระบวนการผลิตหรือเทคโนโลยีลดการใช้พลังงาน ระบบพลังงานทดแทน
และเชื่อมโยงไปสู่อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (Electric Vehicle : EV) และรถสมัยใหม่ที่ปล่อยมลพิษต่ำ
โดยอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 3 ต่อปี ใน 3 ปีแรก วงเงินไม่เกิน 30 ล้านบาทต่อราย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อย่างไรก็ตามอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ของไทยมีสัดส่วนต่อ GDP
ของประเทศอยู่ที่ประมาณ 10% - 12% หากอ้างอิงจากข้อมูลการประเมินล่าสุดในช่วงปี 2567-2569 (Krungthai COMPASS)
มูลค่าตลาดของอุตสาหกรรมนี้สูงถึงราว 2.1 ล้านล้านบาท ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 11% ของ GDP ของประเทศไทย

นอกจากมูลค่าทางเศรษฐกิจที่สูงแล้ว อุตสาหกรรมยานยนต์ยังมีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจไทยในแง่ของการจ้างงาน
โดยมีการจ้างงานทางตรงและทางอ้อมรวมกันมากกว่า 600,000 - 850,000 คน และคิดเป็นสัดส่วนการส่งออกที่สำคัญของประเทศอีกด้วย

*** ที่มา
https://www.thairath.co.th/news/auto/news/2926122

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่