“พระพุทธเจ้าสอนอย่าให้มันช้า
อย่าให้มันเร็ว ทำจิตให้พอดี การประพฤติปฏิบัตินี้ ไม่ต้องเดือดร้อน ถ้ามันเดือดร้อน
เราก็ต้องพิจารณา เช่นว่าเราจะปลูกต้นไม้
ต้นหนึ่งขึ้นมา ต้นไม้ที่จะปลูกนั้น...ก็มีอยู่
ก็ขุดหลุม ก็ปลูก เอาต้นไม้มาวางบนหลุมนั้น
ก็เป็นหน้าที่ของเราจะพูนดิน จะให้ปุ๋ย จะให้น้ำ จะรักษาแมลงต่างๆ ก็เป็นเรื่องของเรา เป็นหน้าที่ของเราคนจะทำสวนต้องทำอย่างนี้
ที่นี้! เรื่องต้นไม้มันจะโต เร็วโตช้า
ของมันนั้นน่ะ! มันไม่ใช่เรื่องของเรา มันเป็นเรื่องของต้นไม้ ถ้าเราไม่รู้จักหน้าที่การงานของเราแล้วมันก็ไปทำงานทำหน้าที่ของต้นไม้ มันก็ทุกข์ของเรา หน้าที่ของเรา ก็ให้ปุ๋ยมันไป ให้น้ำมันไป รักษาแมลงไม้ไป เท่านี้...
ส่วนต้นไม้จะโตเร็ว โตช้าเป็นเรื่องของต้นไม้
ถ้าเรารู้จักหน้าที่การงานของเรา เช่นนี้
ภาวนา ก็สบาย ถ้าเราคิดเช่นนี้...
การปฏิบัติของเราก็สบาย ง่าย สะดวก
ไม่ดิ้นรนกระวนกระวาย...”
จากหนังสือ: อุปลมณี
พระโพธิญาณเถร (หลวงพ่อชา สุภทฺโท)
วัดหนองป่าพง ต.โนนผึ้ง อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี
(พ.ศ. ๒๔๖๑ – ๒๕๓๕)
พระพุทธเจ้าสอนอย่าให้มันช้า อย่าให้มันเร็ว
อย่าให้มันเร็ว ทำจิตให้พอดี การประพฤติปฏิบัตินี้ ไม่ต้องเดือดร้อน ถ้ามันเดือดร้อน
เราก็ต้องพิจารณา เช่นว่าเราจะปลูกต้นไม้
ต้นหนึ่งขึ้นมา ต้นไม้ที่จะปลูกนั้น...ก็มีอยู่
ก็ขุดหลุม ก็ปลูก เอาต้นไม้มาวางบนหลุมนั้น
ก็เป็นหน้าที่ของเราจะพูนดิน จะให้ปุ๋ย จะให้น้ำ จะรักษาแมลงต่างๆ ก็เป็นเรื่องของเรา เป็นหน้าที่ของเราคนจะทำสวนต้องทำอย่างนี้
ที่นี้! เรื่องต้นไม้มันจะโต เร็วโตช้า
ของมันนั้นน่ะ! มันไม่ใช่เรื่องของเรา มันเป็นเรื่องของต้นไม้ ถ้าเราไม่รู้จักหน้าที่การงานของเราแล้วมันก็ไปทำงานทำหน้าที่ของต้นไม้ มันก็ทุกข์ของเรา หน้าที่ของเรา ก็ให้ปุ๋ยมันไป ให้น้ำมันไป รักษาแมลงไม้ไป เท่านี้...
ส่วนต้นไม้จะโตเร็ว โตช้าเป็นเรื่องของต้นไม้
ถ้าเรารู้จักหน้าที่การงานของเรา เช่นนี้
ภาวนา ก็สบาย ถ้าเราคิดเช่นนี้...
การปฏิบัติของเราก็สบาย ง่าย สะดวก
ไม่ดิ้นรนกระวนกระวาย...”
จากหนังสือ: อุปลมณี
พระโพธิญาณเถร (หลวงพ่อชา สุภทฺโท)
วัดหนองป่าพง ต.โนนผึ้ง อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี
(พ.ศ. ๒๔๖๑ – ๒๕๓๕)