แชร์ทริคสู้ความง่วงยามบ่าย! ทลายอาการ "Sugar Crash" เติมความสดชื่นให้คนวัยทำงานแบบไม่รู้สึกผิด🥤✨

สวัสดีค่ะเพื่อนๆ มนุษย์เงินเดือนทุกคน ช่วงบ่ายสองบ่ายสามทีไร มีใครเป็นเหมือนกันไหมคะ? อาการหนังตาหย่อน ความง่วงจู่โจม จนแทบจะวูบคาจอคอม😰 วันนี้เราเลยอยากมาแชร์ข้อมูลดีๆ และทริคเล็กๆ น้อยๆ ในการเติมพลังยามบ่ายแบบไม่ทำร้ายสุขภาพมาฝากกันค่ะ

     ช่วงเวลาบ่ายสองถึงบ่ายสามโมง มักจะเป็นช่วงปราบเซียนของชาวออฟฟิศหลายคน ที่ความง่วงและอาการอ่อนเพลียเริ่มจู่โจม จนแทบจะโฟกัสกับหน้าจอคอมพิวเตอร์ไม่ได้ ข้อมูลจากวิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล (CMMU) ระบุว่า คนวัยทำงานในปัจจุบันต้องเผชิญกับความเครียดสูง และมีอาการที่เข้าข่ายภาวะหมดไฟ หรือ Burnout สูงถึง 57% ซึ่งหนึ่งในอาการสำคัญ คือ ความเหนื่อยล้าทั้งทางร่างกายและจิตใจ (มหาลัยมหิดล, 2565) สิ่งนี้ทำให้ชาวออฟฟิศหลายคนมักจะมองหาเครื่องดื่มหรือขนมหวานเพื่อปลุกความสดชื่นให้ตัวเอง
     หลายคนเลือกแก้ปัญหานี้ด้วยการทานขนมหรือเครื่องดื่มชงที่มีความหวานจัด ซึ่งแม้จะทำให้รู้สึกมีพลังงานขึ้นมาทันที แต่กลับส่งผลเสียในระยะยาว สิ่งนี้ตรงกับข้อมูลทางการแพทย์ที่อธิบายถึง "ภาวะเมาน้ำตาล" (Sugar Crash) หรือภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำแบบเฉียบพลัน เมื่อเรารับประทานอาหารที่มีน้ำตาลสูง ร่างกายจะดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดอย่างรวดเร็ว ทำให้ระดับน้ำตาลพุ่งสูงและรู้สึกสดชื่น แต่หลังจากนั้น ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนอินซูลินออกมาในปริมาณมากเพื่อจัดการกับน้ำตาลเหล่านั้น ส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดตกลงอย่างฉับพลัน ทำให้เรากลับมารู้สึกอ่อนเพลีย ง่วงซึม หิวบ่อย และอาจมีอาการใจสั่นหรือมือสั่นตามมา
     แล้วเราจะเติมความสดชื่นยามบ่ายอย่างไรไม่ให้ทำร้ายสุขภาพ? คำตอบ คือ การเลือกของว่างที่สามารถควบคุมระดับความหวานได้ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ได้ให้คำแนะนำไว้ว่า การดื่มเครื่องดื่มที่เติมน้ำตาลปริมาณมากเป็นประจำจะส่งผลเสียต่อสุขภาพและทำให้ติดหวาน โดยแนะนำให้เลือกเครื่องดื่มแบบ "หวานน้อย" ที่เติมน้ำตาลไม่เกิน 5% และควรหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่เติมน้ำตาลเกิน 10% ซึ่งถือว่าหวานจัด (กรมอนามัย, 2563) การเปลี่ยนจากขนมหวานจัดจ้าน มาเป็นของว่างที่หวานน้อย จะช่วยรักษาระดับพลังงานให้คงที่ยาวนานกว่า "เพราะเราเชื่อว่า การดูแลสุขภาพในวัยทำงาน ไม่ใช่การงดของหวานอย่างเด็ดขาด แต่คือการเลือกทานอย่างชาญฉลาดในปริมาณที่พอเหมาะ"

     หากเพื่อนๆ กำลังมองหาทางเลือกใหม่ที่ตอบโจทย์ทั้งความอร่อยและความสะดวกสบาย "หวานในแก้ว" คือ แบรนด์ขนมไทยรูปแบบใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อคนวัยทำงานโดยเฉพาะ ด้วยจุดเด่นที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยามบ่าย

• ทานง่าย ไม่เลอะเทอะ: จับเอาขนมไทยยอดฮิตมาอยู่ในแก้วแบบเครื่องดื่ม ทำให้สามารถเพลิดเพลินกับรสชาติและสัมผัสของขนมไทยได้ง่ายๆ ที่โต๊ะทำงาน โดยไม่ต้องกลัวหกเลอะเทอะ

• Customized ได้ตามใจชอบ: สั่งปรับระดับความหวานและเลือกท็อปปิ้งได้เหมือนการสั่งชานมไข่มุก เพื่อควบคุมปริมาณน้ำตาลไม่ให้เกินลิมิต ตอบโจทย์ความชอบที่ต่างกัน

• ส่งตรงถึงออฟฟิศ: ด้วยรูปแบบร้านที่เป็นการขายออนไลน์ เดลิเวอรี่ 100% ไม่มีหน้าร้าน จึงไม่ต้องเสียเวลาเดินลงไปต่อคิวซื้อ เพียงแค่กดสั่งผ่านแอปพลิเคชัน ขนมไทยก็พร้อมส่งตรงถึงออฟฟิศในเวลา Teatime พอดี

     การดูแลตัวเองในวันทำงานที่แสนวุ่นวายไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องยาก แค่เริ่มต้นจากการเลือกของว่างยามบ่ายที่ใช่ ให้ "หวานในแก้ว" เป็นตัวช่วยเติมความสดชื่น ให้พร้อมลุยงานต่อได้อย่างเต็มที่แบบไม่รู้สึกผิด

     ใครมีทริคแก้ง่วงยามบ่ายเด็ดๆ หรือมีขนมประจำโต๊ะทำงานแบบไหนอีก มาคอมเมนต์แชร์กันได้นะคะ ส่วนใครอยากลองเติมความสดชื่นแบบส่งตรงถึงออฟฟิศ ก็ลองเสิร์ชหาชื่อร้านในแอปเดลิเวอรี่กันดูได้เลย เป็นกำลังใจให้วัยรุ่นปวดหลังทุกคนนะคะ ฮึบๆ✌🏻❤️

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่