ป.ป.ช. ยืนยันส่งฟ้อง 44 อดีต สส.พรรคก้าวไกล พรุ่งนี้ ปัดโยงวันแถลงนโยบายรัฐบาล
.
.
คดี 44 อดีต สส.ก้าวไกล ป.ป.ช. ขนหลักฐานส่งศาลฎีกา 9 เม.ย. เวลา 09.00 น. ฟันผิดจริยธรรมร้ายแรง ปมแก้มาตรา 112 ยันทำตามหน้าที่ ไม่เกี่ยวกระแสการเมืองยื่นฟันผิดวันแถลงนโยบายรัฐบาลอนุทิน 2
วันที่ 8 เม.ย. 2569 นายสุรพงษ์ อินทนถาวร เลขาธิการกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.)กล่าวว่า ในวันที่ 9 เม.ย. เวลา 09.00 น. ได้มอบหมายให้นายพัฒนพงศ์ จันทร์เพ็ชรพูล ผู้ช่วยเลขาธิการป.ป.ช. นำคำร้องคดีอดีต 44 สส.พรรคก้าวไกล กรณีผิดจริยธรรมร้ายแรง จากการเข้าชื่อแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ไปยื่นต่อศาลฎีกา ภายหลังได้ตรวจสอบเอกสารคำร้องต่างๆ ที่เจ้าหน้าที่ป.ป.ช.ส่งมาเห็นว่า มีรายละเอียดครบถ้วนถูกต้องเรียบร้อยแล้ว จึงเตรียมไปยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาในวันดังกล่าว โดยคำร้องดังกล่าวมี 56 ชุด มีเอกสารร่วม 200 ลัง จำนวนเกือบ 1 แสนแผ่น ใช้รถตู้ 3 คัน ขนไป ยืนยันว่า เป็นการดำเนินการตามขั้นตอน ไม่มีประเด็นการเมืองมาเกี่ยวข้องว่า ไปยื่นคำร้องในวันแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา การแถลงนโยบายรัฐบาลไม่ได้เกี่ยวกับป.ป.ช. เมื่อป.ป.ช.ไปยื่นคำร้องในวันที่ 9 เม.ย. ศาลฎีกาก็ยังไม่มีคำสั่งใดๆ ออกมาในวันเดียวกัน ต้องรอขั้นตอนตั้งองค์คณะไต่สวนมาพิจารณาสำนวน ป.ป.ช. ว่า มีความครบถ้วนถูกต้องหรือไม่ จึงจะพิจารณาว่าจะสั่งผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 44 คน หยุดปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ ยังไม่รู้ศาลจะมีคำสั่งออกมาวันใด
.
.
เกษตรกร เซ็ง แตงกวาราคาตก เหลือกิโลละ 9 บาท ตัดพ้ออย่างอื่นแพงเอา ๆ
https://www.khaosod.co.th/around-thailand/news_10202876
.
เกษตรกร เซ็ง แตงกวาราคาตก เหลือกิโลละ 9 บาท โดยที่รัฐบาลไม่ได้มาเหลียวแลแก้ไขปัญหา ตัดพ้อทีอย่างอื่นแพงเอา ๆ สวนทางกับสินค้าทางการเกษตร
.
8 เม.ย. 69 – นาง
บัว เทพมะเริง 71 ปี เกษตรกรผู้ปลูกแตงกวาในพื้นที่บ้านคลองนอก ต.มิตรภาพ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ที่ปัจจุบันกำลังประสบปัญหาราคาแตงกวาตกต่ำและปัญหาราคาน้ำมันที่มีราคาเพิ่มสูงขึ้น
.
นาง
บัว กล่าวว่า น้ำมันนั้นมีความจำเป็นต่อสวนแตงมาก เนื่องจากจะต้องนำมาเติมเครื่องปั๊มน้ำเพื่อปั๊มน้ำมารดแตงกว่าทุกวัน ๆ ละ 2 ครั้ง เช้า – เย็น หมดค่าน้ำมันต่อวันเฉลี่ย 300-400 บาท
.
อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ได้รับผลกระทบคือราคาแตงกวาตกต่ำจากเมื่อก่อนกิโลกรัมละประมาณ 15 บาท แต่ตอนนี้เหลือกิโลกรัมละ 9-10 บาท และยังต้องมาได้ผลกระทบจากราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้นอีกซึ่งน้ำมันนั้นตนนำมาเติมเครื่องปั๊มน้ำเพื่อปั๊มน้ำมารดแตงกว่าทุกวันในช่วงก่อนเก็บผลผลิต
.
สินค้าทุกอย่างขึ้นราคาหมด ยกเว้นสินค้าทางการเกษตรที่ตกต่ำลงทุกวัน โดยที่รัฐบาลไม่ได้มาเหลียวแลแก้ไขปัญหา อาชีพเกษตรกรตอนนี้ลำบากมาก ต้นทุนการทำการเกษตรนั้นเพิ่มขึ้นทุกอย่าง ทั้งค่ายา ปุ๋ย จนมาถึงน้ำมัน
.
.
ตลาดบัตรเครดิตทรุด กลุ่มพรีเมียมชะลอใช้จ่าย รัดเข็มขัดในชีวิตประจำวัน
https://www.dailynews.co.th/news/5762735/
.
ตลาดบัตรเครดิตทรุด ติดลบ 1.8% กลุ่มพรีเมียมชะลอใช้จ่าย รัดเข็มขัดในชีวิตประจำวัน
.
วันที่ 8 เม.ย. นาย
อธิศ รุจิรวัฒน์ ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านกรุงศรี คอนซูมเมอร์ ในกลุ่มธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า ตลาดบัตรเครดิตในปี 68 ที่ผ่านมา โดยรวมจำนวนบัญชีติดลบ 1% ในรอบหลายสิบปีถ้าไม่นับวิกฤติโควิด และยอดสินเชื่อคงค้างในตลาดติดลบ 1.8% ในส่วนกรุงศรีคอนซูมเมอร์ จำนวนบัญชีบวก 4.8% แต่ยอดสินเชื่อคงค้างติดลบ 1.6% โดยยอดการใช้จ่ายบัตรเครดิตเติบโตเกือบ 1%
.
ส่วนตลาดสินเชื่อส่วนบุคคล จำนวนบัญชีในตลาดเติบโต 3.9% ยอดสินเชื่อคงค้างติดลบ 3.1% ขณะที่ในกรุงศรีคอนซูมเมอร์เติบโต 3.2% โดยยอดบัญชีลูกค้ากรุงศรีคอนซูมเมอร์ 10.3 ล้านบัญชี ยังถือเป็นอันดับหนึ่งในตลาด
.
สำหรับการสำรวจพฤติกรรมนั้นพบว่า กลุ่มพรีเมียมเริ่มชะลอการใช้จ่าย ซึ่งจากที่ผ่านมาหลังโควิด ได้ปรับกลยุทธ์สำคัญมองว่ารายได้ 1.5-3 หมื่นบาทอาจไม่ได้ฟื้นเต็มที่จากโควิด จึงให้ความสำคัญไปเน้นพรีเมียมและได้ผลมาตลอด
.
แต่อย่างไรก็ตามปี 68 เห็นทุกกลุ่มชะลอการใช้จ่าย ซึ่งกลุ่มพรีเมียมชะลอการใช้จ่าย เช่น กลุ่มร้านอาหารไฟน์ดายนิ่งติดลบ 18% แต่ในขณะที่ฟู้ดคอร์ต ฟาสต์ฟู้ดกลับเติบโต 9% แสดงว่าคนเริ่มรัดเข็มขัดในชีวิตประจำวัน และปี 68 สายลักชัวรี่ไปต่อกันไม่ค่อยได้ ติดลบ 16% ประหยัดมากขึ้น
.
พฤติกรรมการชำระเงินที่เปลี่ยนแปลงไป ยอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตน้อยลง แต่ใช้บ่อยขึ้น แสดงให้เห็นว่าภาวะเศรษฐกิจไม่ดี คนใช้จ่ายผ่านบัตรถี่แต่ยอดใช้ลดลงในแต่ละครั้ง
.
จากข้อมูลพฤติกรรมการใช้จ่ายผ่านบัตรของกรุงศรี คอนซูมเมอร์ ในปี 68 ที่ผ่านมาพบว่า หมวดใช้จ่ายผ่านบัตรสูงสุดเรียงตามยอดใช้จ่าย ได้แก่ 1.ประกันภัย 2.ซูเปอร์มาร์เก็ตและร้านสะดวกซื้อ 3.ปั๊มน้ำมัน 4.ตกแต่งบ้านและเครื่องใช้ในครัวเรือน และ 5.ช้อปออนไลน์
.
ส่วนหมวดใช้จ่ายที่มีอัตราเติบโตสูงสุด ได้แก่ 1.โซเชียลมีเดียและแอปพลิเคชัน 2.ตัวแทนท่องเที่ยว 3.แอปเดลิเวอรี 4.กองทุนรวม และ 5.กีฬาและนันทนาการ
.
ขณะที่แผนธุรกิจของกรุงศรีคอนซูมเมอร์ ได้ตั้งเป้าภายในปี 69 มียอดใช้จ่ายผ่านบัตร 420,000 ล้านบาท เติบโต 6%, ยอดสินเชื่อใหม่ 98,000 ล้านบาท เติบโต 4%, ยอดบัญชีลูกค้าใหม่ 627,000 บัญชี เติบโต 9% และยอดสินเชื่อคงค้าง 147,000 ล้านบาท เติบโต 3%
.
.
ส.ก.เนอส ทิ้งทวนก่อนหมดวาระ จี้ปม ‘โรงขยะอ่อนนุช’ 4 ปียังเหม็นเปรี้ยว รองผู้ว่าฯ แอ่นอกรับ ‘แก้100%ไม่ได้’ https://www.matichon.co.th/local/news_5670095
.
ส.ก.เนอส ทิ้งทวน ครั้งสุดท้ายก่อนหมดวาระ จี้ถาม ปัญหากลิ่นศูนย์กำจัดมูลฝอยอ่อนนุช ‘เหม็นเปรี้ยว จนเวียนหัว’ ชาวบ้านทนดมเช้า-เย็น คาใจปล่อยเป็นปัญหา 4 ปี รองผู้ว่าฯ จักกพันธุ์ รับ ‘แก้ได้ไม่เต็มร้อย’ เผย แนะบริษัท 5 ข้อ แต่ไม่มีในสัญญา TOR ก็ไม่ได้ระบุ-ประตูอัตโนมัติ บริษัทไม่ได้ทำ ระบบปิด ‘ปิดไม่100%’ บังคับไม่ได้ ได้แต่ ‘ขอความร่วมมือ’
.
เมื่อวันที่ 8 มีนาคม ที่ห้องประชุมสภากรุงเทพมหานคร อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 ดินแดง นาย
ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยผู้บริหาร ตลอดจนสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ทั้ง 50 เขต เข้าร่วมการประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมสามัญ สมัยที่สอง (ครั้งที่ 2) พ.ศ.2569
.
ในตอนหนึ่ง น.ส.
ภัทราภรณ์ เก่งรุ่งเรืองชัย สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร เขตบางซื่อ ได้ตั้งกระทู้ถามสด เรื่อง ความคืบการแก้ไขปัญหากลิ่นของศูนย์กำจัดมูลฝอยอ่อนนุช
.
น.ส.
ภัทราภรณ์ แสดงภาพศูนย์กำจัดมูลฝอยอ่อนนุช โดยกล่าวว่า ตนได้ตั้งกระทู้ในสภาแห่งนี้ไปแล้วเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2568 วันนี้จึงมาสอบถามความคืบหน้าอีกครั้ง ในสมัยการประชุมครั้งสุดท้ายก่อนที่ตนและเพื่อนสมาชิก ฝ่ายบริหารและท่านผู้ว่าจะหมดวาระในเดือนหน้า ว่าการทำงานของฝ่ายบริหารชุดนี้เลือกที่จะปล่อยให้กลิ่นเหม็นรบกวนชีวิตสุขภาพของประชาชนกว่า 6 เขต และชาวสมุทรปราการบางส่วนต่อไปหรือไม่
.
“
สภาพการทำงานปัจจุบัน ของโรงกำจัดมูลฝอยขนาด 1,000 ตัน และขนาดไม่น้อยกว่า 600 ตัน ต่อวัน ที่ศูนย์กำจัดมูลฝอยอ่อนนุช ที่ทุกฝ่ายยอมรับว่าเป็นหนึ่งในตัวการหลัก เรื่องกลิ่น ถ้าดูในรูปจะเห็นว่าโรงงานเปิดโล่ง ให้กลิ่นออกไปได้ ยังไม่นับว่าหากเป็นหน้าฝน ขยะจะถูกแช่อยู่บน พื้นเปียก และจะส่งกลิ่นเหม็นมากกว่าเดิมอีกหลายเท่าตัว หากเคยไปก็คงจะทราบว่ามันเหม็นเปรี้ยวมากๆ จนเวียนหัว
.
ดิฉันอยากให้เพื่อนสมาชิกคิดภาพตาม ว่ากลิ่นเหล่านี้เป็นกลิ่นที่พี่น้องประชาชน ต้องดมทั้งเช้า และเย็น ในบ้านของตนเอง ดิฉันเข้าใจดีว่าทั้งสองโรงนี้มีสัญญาต่อเนื่องมาจากสมัยผู้ว่าฯ กทม. คนก่อน แต่การเลือกที่จะปล่อยให้เป็นแบบนี้มาตลอดเวลา 4 ปี เป็นผลงานของผู้ว่าฯ ชุดนี้แน่นอน” น.ส.ภัทราภรณ์ กล่าว
.
น.ส.
ภัทราภรณ์ กล่าวต่อไปว่า ตนชื่นชมในโครงการกำจัดมูลฝอยผลิตพลังงานไฟฟ้า 1,000ตัน ต่อวัน ในศูนย์กำจัดขยะมูลฝอยอ่อนนุช ที่เพิ่งเปิดทดลองระบบไป ว่ามีการปรับปรุงและมีการจัดการปัญหาหลายๆ อย่างที่เคยเกิดขึ้นในกรุงเทพมหานครได้อย่างดี และมีแนวโน้มว่าจะไม่สร้างปัญหาเรื่องกลิ่นรบกวนเพิ่ม และอาจจะเป็นมาตรฐานใหม่ให้โรงกำจัดขยะให้กับกรุงเทพมหานครในอนาคต แต่การมีโรงงานใหม่ที่ดี ไม่ได้หมายความว่า ปัญหาเรื่องกลิ่นเดิมจะหมดไป หากตนจะชื่นชมส่วนหนึ่ง แต่ปล่อยผ่านส่วนอื่น ก็คงจะเป็นการเกาไม่ถูกที่คัน
.
ต่อมา น.ส.
ภัทราภรณ์ ได้เผยภาพการลงพื้นที่ของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ตั้งแต่ช่วงเข้ารับตำแหน่งแรกๆในปี พ.ศ.2565 และครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 20 มกราคม ที่ผ่านมา
.
น.ส.
ภัทราภรณ์ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 20 มกราคม ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครลงไปดูในพื้นที่ด้วยตนเองแต่ยังคงเป็นการเน้นย้ำให้แก้ไข จัดการกลิ่น วนไปวนมาเหมือนเดิม คำตอบหลักที่ได้รับก็จะเป็นการให้ ยอมทนทุกข์ รอโรงขยะทั้งสองโรงนี้หมดสัญญาไปในเดือนธันวาคม ปีพ.ศ.2569 และเดือนมิถุนายน ปีพ.ศ. 2570
.
“
ในกระทู้เดิมของดิฉันท่านรองผู้ว่าฯจักกพันธุ์ (นายจักกพันธุ์ ผิวงาม) ได้แจ้งว่าทั้งโรงกำจัดมูลฝอย ขนาด 1,000 ตัน และ 600 ตัน มีการติดตั้งเครื่องวัดกลิ่นแล้วรวม 3 จุดมีการปรับให้เป็นระบบปิดไปได้เพียงบางส่วน และรวมถึงบริษัทผู้รับจ้างบริการ ยังไม่มี และไม่มีแผนการปรับปรุงระบบปิดที่ชัดเจนให้กรุงเทพมหานคร” น.ส.
ภัทราภรณ์ กล่าว
.
น.ส.
ภัทราภรณ์ กล่าวต่อว่า ตนขอทราบความคืบหน้าการจัดการเรื่องกลิ่นขยะของทั้งสองโรงนี้ต่อ จากที่เคยแจ้งในครั้งก่อนว่าถึงไหนแล้ว และจะปรับปรุงเสร็จเมื่อไหร่ หรือว่านี่เป็นเพียงความพยายามดึงเรื่องไปเรื่อยจนหมดสัญญา เพื่อเลี่ยงการลงทุนเพิ่มเติม
.
ด้าน นาย
ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า เรื่องปัญหาโรงขยะอ่อนนุชเป็นปัญหาหนึ่งที่สร้างความเดือนร้อนให้กับประชาชนในพื้นที่ และมีปัจจัยหลายสาเหตุ
.
“
ที่ผ่านมาผมเชื่อว่า เราพยายามลงพื้นที่ดำเนินการตามกรอบและใช้เทคโนโลยีต่างๆเข้ามากำกับ ดูแล มีการติดเซ็นเซอร์วัดกลิ่น และบรรเทา การแก้ปัญหาต่างๆ ซึ่งรองฯ จักกพันธุ์จะมีรายละเอียดชี้แจงให้ทางสมาชิกและ พี่น้องประชาชนได้เข้าใจ ถึงสิ่งที่เราดำเนินการไป” นายชัชชาติ กล่าว
.
จากนั้น นาย
จักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า ในศูนย์อ่อนนุชจะมีโรงขยะทั้งหมด 5 โรง ซึ่งความจริงแล้วที่ท่านสมาชิกได้นำขึ้นมาจะเป็น 3 โรงที่ไปดู ที่ติดตามอย่างต่อเนื่องก็คือ 1,000 ตัน 600ตัน และ 800 ตัน
.
“
ในส่วนของ 1,000 ตัน ต้องยอมรับว่าเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นจริง ถามว่าตั้งแต่ผู้บริหารชุดนี้คือตัวผมเองเข้ามาทำงาน ถามว่าทำอะไรบ้าง เรื่องของการกำจัดขยะโดยใช้ระบบการคัดแยกและหมักปุ๋ย 1,000ตัน สัญญาก็เขียนไว้ ว่าบริษัทต้องทำอะไรบ้าง แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องยอมรับว่าบางเรื่องบริษัทไม่ได้ดำเนินการตามสัญญา เพราะฉะนั้นในช่วง2-3ปี ที่ผ่านมา จะเป็นผมเองหรือสำนักสิ่งแวดล้อมก็พยายามเสนอแนะในสิ่งที่บริษัทควรจะทำ ก็ยอมรับว่าสิ่งที่เราเสนอแนะไป สัญญาไม่ได้เขียนไว้ TOR ก็ไม่ได้ระบุไว้ นาย
จักกพันธุ์ กล่าว
JJNY : 5in1 ป.ป.ช.ส่งฟ้องพรุ่งนี้│เซ็ง แตงกวาราคาตก│ตลาดบัตรเครดิตทรุด│ส.ก.เนอสทิ้งทวน│ไออาร์จีซี ลั่นไม่เคยเชื่อใจสหรัฐ
.
เกษตรกร เซ็ง แตงกวาราคาตก เหลือกิโลละ 9 บาท ตัดพ้ออย่างอื่นแพงเอา ๆ
https://www.khaosod.co.th/around-thailand/news_10202876
.
เกษตรกร เซ็ง แตงกวาราคาตก เหลือกิโลละ 9 บาท โดยที่รัฐบาลไม่ได้มาเหลียวแลแก้ไขปัญหา ตัดพ้อทีอย่างอื่นแพงเอา ๆ สวนทางกับสินค้าทางการเกษตร
.
8 เม.ย. 69 – นางบัว เทพมะเริง 71 ปี เกษตรกรผู้ปลูกแตงกวาในพื้นที่บ้านคลองนอก ต.มิตรภาพ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ที่ปัจจุบันกำลังประสบปัญหาราคาแตงกวาตกต่ำและปัญหาราคาน้ำมันที่มีราคาเพิ่มสูงขึ้น
.
นางบัว กล่าวว่า น้ำมันนั้นมีความจำเป็นต่อสวนแตงมาก เนื่องจากจะต้องนำมาเติมเครื่องปั๊มน้ำเพื่อปั๊มน้ำมารดแตงกว่าทุกวัน ๆ ละ 2 ครั้ง เช้า – เย็น หมดค่าน้ำมันต่อวันเฉลี่ย 300-400 บาท
.
อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ได้รับผลกระทบคือราคาแตงกวาตกต่ำจากเมื่อก่อนกิโลกรัมละประมาณ 15 บาท แต่ตอนนี้เหลือกิโลกรัมละ 9-10 บาท และยังต้องมาได้ผลกระทบจากราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้นอีกซึ่งน้ำมันนั้นตนนำมาเติมเครื่องปั๊มน้ำเพื่อปั๊มน้ำมารดแตงกว่าทุกวันในช่วงก่อนเก็บผลผลิต
.
สินค้าทุกอย่างขึ้นราคาหมด ยกเว้นสินค้าทางการเกษตรที่ตกต่ำลงทุกวัน โดยที่รัฐบาลไม่ได้มาเหลียวแลแก้ไขปัญหา อาชีพเกษตรกรตอนนี้ลำบากมาก ต้นทุนการทำการเกษตรนั้นเพิ่มขึ้นทุกอย่าง ทั้งค่ายา ปุ๋ย จนมาถึงน้ำมัน
.
.
ตลาดบัตรเครดิตทรุด กลุ่มพรีเมียมชะลอใช้จ่าย รัดเข็มขัดในชีวิตประจำวัน
https://www.dailynews.co.th/news/5762735/
.
ตลาดบัตรเครดิตทรุด ติดลบ 1.8% กลุ่มพรีเมียมชะลอใช้จ่าย รัดเข็มขัดในชีวิตประจำวัน
.
วันที่ 8 เม.ย. นายอธิศ รุจิรวัฒน์ ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านกรุงศรี คอนซูมเมอร์ ในกลุ่มธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า ตลาดบัตรเครดิตในปี 68 ที่ผ่านมา โดยรวมจำนวนบัญชีติดลบ 1% ในรอบหลายสิบปีถ้าไม่นับวิกฤติโควิด และยอดสินเชื่อคงค้างในตลาดติดลบ 1.8% ในส่วนกรุงศรีคอนซูมเมอร์ จำนวนบัญชีบวก 4.8% แต่ยอดสินเชื่อคงค้างติดลบ 1.6% โดยยอดการใช้จ่ายบัตรเครดิตเติบโตเกือบ 1%
.
ส่วนตลาดสินเชื่อส่วนบุคคล จำนวนบัญชีในตลาดเติบโต 3.9% ยอดสินเชื่อคงค้างติดลบ 3.1% ขณะที่ในกรุงศรีคอนซูมเมอร์เติบโต 3.2% โดยยอดบัญชีลูกค้ากรุงศรีคอนซูมเมอร์ 10.3 ล้านบัญชี ยังถือเป็นอันดับหนึ่งในตลาด
.
สำหรับการสำรวจพฤติกรรมนั้นพบว่า กลุ่มพรีเมียมเริ่มชะลอการใช้จ่าย ซึ่งจากที่ผ่านมาหลังโควิด ได้ปรับกลยุทธ์สำคัญมองว่ารายได้ 1.5-3 หมื่นบาทอาจไม่ได้ฟื้นเต็มที่จากโควิด จึงให้ความสำคัญไปเน้นพรีเมียมและได้ผลมาตลอด
.
แต่อย่างไรก็ตามปี 68 เห็นทุกกลุ่มชะลอการใช้จ่าย ซึ่งกลุ่มพรีเมียมชะลอการใช้จ่าย เช่น กลุ่มร้านอาหารไฟน์ดายนิ่งติดลบ 18% แต่ในขณะที่ฟู้ดคอร์ต ฟาสต์ฟู้ดกลับเติบโต 9% แสดงว่าคนเริ่มรัดเข็มขัดในชีวิตประจำวัน และปี 68 สายลักชัวรี่ไปต่อกันไม่ค่อยได้ ติดลบ 16% ประหยัดมากขึ้น
.
พฤติกรรมการชำระเงินที่เปลี่ยนแปลงไป ยอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตน้อยลง แต่ใช้บ่อยขึ้น แสดงให้เห็นว่าภาวะเศรษฐกิจไม่ดี คนใช้จ่ายผ่านบัตรถี่แต่ยอดใช้ลดลงในแต่ละครั้ง
.
จากข้อมูลพฤติกรรมการใช้จ่ายผ่านบัตรของกรุงศรี คอนซูมเมอร์ ในปี 68 ที่ผ่านมาพบว่า หมวดใช้จ่ายผ่านบัตรสูงสุดเรียงตามยอดใช้จ่าย ได้แก่ 1.ประกันภัย 2.ซูเปอร์มาร์เก็ตและร้านสะดวกซื้อ 3.ปั๊มน้ำมัน 4.ตกแต่งบ้านและเครื่องใช้ในครัวเรือน และ 5.ช้อปออนไลน์
.
ส่วนหมวดใช้จ่ายที่มีอัตราเติบโตสูงสุด ได้แก่ 1.โซเชียลมีเดียและแอปพลิเคชัน 2.ตัวแทนท่องเที่ยว 3.แอปเดลิเวอรี 4.กองทุนรวม และ 5.กีฬาและนันทนาการ
.
ขณะที่แผนธุรกิจของกรุงศรีคอนซูมเมอร์ ได้ตั้งเป้าภายในปี 69 มียอดใช้จ่ายผ่านบัตร 420,000 ล้านบาท เติบโต 6%, ยอดสินเชื่อใหม่ 98,000 ล้านบาท เติบโต 4%, ยอดบัญชีลูกค้าใหม่ 627,000 บัญชี เติบโต 9% และยอดสินเชื่อคงค้าง 147,000 ล้านบาท เติบโต 3%
.
.
ส.ก.เนอส ทิ้งทวนก่อนหมดวาระ จี้ปม ‘โรงขยะอ่อนนุช’ 4 ปียังเหม็นเปรี้ยว รองผู้ว่าฯ แอ่นอกรับ ‘แก้100%ไม่ได้’ https://www.matichon.co.th/local/news_5670095
.
ส.ก.เนอส ทิ้งทวน ครั้งสุดท้ายก่อนหมดวาระ จี้ถาม ปัญหากลิ่นศูนย์กำจัดมูลฝอยอ่อนนุช ‘เหม็นเปรี้ยว จนเวียนหัว’ ชาวบ้านทนดมเช้า-เย็น คาใจปล่อยเป็นปัญหา 4 ปี รองผู้ว่าฯ จักกพันธุ์ รับ ‘แก้ได้ไม่เต็มร้อย’ เผย แนะบริษัท 5 ข้อ แต่ไม่มีในสัญญา TOR ก็ไม่ได้ระบุ-ประตูอัตโนมัติ บริษัทไม่ได้ทำ ระบบปิด ‘ปิดไม่100%’ บังคับไม่ได้ ได้แต่ ‘ขอความร่วมมือ’
.
เมื่อวันที่ 8 มีนาคม ที่ห้องประชุมสภากรุงเทพมหานคร อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 ดินแดง นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยผู้บริหาร ตลอดจนสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ทั้ง 50 เขต เข้าร่วมการประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมสามัญ สมัยที่สอง (ครั้งที่ 2) พ.ศ.2569
.
ในตอนหนึ่ง น.ส.ภัทราภรณ์ เก่งรุ่งเรืองชัย สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร เขตบางซื่อ ได้ตั้งกระทู้ถามสด เรื่อง ความคืบการแก้ไขปัญหากลิ่นของศูนย์กำจัดมูลฝอยอ่อนนุช
.
น.ส.ภัทราภรณ์ แสดงภาพศูนย์กำจัดมูลฝอยอ่อนนุช โดยกล่าวว่า ตนได้ตั้งกระทู้ในสภาแห่งนี้ไปแล้วเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2568 วันนี้จึงมาสอบถามความคืบหน้าอีกครั้ง ในสมัยการประชุมครั้งสุดท้ายก่อนที่ตนและเพื่อนสมาชิก ฝ่ายบริหารและท่านผู้ว่าจะหมดวาระในเดือนหน้า ว่าการทำงานของฝ่ายบริหารชุดนี้เลือกที่จะปล่อยให้กลิ่นเหม็นรบกวนชีวิตสุขภาพของประชาชนกว่า 6 เขต และชาวสมุทรปราการบางส่วนต่อไปหรือไม่
.
“สภาพการทำงานปัจจุบัน ของโรงกำจัดมูลฝอยขนาด 1,000 ตัน และขนาดไม่น้อยกว่า 600 ตัน ต่อวัน ที่ศูนย์กำจัดมูลฝอยอ่อนนุช ที่ทุกฝ่ายยอมรับว่าเป็นหนึ่งในตัวการหลัก เรื่องกลิ่น ถ้าดูในรูปจะเห็นว่าโรงงานเปิดโล่ง ให้กลิ่นออกไปได้ ยังไม่นับว่าหากเป็นหน้าฝน ขยะจะถูกแช่อยู่บน พื้นเปียก และจะส่งกลิ่นเหม็นมากกว่าเดิมอีกหลายเท่าตัว หากเคยไปก็คงจะทราบว่ามันเหม็นเปรี้ยวมากๆ จนเวียนหัว
.
ดิฉันอยากให้เพื่อนสมาชิกคิดภาพตาม ว่ากลิ่นเหล่านี้เป็นกลิ่นที่พี่น้องประชาชน ต้องดมทั้งเช้า และเย็น ในบ้านของตนเอง ดิฉันเข้าใจดีว่าทั้งสองโรงนี้มีสัญญาต่อเนื่องมาจากสมัยผู้ว่าฯ กทม. คนก่อน แต่การเลือกที่จะปล่อยให้เป็นแบบนี้มาตลอดเวลา 4 ปี เป็นผลงานของผู้ว่าฯ ชุดนี้แน่นอน” น.ส.ภัทราภรณ์ กล่าว
.
น.ส.ภัทราภรณ์ กล่าวต่อไปว่า ตนชื่นชมในโครงการกำจัดมูลฝอยผลิตพลังงานไฟฟ้า 1,000ตัน ต่อวัน ในศูนย์กำจัดขยะมูลฝอยอ่อนนุช ที่เพิ่งเปิดทดลองระบบไป ว่ามีการปรับปรุงและมีการจัดการปัญหาหลายๆ อย่างที่เคยเกิดขึ้นในกรุงเทพมหานครได้อย่างดี และมีแนวโน้มว่าจะไม่สร้างปัญหาเรื่องกลิ่นรบกวนเพิ่ม และอาจจะเป็นมาตรฐานใหม่ให้โรงกำจัดขยะให้กับกรุงเทพมหานครในอนาคต แต่การมีโรงงานใหม่ที่ดี ไม่ได้หมายความว่า ปัญหาเรื่องกลิ่นเดิมจะหมดไป หากตนจะชื่นชมส่วนหนึ่ง แต่ปล่อยผ่านส่วนอื่น ก็คงจะเป็นการเกาไม่ถูกที่คัน
.
ต่อมา น.ส.ภัทราภรณ์ ได้เผยภาพการลงพื้นที่ของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ตั้งแต่ช่วงเข้ารับตำแหน่งแรกๆในปี พ.ศ.2565 และครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 20 มกราคม ที่ผ่านมา
.
น.ส.ภัทราภรณ์ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 20 มกราคม ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครลงไปดูในพื้นที่ด้วยตนเองแต่ยังคงเป็นการเน้นย้ำให้แก้ไข จัดการกลิ่น วนไปวนมาเหมือนเดิม คำตอบหลักที่ได้รับก็จะเป็นการให้ ยอมทนทุกข์ รอโรงขยะทั้งสองโรงนี้หมดสัญญาไปในเดือนธันวาคม ปีพ.ศ.2569 และเดือนมิถุนายน ปีพ.ศ. 2570
.
“ในกระทู้เดิมของดิฉันท่านรองผู้ว่าฯจักกพันธุ์ (นายจักกพันธุ์ ผิวงาม) ได้แจ้งว่าทั้งโรงกำจัดมูลฝอย ขนาด 1,000 ตัน และ 600 ตัน มีการติดตั้งเครื่องวัดกลิ่นแล้วรวม 3 จุดมีการปรับให้เป็นระบบปิดไปได้เพียงบางส่วน และรวมถึงบริษัทผู้รับจ้างบริการ ยังไม่มี และไม่มีแผนการปรับปรุงระบบปิดที่ชัดเจนให้กรุงเทพมหานคร” น.ส.ภัทราภรณ์ กล่าว
.
น.ส.ภัทราภรณ์ กล่าวต่อว่า ตนขอทราบความคืบหน้าการจัดการเรื่องกลิ่นขยะของทั้งสองโรงนี้ต่อ จากที่เคยแจ้งในครั้งก่อนว่าถึงไหนแล้ว และจะปรับปรุงเสร็จเมื่อไหร่ หรือว่านี่เป็นเพียงความพยายามดึงเรื่องไปเรื่อยจนหมดสัญญา เพื่อเลี่ยงการลงทุนเพิ่มเติม
.
ด้าน นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า เรื่องปัญหาโรงขยะอ่อนนุชเป็นปัญหาหนึ่งที่สร้างความเดือนร้อนให้กับประชาชนในพื้นที่ และมีปัจจัยหลายสาเหตุ
.
“ที่ผ่านมาผมเชื่อว่า เราพยายามลงพื้นที่ดำเนินการตามกรอบและใช้เทคโนโลยีต่างๆเข้ามากำกับ ดูแล มีการติดเซ็นเซอร์วัดกลิ่น และบรรเทา การแก้ปัญหาต่างๆ ซึ่งรองฯ จักกพันธุ์จะมีรายละเอียดชี้แจงให้ทางสมาชิกและ พี่น้องประชาชนได้เข้าใจ ถึงสิ่งที่เราดำเนินการไป” นายชัชชาติ กล่าว
.
จากนั้น นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า ในศูนย์อ่อนนุชจะมีโรงขยะทั้งหมด 5 โรง ซึ่งความจริงแล้วที่ท่านสมาชิกได้นำขึ้นมาจะเป็น 3 โรงที่ไปดู ที่ติดตามอย่างต่อเนื่องก็คือ 1,000 ตัน 600ตัน และ 800 ตัน
.
“ในส่วนของ 1,000 ตัน ต้องยอมรับว่าเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นจริง ถามว่าตั้งแต่ผู้บริหารชุดนี้คือตัวผมเองเข้ามาทำงาน ถามว่าทำอะไรบ้าง เรื่องของการกำจัดขยะโดยใช้ระบบการคัดแยกและหมักปุ๋ย 1,000ตัน สัญญาก็เขียนไว้ ว่าบริษัทต้องทำอะไรบ้าง แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องยอมรับว่าบางเรื่องบริษัทไม่ได้ดำเนินการตามสัญญา เพราะฉะนั้นในช่วง2-3ปี ที่ผ่านมา จะเป็นผมเองหรือสำนักสิ่งแวดล้อมก็พยายามเสนอแนะในสิ่งที่บริษัทควรจะทำ ก็ยอมรับว่าสิ่งที่เราเสนอแนะไป สัญญาไม่ได้เขียนไว้ TOR ก็ไม่ได้ระบุไว้ นายจักกพันธุ์ กล่าว