⚔️​ ออกรบนานของขาด เพื่อนช่วยเพื่อน มิตรภาพ​ลูกผู้ชาย​

เปิดหน้าประวัติศาสตร์ที่ถูกซ่อนไว้ : กองทัพจีนโบราณจัดการ "ความปรารถนา" ของทหารนับแสน เวลาออกศึกนานๆ ได้ยังไง?
.
เวลาเราอ่านประวัติศาสตร์ มักจะเห็นแต่ฉากแม่ทัพขี่ม้าถือทวนเท่ๆ หรือกุนซือวางแผนแยบยลประดุจเทพยดา แต่ในความเป็นจริง เบื้องหลังกองทัพอันยิ่งใหญ่ คือการเกณฑ์ผู้ชายวัยฉกรรจ์นับแสนคนให้จากบ้านเกิดไปรบไกลๆ เป็นแรมปี
.
สิ่งที่ตามมาคู่กับความเหนื่อยล้าคือ "ความกำหนัดและฮอร์โมนที่พลุ่งพล่าน" ที่ถูกกดทับไว้ ถ้ารัฐหรือแม่ทัพไม่หาวิธีระบายออก ทหารอาจจะแตกแถว ก่อกบฏ หรือสร้างความเดือดร้อนจนพังทั้งกองทัพได้เลย ต้าจีนจะพาไปเจาะลึกสวัสดิการทหารที่มืดดำ ที่ตำราเรียนทั่วไปไม่ได้เขียนบอกไว้ครับ
.
1. สวัสดิการแห่งรัฐ : อิ๋งจี้ หรือ โสเภณีค่ายทหาร
นี่คือการแก้ปัญหาที่เป็นระบบและเป็นทางการที่สุด เริ่มต้นอย่างชัดเจนในยุคฮั่นตะวันตก สมัย ฮั่นอู่ตี้ เมื่อต้องส่งกองทัพขนาดใหญ่บุกเบิกทะเลทรายไปทำศึกกับชนเผ่าซงหนู ทหารต้องประจำการชายแดนยาวนานจนเกิดความเครียดสะสม ฮั่นอู่ตี้จึงริเริ่มระบบอิ๋งจี้ขึ้นมา
.
หญิงสาวเหล่านี้ไม่ใช่หญิงบริการทั่วไป แต่เป็นนักโทษหญิง หรือที่น่าเศร้ากว่านั้นคือ ครอบครัวของขุนนางที่ทำผิดกฎหมายร้ายแรง เช่น ขุนนางที่ถูกประหารเจ็ดชั่วโคตร ภรรยาและลูกสาวจะถูกริบสถานะพลเมืองและส่งไปเป็นทาสปรนนิบัติทหารตามชายแดน ระบบนี้ช่วยรักษาวินัยกองทัพได้ผลชะงัด และถูกสืบทอดธรรมเนียมต่อมาอีกหลายยุคหลายสมัย
.
2. สวัสดิการปลุกใจ : "แม่ม่ายบนภูเขา" ของโกวเจี้ยนหวัง
ย้อนกลับไปไกลในยุคชุนชิว-จ้านกั๋ว มีกรณีศึกษาของรัฐเยว่ นำโดย โกวเจี้ยน ผู้ยอมทนชิมอุจจาระเพื่อรอวันล้างแค้นรัฐอู๋ ในระหว่างที่เขาซ่องสุมกำลังและฝึกทหารอย่างหนักหน่วง มีบันทึกในเอกสารโบราณระบุว่า โกวเจี้ยนใช้วิธีรวบรวม "หญิงม่าย" ที่สามีเสียชีวิต นำไปรวมตัวกันไว้บนภูเขาลับแห่งหนึ่ง
.
จากนั้นก็อนุญาตให้ทหารที่เหน็ดเหนื่อยจากการฝึกซ้อมอย่างหนัก ขึ้นไปปลดปล่อยความกำหนัดได้ นี่คือการใช้จิตวิทยาพื้นฐานเพื่อซื้อใจทหารและแลกกับความจงรักภักดีถวายชีวิตในการออกรบ

3. รางวัลแด่ผู้ชนะ : เชลยศึกและการปล้นสะดม
นี่คือความจริงที่โหดร้ายของการทำศึกในยุคโบราณ เมื่อกองทัพสามารถตีเมืองที่ปิดล้อมมานานจนแตกพ่าย แม่ทัพมักจะตกรางวัลให้ลูกน้องด้วยการประกาศให้ "ปล้นสะดม" ได้อย่างอิสระ 3 วันบ้าง 7 วันบ้าง
.
สิ่งที่ทหารกวาดต้อนไม่ใช่แค่เสบียงหรือเงินทอง แต่หมายถึงชีวิตของหญิงสาวชาวเมืองที่ถูกฉุดคร่ามาเป็นเครื่องระบายอารมณ์ หรือถูกจับกลับไปเป็นทาสรับใช้ในค่ายทหาร การกระทำแบบนี้ถูกใช้เป็นตัวกระตุ้นความกระหายเลือด ให้ทหารฮึกเหิมและอยากตีเมืองให้แตกไวๆ ผู้หญิงฝั่งที่แพ้สงครามจึงมีจุดจบที่เจ็บปวดเสมอ
.
4. กฎเข้มงวด...แต่ยกเว้นให้ VIP : สิทธิพิเศษของชนชั้นนำ
กฎหมายทหารจีนโบราณเข้มงวดเด็ดขาดมาก มีกฎเหล็กข้อหนึ่งระบุชัดเจนว่า "ห้ามพลทหารพาครอบครัวหรือสตรีเข้าค่ายเด็ดขาด" ใครแอบลักลอบนำเข้ามา มีโทษสถานเดียวคือตัดหัวเสียบประจาน เพราะกองทัพมองว่าเป็นภาระในการเดินทัพ
.
แต่กฎนี้กลับมีข้อยกเว้น หากคุณเป็น "แม่ทัพหรือนายทหารระดับสูง" คุณสามารถพาอนุภรรยา สาวใช้ส่วนตัว หรือแม้แต่นางรำ เข้าไปคอยปรนนิบัติพัดวี รินสุราให้ในกระโจมบัญชาการได้ ถือเป็นความเหลื่อมล้ำทางชนชั้นที่แบ่งแยกอย่างชัดเจนในกองทัพ
.
5. เมื่อไร้ทางเลือก : พึ่งพาตนเองและมิตรภาพลูกผู้ชาย
ในกรณีที่ต้องเดินทัพบุกป่าฝ่าดง ขาดแคลนเสบียง และไม่มีสตรีแม้แต่คนเดียว ทหารชั้นผู้น้อยก็ต้องหาวิธีระบายความอัดอั้นด้วยตัวเอง หรือในหลายกรณี ความสัมพันธ์แบบ "ชายรักชาย" ภายในค่ายทหารก็เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นและเป็นที่รับรู้กันเงียบๆ เมื่อผู้ชายตกอยู่ในสภาวะที่ชีวิตแขวนอยู่บนเส้นด้ายและต้องพึ่งพาอาศัยกัน สัญชาตญาณทางเพศและการหาทางออกเพื่อลดความต้องการทางเพศจึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ แม้ประวัติศาสตร์กระแสหลักจะไม่นิยมนำมาเขียนถึงก็ตาม
.
ประวัติศาสตร์การรบไม่ได้มีแค่เรื่องความรักชาติหรือกลยุทธ์ที่ลึกล้ำ แต่เบื้องหลังคือการบริหารจัดการสัญชาตญาณการเอาชีวิตรอดของมนุษย์ กองทัพโบราณใช้เรื่องเพศเป็นทั้ง "เครื่องมือควบคุม" และ "ของรางวัล" ซึ่งทำให้เห็นว่าคนที่ต้องแบกรับราคาแพงที่สุดจากสงครามของผู้ชาย ก็คือเหล่าผู้หญิงที่ตกเป็นเหยื่อของยุคสมัยนั่นเองครับ
.
#ต้าจีน #ประวัติศาสตร์จีน #สงครามจีนโบราณ #เกร็ดประวัติศาสตร์ #เรื่องลึกประวัติศาสตร์ #ราชวงศ์ฮั่น #ฮั่นอู่ตี้ #ยุคชุนชิว #สามก๊ก
https://www.facebook.com/share/17U5qHHQdH/
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่