เราควรเลือกงานหรือเลือกลูก งานก็สำคัญ ลูกก็สำคัญ

ตอนนี้รู้สึกว่าจำเป็นต้องเลือกสักทางนึง
เรามีลูกสิงคนค่ะ คนโต3ขวบ คนเล็กขวบครึ่ง คนโตมีเกณฑ์เข้าโรงเรียนเดือนพฤกษานี้แล้ว แต่เค้าไม่เข้าเกณฑ์เพราะไม่ครบสามขวบบริบูรณ์ไม่สามารถเข้าโรงเรียนรัฐได้
ตั้งแต่สองขวบ ลูกเราอยากไปเรียนมากๆ เพราะเห็นหลานเราไปเรียน เค้าเป็นคนชอบคุยกับผู้ใหญ่ เข้ากับคนง่ายมากๆ เล่นกับเด็กวัยที่เล็กกว่าก็ได้ วัยเดียวกันก็ได้ ช่วยเลี้ยงเด็กเล็กได้

  ในตอนแรกแฟนทำงานคนเดียวมาตลอดตั้งแต่ท้องคนแรก เราเลี้ยงลูกอยู่บ้านไม่ได้ทำงานมาตลอดเช่นกัน เราพึ่งได้ทำงานมา1เดือน พาลูกเข้าเรียนโรงเรียนเอกชน  จ่ายทุกอย่างไปแล้ว ลูกไปเรียนได้1อาทิตย์ แล้วไม่สบายปอดติดเชื้อรุนแรงมาก เราต้องลางานมาดูเค้าเพราะไม่มีใครดูแลให้ (คนเล็กฝากคุณยายเลี้ยง) (คุณยายไม่สามารถเลี้ยงน้องสองคนพร้อมกันได้คุณยายไม่ไหวเลยต้องเอาคนพี่เข้าโรงเรียนนะคะ) และในระหว่างที่อยู่โรงพยาบาลลูกอาการดีขึ้นเรื่อยๆแต่มีอาการติดแม่มากๆ และร้องไห้ตลอดถ้าไม่มีแม่ เลยคุยกันกับลูกว่าเป็นอะไร กลัวอะไร ลูกว่าบอกไม่อยากไปเรียน ไม่มีม๊า ไม่เห็นม๊า หนูกลัว เลยถามว่ากลัวอะไร เค้าบอกว่ากลัวผี เลยบอกเค้าว่าผีไม่มีจริงนะลูก  ลูกเราตอบว่ามีจริงๆ หนูไปเรียน หนูไม่นอนมีผีกระสือตัวเขียวเดินมาจะจับ คุณครู...บอกว่าถ้าไม่นอนเค้าจะจับหนูไป เลยบอกเค้าไปว่ามันไม่มีจริงไม่ต้องกลัว
เรากลับไปคุยกับแฟน ว่าลูกเล่าให้ฟังแบบนี้ เรามีการโทรไปถามครูตลอดว่าน้องเป็นไงบ้าง ครูจะตอบว่าน้องปกติ เล่นกับเพื่อนได้ มีงอแงบ้าง และแม่ก็บอกว่าน้องร้องไห้ไม่อยากไปเรียนที่โรงเรียนมีอะไรมั้ยคะ ครูก็บอกว่าไม่มีนะคะปกติ ครูบอกว่าเด็กบางคนร้องไห้ตั้งแต่อ.เตรียมจนถึงอ.สามเลย เป็นเรื่องปกติมากๆ ก็เลยวางสายไป เลยถามลูกว่าทำไมไม่อยากไปเรียน ลูกว่าบอกเพื่อนเบื่อหนู เพื่อนไม่อยากเล่นกับหนู ไม่มีใครอยู่กับหนูเลย เราก็รับฟัง วันรุ่งขึ้นแฟนเป็นคนไปส่งลูกที่โรงเรียนและลูกก็ร้องไห้ตั้งแต่บ้านจนถึงโรงเรียน  
  ซึ่งวันแรกที่ไปลูกดูอยากไปเรียนมาก พร้อมมากๆ (เพราะมีการคุยกันกับลูกมาตลอด พยามเตรียมความพร้อมให้เค้าเข้าเรียนได้ง่ายไม่กลัว เราบอกเค้าล่วงหน้าเสมอว่าจะเป็นอย่างไร เช่นว่าครูใจดี มีเพื่อนเล่นเยอะเลย มีกิจกรรมสนุกๆให้ทำ ไปเรียนไม่เจอม๊าไม่เจอป๊าหรือตายานนะแต่มีเพื่อนๆให้ลูกได้ทำความรู้จักเล่นกัน และกลับมาเจอกันมานอนด้วยกันกอดกันเหมือนเดิม แล้วอีกวันเราก็ไปใหม่) เค้าก็รับรู้.
   ลูกมีอาการตั้งแต่วันที่ไปเรียนวันที่สองว่าไม่อยากไปเรียนมากๆ ร้องไห้ตั้งแต่บ้านจนถึงโรงเรียนช่วงที่กลับบ้านคุณตาไปรับก็ร้องไห้จนถึงบ้านเช่นกัน ตอนแรกเข้าใจว่าแค่เค้ายังปรับตัวไม่ได้ หรือเพื่อนคนละวัยไม่อยากเล่นกับเด็กเพราะไปเรียนซัมเมอร์ มีตั้งแต่เด็กอายุ1.6ขวบ-3ปี แต่เราเริ่มสังเกตเรื่องความเอาใจใส่ของคุณครู บิลค่าชุดค่าอะไรต่างๆที่จ่ายไปครูแจ้งว่าให้ใส่ในกระเป๋าน้องและจะออกบิลของโรงเรียนให้ แม่แจ้งว่าใส่บิลไปให้ในกระเป๋าน้องกับครูตั้งแต่วันแรก แต่ผ่านไป1อาทิตย์ก็ยังไม่ได้มีการเปิดดูหรือทำบิลกับมาให้(แม่ใส่ซองปิดเทปและเขียนแปะหน้าซองว่าบิลของด.ช...)
และอีกเรื่องแม่ลืมใส่ชุดกันเปื้อนไปให้น้อง ตั้งแต่วันแรก พึ่งมาเห็นในรูปที่ครูส่งเข้ากลุ่มว่าลูกเราไม่มีเสื้อกันเปื้อนระหว่างทานข้าว ซึ่งผ่านไป3วันแล้วพึ่งรู้ว่าลืมเอาใส่ไปให้ และครูไม่ได้แจ้งหรือเตือนมา และวันแรกที่น้องไปโรงเรียนแม่มีการทักไปถามครูทางไลน์ว่าน้องเป็นไงบ้าง เข้ากับเพื่อนได้มั้ย ทำกิจกรรมได้มั้ย ครูตอบมาว่ายังไม่ได้ให้ทำกิจกรรม เน้นให้ลูกเราคุ้นเคยกับเพื่อนก่อน และน้องมีการร้องไห้งอแงเลยให้ดูการ์ตูนในโทรศัพท์จนหลับไป แม่รู้สึกว่าครูควรมีวิธีจัดการกับเด็กที่ไม่นอนในรูปแบบอื่นมั้ยคะ แต่ก็ไม่ได้ว่าอะไรครูนะคะ แค่คิดกันเองกับแฟนเฉยๆว่าควรหาทางอื่นดีกว่าการให้ดูโทรศัพท์ เราให้ลูกไปเรียนปกติ จนลูกเราไม่สบายเลยต้องหยุดเรียน ได้รู้ว่าครูมีการหลอกเด็กเรื่องผี ทำให้ลูกกลัวโรงเรียนมาก งอแงมาก และเรื่องความเอาใจใส่ดูไม่ค่อยดี  
  
   เราและแฟนตัดสินใจย้ายโรงเรียนลูกซึ่งแพงขึ้นว่าเดิมประมาณ2000 โรงเรียนใหญ่ขึ้น ครูดูใจดี ดูมีระเบียบ และดูปลอดภัย ใกล้บ้านมากกว่าเดิม รับส่งง่าย บรรยากาศโรงเรียนโดยรวมดีมากๆ แต่ค่าอย่างอื่นค่อนข้างจุกจิกเยอะมากเลยรู้สึกว่าแพงเกินไป เช่นค่าที่นอน400 ค่าผ้าห่ม480 ซึ่งต้องซื้อของโรงเรียนเท่านั้น มีค่าอุปกรณ์อื่นๆอีกหลายอย่าง ซึ่งแม่เองเงินเดือน16000 ค่าเทอมน้องอยู่ที่28000
วันที่ไปสมัครที่ใหม่(ยังไม่ได้จ่ายค่าเทอมหรือซื้ออุปกรณ์นะคะ)ลูกเราร้องไห้จนถึงโรงเรียนและบอกว่าไม่อยากไปเรียน ไปถึงครูสังเกตน้องและบอกว่าน้องดูกลัวดูเหมือนมีอะไรในใจ น่าจะไปโดนอะไรที่ฝังใจกับโรงเรียนมารึป่าว ดูกลัวครู กลัวโรงเรียน
ครูที่โรงเรียนใหม่ค่อยๆเข้าหาน้องและน้องดูยอมทำตามที่ครูบอกอย่างว่าง่าย เริ่มมีการคุยเล่นกับครู มีการไปเล่นของเล่นโดยที่แม่ไม่อยู่ก็สามารถเข้ากับครูได้ดี
หลังจากกลับมา ก็มีการถามว่าอยากไปเรียนที่ใหม่มั้ย ชอบมั้ย ลูกบอกว่าชอบและอยากไปเรียนที่ใหม่

วันถัดมาเราไปทำงานลูกมีอาการร้องไห้โยเย ตอนนอนละเมอว่าไม่อยากไปเรียนบ้างบางวัน ตื่นมาร้องไห้ว่าม๊าอย่าทิ้งหนู ม๊าอยู่กับหนูได้มั้ย หนูกลัวๆ ลูกติดเรามากติดมากแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน และเค้าก็เป็นไข้สลับกับน้องหลังจากที่กลับมาจากโรงพยาบาลตลอด เดี๋ยวเป็นเดี๋ยวหายทั้งพี่ทั้งน้องอาจจะเป็นที่ไม่สบายเลยงอแง แต่ค่อนข้างติดใจนิดนึงว่าโรงเรียนไปทำอะไรไว้รึป่าว ทำไมลูกดูกลัวโรงเรียนมาก #ควรพาน้องไปหาหมอแรับทัศนคติใหม่มั้ยคะ

แฟนเราให้เราออกจากงานและกลับมาเลี้ยงลูกอยู่บ้านเหมือนเดิม บอกว่าลูกไม่ต้องเสี่ยงจะไม่สบายง่ายเพราะร่างกายเค้าค่อนข้างอ่อนแอ ไม่ต้องเสียค่าเทอมโดยใช่เหตเพราะปีหน้าก็จะย้ายกลับมาเรียนรัฐบาล ลูกได้อยู่กับแม่ได้ใช้เวลารอให้เค้าพร้อมแล้วค่อยเข้าเรียนจริงๆ เพราะแฟนรู้สึกว่าลูกยังเล็กเกินไป เราห่วงเรื่องการเงินแต่แฟนเป็นคนขยันหาเงินเก่งเเละเค้าบอกว่าเค้าก็หาเงินคนเดียวมาตลอด แค่กลับมาหาเองคนเดียวอีกครั้งแลกกลับลูกปลอดภัยและให้เค้าพร้อมกว่านี้เค้าทำได้ แต่เรารู้สึกเสียดายงานมากๆ พึ่งทำ พึ่งมีเงินเดือนเป็นของตัวเอง พึ่งได้ซื้อของให้ลูกเองแบบไม่ต้องขอแฟน งานใกล้บ้าน เดินทางง่าย เราควรเลือกอะไรดีคะ ตัดสินใจไม่ถูกเลยจริงๆ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่