สวัสดีค่ะ ช่วงนี้ชีวิตมันมีเรื่องให้คิดเยอะ ทั้งเรื่องงาน เรื่องคนรอบตัว และเรื่องของตัวเองด้วย ทำให้รู้สึกเหนื่อยและบางครั้งก็ท้อโดยไม่ทันตั้งตัว
แต่พอได้ลองหยุดสักนิด ลองให้เวลากับตัวเองจริงๆ กลับรู้สึกว่าความคิดบางอย่างมันชัดเจนขึ้น
เราเริ่มเขียนบันทึกบ้าง ฟังเพลงที่ชอบ เดินเล่น หรือแม้แต่ชงชาร้อนๆ นั่งจ้องหน้าต่างเฉยๆ ก็ทำให้ใจสงบ
บางวันก็แค่ให้ตัวเองพักโดยไม่รู้สึกผิด ไม่พยายามทำอะไรให้สมบูรณ์แบบ แค่ปล่อยให้เวลาผ่านไปอย่างช้าๆ
การฮีลตัวเองมันไม่ได้เกิดขึ้นทันที แต่การให้เวลากับตัวเองแบบนี้ทำให้ความคิดและความรู้สึกค่อยๆ จัดระเบียบ
บางครั้งก็มีน้ำตาไหลออกมาโดยไม่ตั้งใจ แต่พอเช็ดน้ำตาแล้วก็รู้สึกเบาขึ้น
เราเริ่มยอมรับความรู้สึกตัวเองมากขึ้น ทั้งความเหนื่อย ความเศร้า ความง่วงงุน มันเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ไม่จำเป็นต้องแก้ไขทุกอย่างทันที
หลายครั้งพอใจสงบ ความสุขเล็กๆ รอบตัวก็เริ่มชัดขึ้น แม้แค่แสงแดดอ่อนๆ หรือกลิ่นกาแฟในตอนเช้า
การฮีลตัวเองไม่ใช่เรื่องยากหรือต้องทำให้สมบูรณ์แบบ แต่เป็นการให้เวลาให้ใจกับตัวเองอย่างแท้จริง
ตอนนี้รู้สึกว่า แม้โลกจะวุ่นวาย ความสงบเล็กๆ ภายในใจตัวเองก็เพียงพอที่จะทำให้เราเดินต่อไปได้ค่ะ
ช่วงนี้เริ่มเรียนรู้การฮีลตัวเองแบบช้าๆ ไม่ต้องเร่ง
แต่พอได้ลองหยุดสักนิด ลองให้เวลากับตัวเองจริงๆ กลับรู้สึกว่าความคิดบางอย่างมันชัดเจนขึ้น
เราเริ่มเขียนบันทึกบ้าง ฟังเพลงที่ชอบ เดินเล่น หรือแม้แต่ชงชาร้อนๆ นั่งจ้องหน้าต่างเฉยๆ ก็ทำให้ใจสงบ
บางวันก็แค่ให้ตัวเองพักโดยไม่รู้สึกผิด ไม่พยายามทำอะไรให้สมบูรณ์แบบ แค่ปล่อยให้เวลาผ่านไปอย่างช้าๆ
การฮีลตัวเองมันไม่ได้เกิดขึ้นทันที แต่การให้เวลากับตัวเองแบบนี้ทำให้ความคิดและความรู้สึกค่อยๆ จัดระเบียบ
บางครั้งก็มีน้ำตาไหลออกมาโดยไม่ตั้งใจ แต่พอเช็ดน้ำตาแล้วก็รู้สึกเบาขึ้น
เราเริ่มยอมรับความรู้สึกตัวเองมากขึ้น ทั้งความเหนื่อย ความเศร้า ความง่วงงุน มันเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ไม่จำเป็นต้องแก้ไขทุกอย่างทันที
หลายครั้งพอใจสงบ ความสุขเล็กๆ รอบตัวก็เริ่มชัดขึ้น แม้แค่แสงแดดอ่อนๆ หรือกลิ่นกาแฟในตอนเช้า
การฮีลตัวเองไม่ใช่เรื่องยากหรือต้องทำให้สมบูรณ์แบบ แต่เป็นการให้เวลาให้ใจกับตัวเองอย่างแท้จริง
ตอนนี้รู้สึกว่า แม้โลกจะวุ่นวาย ความสงบเล็กๆ ภายในใจตัวเองก็เพียงพอที่จะทำให้เราเดินต่อไปได้ค่ะ