เมื่อวาน พอดีเราเพิ่งไปปั่นจักรยานที่ สนามปั่นจักรยานเจริญสุขมงคลจิตค่ะ ขอชี้แจงก่อนว่า นี่เป็นการไปที่นี่ครั้งแรกในรอบเกือบ 10 ปี และเพิ่งทราบว่ามีการปรับปรุงใหม่ไปค่อนข้างมาก หลายอย่างเปลี่ยนไปจากเดิม
เลยทำให้เราไม่ได้มีข้อมูลรายละเอียดชัดเจนว่าเลนไหนควรใช้ความเร็วระดับไหนบ้าง
จากที่สังเกตหน้างานจริงในวันนั้น เราเห็นว่ามีทั้งคนที่ปั่นเร็วและปั่นช้าอยู่ในเลนเดียวกัน โดยเฉพาะช่วงที่ลมแรงมาก ทำให้ความเร็วของหลาย ๆ คนลดลงใกล้เคียงกันณ เวลานั้น ไม่ได้มีแค่เราที่ปั่นช้าในเลนสีม่วงนะคะ คนอื่นในเลนก็มีความเร็วในระดับใกล้เคียงกัน
จึงทำให้เราเข้าใจว่าสถานการณ์ตอนนั้นเป็นผลจากสภาพแวดล้อม มากกว่าจะเป็นการใช้งานเลนที่ “ผิดชัดเจน” ของใครคนใดคนหนึ่งดังนั้น ในมุมของเรา มันไม่ได้เป็นสถานการณ์ที่มีใครทำผิดอย่างชัดเจน
แต่เป็นจังหวะที่ทุกคนในสนามต้องปรับความเร็วตามสภาพลมในขณะนั้นมากกว่าค่ะ
แล้วมีผู้ชายคนนึงปั่นเข้ามาใกล้เรา แล้วเรียกประมาณว่า “ฮัลโหลลล” พร้อมกับทำท่าทางกวักมือ/หมุนมือใส่เรา
พอเราหันไป เขาก็ถามเราว่า
“คนไทยรึป่าว”
ซึ่งตรงนี้เรายอมรับเลยว่าตอนนั้นงงมาก เพราะเราเป็นคนไทย และไม่เข้าใจว่าคำถามนี้เกี่ยวอะไรกับสถานการณ์
หลังจากนั้นเขาก็พูดต่อทันที
ในเชิงสอนว่า เลนนี้เป็นเลนสำหรับปั่นเร็ว
ถ้าปั่นช้าให้เลนฟ้า
เราก็ ยิ้ม ขอบคุณ แล้วมาเลนฟ้า
แต่พอกลับมาคิดทีหลัง เรากลับรู้สึกไม่โอเคกับเหตุการณ์นี้ค่ะ
เพราะรู้สึกว่า การเปิดบทสนทนาด้วยคำว่า “ฮัลโหล” แบบลากเสียง + ท่าทาง ตามด้วย “คนไทยรึเปล่า”
มันให้ความรู้สึกแปลก ๆ และไม่ค่อยให้เกียรติเท่าไหร่
ทั้ง ๆ ที่ถ้าจะเตือนเรื่องเลน สามารถพูดตรง ๆ ได้เลย เช่น
“ขอโทษนะครับ เลนนี้คนปั่นเร็ว”
ซึ่งน่าจะเข้าใจกันได้ง่ายกว่า และสุภาพกว่า
จริง ๆ แล้วเราเป็นคนที่ยินดีรับฟังคำแนะนำค่ะ ไม่ไม่ได้โกรธที่มีคนมาแนะนำเรื่องการใช้เลน ดีใจด้วยซ้ำ ที่มีคนบอกเราจะได้ทำถูก
แต่สิ่งที่ทำให้เราติดใจ คือ วิธีการสื่อสาร มากกว่าค่ะ
โดยเฉพาะการที่เป็นผู้ชาย แล้วเลือกใช้คำพูดและท่าทางแบบนั้นกับผู้หญิงที่ไม่รู้จักกัน มันทำให้เรารู้สึกว่าไม่ค่อยสุภาพ และไม่เหมาะสมเท่าไหร่
ถ้าเป็นการเตือนด้วยน้ำเสียงปกติ หรือใช้คำพูดที่ให้เกียรติกันตั้งแต่แรก
เราคิดว่ามันน่าจะรับฟังได้ง่าย และรู้สึกดีมากกว่านี้
ส่วนตัวเราเคยมีประสบการณ์ไม่ค่อยดีมาก่อนค่ะ เคยเจอคนขับแท็กซี่ที่พูดจาคุกคาม ทั้งที่เราไม่ได้ทำอะไรผิด และพอเราไม่ตอบโต้ เขาก็ใช้คำพูดเชิงกดดันอย่าง
“เป็นคนไทยหรือเปล่า พูดไทยไม่ได้หรอ เป็นใบ้หรอ”
จากประสบการณ์นั้น เลยทำให้เรารู้สึกว่า คำถามอย่าง “คนไทยรึเปล่า” มันไม่ใช่แค่คำถามธรรมดาเสมอไป
แต่บางครั้งมันถูกใช้ในลักษณะเหมือน “หรายการ์ด” เพื่อกดดันหรือกดอีกฝ่ายให้รู้สึกด้อยกว่า
พอมาได้ยินคำนี้อีกครั้งในสถานการณ์ล่าสุด มันเลยทำให้เรารู้สึกไม่ค่อยโอเคเท่าไหร่เพราะสำหรับเรา คำพูดแบบนี้มันให้ความรู้สึกไม่ค่อยสุภาพ และเหมือนตั้งต้นด้วยการไม่ให้เกียรติกันค่ะเพราะงั้นพอมาเจอเหตุการณ์นี้อีกครั้ง เราเลยรู้สึกทันทีว่า มันไม่ใช่แค่คำถามธรรมดา แต่มันเป็นคำที่ให้ความรู้สึกไม่สุภาพ และไม่ให้เกียรติคนฟังค่ะ
ส่วนตัวคิดว่าฮัลโหล แล้วตามด้วยสอนเลย ไม่ใช่มาตรฐานการสื่อสารที่ดีในสังคมไทยค่ะ
ในบริบทปกติ คนไทยถ้าจะเตือนแบบสุภาพ ส่วนใหญ่จะเป็นประมาณนี้:
-ขอโทษนะครับ/คะ เลนนี้คนปั่นเร็วครับ
-ระวังนิดนึงนะครับ เลนนี้ใช้ความเร็ว
-ขอแซงขวานะครับ
สังเกตว่า มีคำเกริ่นให้เกียรติ (ขอโทษ/ขออนุญาต)
พูดตรงประเด็น ไม่วกไปเรื่องอื่น
ไม่ตั้งคำถามกดอีกฝ่าย คนที่หวังดีจริง จะ “พูดให้เราเข้าใจ” ไม่ใช่ พูดให้เรารู้สึกแย่ก่อนแล้วค่อยสอน” มันให้ฟีลเหมือน ตั้งตัวเหนือกว่า แล้วจะมาสอน เลยยังคาใจอยู่ว่า แบบนี้เป็นเรื่องปกติในสังคมจริง ๆ
หรือเป็นแค่กรณีของคนบางประเภทที่เลือกใช้วิธีสื่อสารแบบไม่ค่อยให้เกียรติคนอื่น
โพสต์นี้เราอยากขอฟังมุมมองและประสบการณ์ในเชิงสร้างสรรค์นะคะ อยากขอความคิดเห็นจากทุกคนด้วยค่ะ
ถ้าหากมีคนมาทักคุณด้วยคำว่า “ฮัลโหล เป็นคนไทยหรือเปล่า” แล้วตามด้วยการสอนหรือแนะนำทันที
คุณจะรู้สึกยังไงกับสถานการณ์แบบนี้คะ
และหากมีคำแนะนำเพิ่มเติม เรายินดีรับฟังและนำไปปรับปรุงค่ะ
เจอคนทัก “Hello คนไทยรึเปล่า” ก่อนสอนในสนามปั่น แบบนี้ปกติไหมคะ