JJNY : “ถอดรหัสกติกาประชามติ 69"│ชาวนากำลังจะหมดแรง│ชาวสวนฟ้องผู้ตรวจการฯไม่เชื่อใจหน่วยงานรัฐ│ร้อนจัด ฝนฟ้าคะนองบางแห่

“ถอดรหัสกติกาประชามติ 69" “ปริญญา” ชวนแก้กฎหมายเปิดทางออกเสียงประชามติให้สะดวกขึ้น
.

.
เวทีเสวนา “ถอดรหัสกติกาประชามติ 69” ถอดบทเรียนเพื่อแก้ไขในประชามติครั้งต่อไป   “ปริญญา” ชวนประชาชน-พรรคการเมืองแก้กฎหมายที่จำเป็นเปิดทางออกเสียงประชามติได้สะดวกยิ่งขึ้น
.
เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 3 เมษายน 2569 ณ ห้อง 211 (ศาลจำลอง) คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์ท่าพระจันทร์ ร่วม “ถอดรหัสกติกาประชามติ เพื่อแก้ไขการลงประชามติในครั้งต่อไป” โดย นายภัณฑิล น่วมเจิม สส.กทม. พรรคประชาชน, ดร. อุษณีย์ ปฐพีศรีกิจ เลิศรัตนานนท์ อาจารย์ประจำวิทยาลัยนานาชาติปรีดีฯ มธ., น.ส.เกวลิน ถนอมทอง เจ้าหน้าที่รณรงค์ iLaw, รศ. ปริญญา เทวานฤมิตรกุล อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มธ.
.
โดย น.ส.เกวลิน หยิบยก 8 เรื่องที่เป็นอุปสรรคในการลงประชามติ นอกเหนือจากที่เปิดโอกาสให้ลงทะเบียนเพียงแค่สามวันว่า ยังมีปัญหา คือ
1. การออกเสียงประชามติที่ทำได้เฉพาะ “นอกเขตจังหวัด” เท่านั้น ลงประชามตินอกเขตในจังหวัดเดียวไม่สามารถทำได้
2. การรณรงค์สื่อในการออกเสียงประชามติที่น้อยกว่าการออกเสียงเลือกตั้ง
3. คู่มือตัวอย่างออกเสียงประชามติที่พิมพ์ตกหล่น อาจทำให้เกิดบัตรเสีย
4. กกต. ห้ามพรรคชี้นำ ทั้งที่ไม่มีกฎหมายห้าม
5. ในวันจริง ชี้นำประชาชนให้กาไม่เห็นชอบ ยกตัวอย่าง เจ้าหน้าที่ เขต 2 จ.นครนายก ระบุกับผู้ออกเสียงว่า “ให้หนูกาไม่เห็นชอบนะลูก เพราะเขาจะแก้กฎหมาย แก้รัฐธรรมนูญ” รวมถึงอีกหลายกรณีที่เจ้าหน้าที่ชี้นำผู้ออกเสียง
6. มีการสร้างความเข้าใจผิดว่าให้เขียนเครื่องหมายติ๊กถูกในช่องเห็นชอบ
7. การซื้อเสียงในบางพื้นที่ให้กาไม่เห็นชอบ
8. การสร้าง Fake News รณรงค์ให้กาไม่เห็นชอบ
.
ด้าน ดร. อุษณีย์ ระบุว่า ตนพยายามลงทะเบียนออนไลน์แต่ไม่สามารถทำได้ จึงแคปหน้าจอ ปรากฏว่านี่เป็นหลักฐานชิ้นเดียวที่ศาลบอกว่าไม่พยายามเพียงพอในการลงทะเบียน ในฐานะประชาชนติดตามเรื่องนี้และตั้งใจให้เสียงของเราถูกใช้ตามสิทธิ ปรากฏว่าพอเริ่มเป็นกระแสสังคมในการขยายเวลา ซึ่งจากกรณีนี้ศาลยกฟ้องและแย้งกลับมา 1. ช่องทางมีหลายช่องทาง ทำไมใช้แค่หนึ่งช่องทาง 2. เป็นถึงอาจารย์ ทำไมถึงไม่มีความพยายามและปล่อยให้ 8 ชั่วโมงเสียเปล่า ภาคสังคมมีการขอร้องให้ยืดระยะเวลา ตามอำนาจที่ กกต. ได้ โดยได้มีการปรึกษาว่าจะทำอย่างไรให้สามารถสร้างบรรทัดฐานในการลงประชามติข้างหน้าให้ประชาชนเป็นศูนย์กลางจริงๆ
.
นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการบริหาร iLaw ตั้งข้อสังเกตว่า ในส่วนข้อเสียที่อยู่ในเอกสารของ กกต. เป็นการแสดงข้อคิดเห็น ส่วนตัวไม่แน่ใจว่าประชาชนที่ไปออกเสียงประชามติ ให้น้ำหนักกับเอกสารฉบับนี้มาน้อยเพียงใด เพราะจะอันตรายต่อการทำประชามติครั้งต่อไป และประชามติครั้งที่สองจะยากกว่านี้แน่นอน และจะมีหลากหลายประเด็นที่จะต้องถกเถียงกัน จึงต้องเริ่มพูดคุยว่าประชาชนต้องพิจารณาอะไรบ้างในการโหวต
.
รศ. ปริญญา ระบุว่า การลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้าและการลงทะเบียนออกเสียงประชามตินอกเขต ระยะเวลาไม่สอดคล้องกัน เพราะการเปิดลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้าให้เวลาถึง 17 วัน แต่การลงทะเบียนออกเสียงประชามตินอกเขตกลับมีเวลาเพียง 3 วันเท่านั้น ซึ่ง กกต. ให้เหตุผลว่ากฎหมายกำหนด ห้วงเวลา ไว้แบบนี้ แต่ในความเป็นจริง ระเบียบดังกล่าวเป็นสิ่งที่หน่วยงานสามารถแก้ไขหรือปรับเปลี่ยนได้ในกรณีที่ไม่ได้กำหนดไว้หรือมีเหตุจำเป็น คณะกรรมการสามารถกำหนดยกเว้นหรือผ่อนผันการปฏิบัติตามระเบียบได้ ซึ่งตามข้อกฎหมายสามารถขยายเวลาในการลงทะเบียนออกเสียงประชามตินอกเขตได้ แต่ กกต. เลือกที่จะไม่ทำ
.
“ผมเชื่อว่าการออกเสียงประชามติสามารถทำทางไปรษณีย์ได้ ออนไลน์ได้ แต่ กกต. ไม่เลือกที่จะทำ เพราะไม่เอาประชาชนเป็นเป้าหมายในการทำงาน เลือกที่จะใช้กฎหมายในทางที่ตนเองสะดวก ผลก็คือคนไปใช้สิทธิออกเสียงประชามติน้อยกว่าการใช้สิทธิเลือกตั้งเกือบ 1 ล้านคน จึงอยากเชิญชวนให้ภาคประชาชน และพรรคการเมืองต่างๆ เอาประชาชนเป็นที่ตั้ง และมาแก้กฎหมายกันเถอะ แก้เฉพาะกฎหมายที่มันจำเป็น”
.

.
ชาวนากำลังจะหมดแรง จ.กาฬสินธุ์
.
สนามข่าวเสาร์-อาทิตย์ - น้ำมันแพง สะเทือนปากท้องคนทั้งประเทศ หลายอาชีพ หลายธุรกิจ พยายามสู้ด้วยการตรึงราคา แต่ล่าสุดขอยอมแพ้ ขอปรับขึ้นราคาให้สอดคล้องกับต้นทุนน้ำมัน
.
รถรับจ้างเกี่ยวข้าวและรถขนส่งข้าว ในพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ ได้ปรับขึ้นค่าจ้างอีก 100 บาท โดยรถรับจ้างเกี่ยวข้าว เดิมคิดค่าเกี่ยวข้าวไร่ละ 600 บาท เป็น 700 บาท ส่วนรถขนส่งข้าวระยะใกล้ ไม่เกิน 10 กิโลเมตร จากเที่ยวละ 500 บาท เป็น 600 บาท หลังจากน้ำมันดีเซลปรับขึ้นราคา 2 วันติดต่อกัน
.
ชาวนาในพื้นที่ บอกว่า พอน้ำมันขึ้นราคา ส่งผลกระทบไปทุกอย่าง ชาวนาจำเป็นต้องจ้างรถเกี่ยวข้าว และรถขนส่งข้าวไปยังลานรับซื้อ เพราะช่วงนี้เป็นฤดูเก็บเกี่ยวข้าวนาปรัง
.
ขณะที่ราคาข้าวเปลือกกลับตกต่ำ เหลือกิโลกรัมละ 7-7.50 บาทเท่านั้น เมื่อคำนวณรายจ่ายกับรายรับแล้วไม่คุ้มทุน หากยังเป็นอย่างนี้ต่อไป คงไม่เหลือใครทำนาแล้ว
.
สถานการณ์ธุรกิจโรงแรมขนาดเล็กในพื้นที่ชัยนาท พบยอดผู้เข้าพักลดลง โดยช่วงสงกรานต์ยอดจองแทบไม่มี เป็นผลจากการปรับขึ้นราคาน้ำมัน นักท่องเที่ยวชะลอการเดินทาง ประชาชนหันมารัดเข็มขัดมากขึ้น งดกินอาหารนอกบ้าน ซึ่งทางโรงแรมพยายามตรึงราคาห้องพักและราคาอาหารไม่ให้กระทบลูกค้า แต่หากสถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย อาจจำเป็นต้องปรับลดส่วนลดโพรโมชัน 10-20 % ที่เคยให้ลูกค้า เพื่อประคับประคองธุรกิจ
.
เช่นเดียวกับบริเวณสามแยกถนนหาดแสงจันทร์ จังหวัดระยอง ซึ่งเป็นที่ตั้งของรูปปั้นนางยักษ์ หรือ ผีเสื้อสมุทร แลนด์มาร์กสำคัญ บรรยากาศเงียบเหงา ถนนโล่ง ไม่มีเห็นนักท่องเที่ยว 
.
พ่อค้า-แม่ค้า พูดเป็นเสียงเดียวกัน ลูกค้าหายไปกว่าครึ่ง เงียบจนน่าใจหาย พยายามคิดในแง่ดี อาจเพราะเป็นวันธรรมดา คนส่วนใหญ่ทำงานกัน โดยหวังว่าวันหยุดสุดสัปดาห์นี้ หรือ ช่วงเทศกาลสงกรานต์ จะมีนักท่องเที่ยว มาเที่ยวเหมือนเดิม
.
ส่วนกลุ่มรถบรรทุกรับจ้างเริ่มถอดใจ อย่างนายจ้างบางคน บอกลูกจ้างให้ทยอยเติมน้ำมันครั้งละ 3,000 บาท บ้าง 5,000 บาท จากเมื่อก่อนหน้านี้เคยเติมเต็มถัง บางคนที่เป็นเจ้าของรถบรรทุก บอกถ้าน้ำมันขยับขึ้นอีก อาจจะต้องหยุดเดินรถไปก่อน เพราะแบกรับภาระที่เพิ่มขึ้นไม่ไหวจริง ๆ
.
รอลุ้น รัฐบาลจะรื้อ และจะปรับลดภาษี หรือค่าการกลั่น ช่วยคนไทยกันเองในสัปดาห์หน้า ซึ่งตอนนี้บางจังหวัด ก็ทยอยประกาศยกเว้นการจัดเก็บภาษีท้องถิ่นบ้างแล้ว ก็จะทำให้ราคาน้ำมันในพื้นที่นั้น ๆ ปรับลดลง แม้ไม่มากนัก เป็นหลักสตางค์ ก็ถือว่ามีน้ำใจ
.

.
ชาวสวนฟ้องผู้ตรวจการฯ ไม่เชื่อใจหน่วยงานรัฐลงตรวจ โอดราคามะพร้าวถูกกว่ามะนาว
.
ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ลุยถกชาวสวนมะพร้าวน้ำหอม แก้ราคาตกต่ำ เจอชาวสวนฟ้องกลางที่ประชุม ไม่เชื่อใจหน่วยงานรัฐลงตรวจ หลังไม่พบความผิดปกติ หวั่นรู้กันสุ่มตรวจแค่พิธีกรรม โอดราคาถูกกว่ามะนาว 
.
วันที่ 3 เม.ย. 2569 เวลา 10.00 น. ที่ศาลาว่าการจังหวัดสมุทรสงคราม  นายทรงศัก สายเชื้อ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ลงพื้นที่จังหวัดสมุทรสงครามและจังหวัดราชบุรี ติดตามเรื่องร้องเรียนกรณีราคามะพร้าวน้ำหอมตกต่ำ โดยร่วมพูดคุยกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และเกษตรกรชาวสวนมะพร้าว เพื่อแก้ไขปัญหาข้อร้องเรียนราคามะพร้าวตกต่ำและการปลอมปนมะพร้าวของผู้ประกอบการรวมถึงการทำธุรกิจผูกขาดของทุนข้ามชาติที่ส่งผลกระทบต่อเกษตรกรจังหวัดสมุทรสงครามและจังหวัดใกล้เคียง   โดย หารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมการค้าภายใน กรมพัฒนาธุรกิจการค้า สำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า ตัวแทนจังหวัดสมุทรสงคราม รวมถึงผู้ร้องเรียนให้แก้ไขปัญหาราคามะพร้าวตกต่ำ หลังได้มีการประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและมีข้อเสนอเพื่อแก้ไขปัญหาเร่งด่วน
.
จึงได้ลงติดตามรับทราบข้อมูลรวมถึงรับฟังข้อมูลจากผู้ประกอบการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และรับฟังข้อเท็จจริงจากผู้ประกอบการและเกษตรกร 
.
ทั้งนี้ ตัวแทนกลุ่มเกษตรกรที่ ต.แพรกหนามแดง และต.ปลายโพงพาง อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม นำโดย นายเสรี สุขรุ่งเรืองชัย ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 5 ต.ปลายโพงพาง อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม  กล่าวว่า ราคามะพร้าวตกต่ำโดยมีการรับซื้อลูกใหญ่ ลูกละ 3 บาท ขนาดที่ลูกเล็กอยู่ที่ลูกละ 50 สตางค์ ขณะที่ต้นทุนของชาวสวนอยู่ที่ลูกละ 7 บาท ทำให้ต้องแบกรับภาระต้นทุน ส่งผลให้ไม่มีเงินเพียงพอในการซื้อปุ๋ย หรือการบำรุงดูแลมะพร้าวให้ได้คุณภาพตามมาตรฐานที่มีการกำหนด ทำให้ถูกยกเลิกออเดอร์จากต่างชาติ ทั้งที่จังหวัดสมุทรสงครามเป็นจังหวัดที่มีการปลูกมะพร้าวมากที่สุด และมีศักยภาพในทุกด้าน แต่เหตุใดราคามะพร้าวจึงตกต่ำขนาดนี้ โดยต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งช่วยเหลือดูแลเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบในขณะนี้  
.
“ส่วนที่รัฐบาลระบุจะเสนอให้ทำล้งพาณิชย์เพื่อรับซื้อสินค้าเกษตรทุกประเภทแข่งขันกับล้งจีนนั้น ตนยังไม่มั่นใจว่าจะสามารถระบายผลผลิตที่มีจำนวนมากได้หรือไม่ พร้อมยอมรับว่าเกษตรกรยังไม่มีประสบการณ์เพียงพอ รวมถึงเวลาในการที่จะนำมะพร้าวไปจัดจำหน่ายเอง แม้จะมีสถานที่รองรับ วาทกรรมของนายกรัฐมนตรีที่ระบุว่าเมื่อเข้ามาแล้วจะทำให้คนไทยรวยไม่ไหวนั้น ส่วนตัวมองว่าเป็นไปได้ยาก เพราะตอนนี้เกษตรกรก็แย่กันทุกคน” นายเสรี กล่าว 
.
ด้าน นายคัมภีร์ ทองเปลว สมาชิกประชาคมคนรักแม่กลอง หนึ่งในเกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าวน้ำหอม ในฐานะผู้ยื่นเรื่องร้องเรียนให้ผู้ตรวจการแผ่นดินตรวจสอบ ระบุว่าจังหวัดสมุทรสงครามมีโรงมะพร้าวประมาณ 350 ล้ง ซึ่งมีล้งขนาดใหญ่ประมาณ 10 แห่ง โดยได้ยื่นเรื่องร้องเรียนให้มีการตรวจสอบล้งขนาดใหญ่ที่มีรถแทงค์ขนน้ำมะพร้าวเป็นหลัก พร้อมตั้งข้อสังเกตกรณีที่เจ้าหน้าที่ อย.ลงพื้นที่สุ่มตรวจหาสารปลอมปนในน้ำมะพร้าว ของล้งจำนวน 9 แห่ง โดยไม่พบสารปนเปื้อน และเจ้าหน้าที่ได้มีการติดตามการผสมสูตรน้ำมะพร้าวตามที่โรงงานกำหนดด้วยหรือไม่ ตนจึงไม่สามารถไว้วางใจหน่วยงานของรัฐที่ไปร่วมตรวจสอบล้งรับซื้อน้ำมะพร้าว อีกทั้งเห็นว่าเจ้าหน้าที่ไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลเชิงลึกได้อย่างแท้จริง และยังมีการประสานขอตรวจสอบก่อน ทำให้ล้งไหวตัวทัน จึงทำให้เจ้าหน้าที่พบแต่สิ่งที่ล้งต้องการให้ตรวจ ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีทั้งจังหวัด เหมือนกับที่เจ้าหน้าที่กำลังจะเข้าไปฟอกขาวให้กับผู้ประกอบการ ทั้งที่เจ้าหน้าที่จะต้องเป็นผู้ปราบปราม ไม่ใช่ปกป้องผู้กระทำผิด พร้อมเสนอแนะกระบวนการทำงานจะต้องทำให้ประชาชนเกิดความไว้วางใจ จึงจะสามารถได้ข้อมูลเชิงลึกเพื่อนำไปดำเนินการ 
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่