ชีวิต​อยู่​รอดเพราะ​ทำจิต​ให้​ ว่าง​

กระทู้คำถาม
ชีวิตอยู่รอดด้วยดี เพราะเป็นอยู่ด้วยจิตว่าง
ชีวิตอยู่รอดด้วยดี
เพราะเป็นอยู่ด้วยจิตว่าง

ถ้าความกลัดกลุ้มว่า “ของกู”
มีอยู่ตลอด ๒๔ ชั่วโมง
ทุกลมหายใจเข้าออกแล้ว

ภายในสองสามวัน จะต้องเป็นบ้า
ภายในสองสามอาทิตย์ จะต้องตาย

นี่ถือว่า ความว่าง หรือจิตที่ว่าง
ไม่ยึดถืออะไรว่าเป็นเรา เป็นของของเรา
นั้นเป็นพื้นฐาน
———
ส่วนจิตวุ่นนั้นมาเป็นพัก ๆ
แต่สำหรับบางคนนั้น
อาจจะมากหลายนาที หลายชั่วโมง
ก็ได้ในวันหนึ่ง ๆ

เราจึงควรขอบใจมัน
ขอบใจจิตที่ว่าง

ความว่างจะช่วยหล่อเลี้ยงชีวิตเราไว้ได้
เราจึงอยู่กันได้ ไม่ตาย
แล้วเราทำอะไรได้ดีที่สุดด้วย
เพราะฉะนั้น ขอให้สนใจ.
———
#จะยกตัวอย่างให้ฟังอีก :-

เหมือนอย่างว่านักศึกษา
จะคิดนึกข้อศึกษา
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเวลาสอบไล่นั้น
ต้องตั้งต้นคิดมันด้วย “จิตว่าง”
ไม่ใช่ด้วย “จิตวุ่น”

คนที่สะเพร่ามองดูอะไรหยาบ ๆ
จะแย้งว่า ต้องทำด้วยจิตวุ่น

แต่ที่ถูกนั้น ต้องทำด้วยจิตว่าง
และความจริงก็ทำด้วยจิตว่าง
แต่ตัวเองไม่รู้สึก

ที่เรียกว่า “จิตวุ่น” นั้น
หมายความว่า นึกถึงแต่เรื่องตัวกู-ของกู

ถ้าจิตว่างแล้ว ไม่มีความนึกอย่างนั้น

เมื่อเราคิดจะทำเลขอย่างยาก ๆ
หรือตอบปัญหายาก ๆ ในเวลาสอบไล่โดยเฉพาะ

เราต้องลืม “ตัวกู-ของกู” ลืมอะไรหมด

เช่นว่า…
เราจะไม่กลัวว่าตัวกูจะสอบไล่ตก
หรือตัวกูจะสอบไล่ได้ แล้วก็จะดีจะเด่น

และไม่นึกถึงเรื่องรัก เรื่องใคร่
อะไรของกู ที่ไหน ที่อะไรหมด
แม้แต่บิดามารดา หรืออะไรก็ตาม

จะต้องเหลืออยู่
แต่จิตที่ว่างจากตัวกู
มีอยู่ก็แต่ “สติปัญญา”

สติปัญญานี้ มันเป็นอิสระ
และมันไม่ได้ถูกหุ้มห่อด้วยความวุ่น

ว่าตัวกู - ของกู
ซึ่งทำให้กลัวบ้าง
ทำให้รักบ้าง
ทำให้ประหม่า
ทำให้ลังเล
สิ่งเหล่านี้ ออกไปหมด

ไม่มีเรื่องจะกลัว
หรือมีเรื่องอะไร

สติปัญญาก็จะเฉียบแหลมที่สุด
และจะคิดปัญหา
หรือตอบปัญหานั้นได้ดีที่สุด

นี่เรียกว่า…
เราสอบไล่ทำได้ด้วย “จิตว่าง”
ไม่ใช่ “จิตวุ่น”

และมีความเป็นสมาธิที่ถูกต้อง
นั่นคือ “จิตว่าง”.

———

#พุทธทาสภิกขุ จากหนังสือ “แก่นพุทธศาสน์” (หน้า ๑๗๐–๑๗๑)
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่